เปิดห้องตัวอย่างโครงการ “Supalai Park Yaek Fai Chai Station” คอนโด High Rise สูง 22 ชั้น จากศุภาลัย ใกล้ MRT สถานีแยกไฟฉาย มาพร้อมแนวคิด “คอนโด… ที่เพิ่มเวลาการใช้ชีวิตให้กับคุณ”

 

“Supalai Park Yaek Fai Chai Station” เป็นคอนโด High Rise สูง 22 ชั้น 2 อาคาร ทำเลอยู่ใกล้กับ MRT สถานีแยกไฟฉาย โครงการออกแบบโดยใช้ Green Concept Design รังสรรค์พื้นที่่สีเขียวกว่า 2 ไร่ มีการเชื่อมต่อทั้ง 2 อาคารด้วย Skywalk บนชั้นดานฟ้า ใช้กระจกเขียวตัดแสง ลดความร้อนเข้าสู่ตัวอาคาร เพิ่มพื้นที่สีเขียวแนวตั้ง ด้วยผนัง Green Wall มาพร้อมแนวคิด “คอนโด… ที่เพิ่มเวลาการใช้ชีวิตให้กับคุณ”

 

 

สำหรับโครงการ Supalai Park Yaek Fai Chai Station มีความน่าสนใจในด้านของทำเลอย่างมาก หลังจากที่ได้ฟังคุณไตรเตชะ ตั้งมติธรรม กรรมการผู้จัดการ บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) ได้พูดคุยถึงศักยภาพกรุงเทพฯ ตะวันตกย่านฝั่งธนบุรีแล้ว พบว่ากว่าจะเป็นโครงการนี้ได้นั้น มีอุปสรรคและข้อจำกัดหลายๆ อย่าง ทั้งด้านพื้นที่ เนื่องจากเป็นบริเวณที่มีผู้อยู่อาศัยหนาแน่น โดยเฉพาะบ้านเรือนต่างๆ ทำให้หาที่ดินค่อนข้างยาก

 

ถึงแม้ที่ดินที่ได้มาจะอยู่ในเขตพาณิชยกรรม ซึ่งสามารถส้รางอาคารที่พักอาศัยได้ก็จริง แต่กลับจำกัดความสูงของอาคารพักอาศัยอยู่ที่ 70 เมตร ทำให้ทางศุภาลัย ต้องแบ่งออกเป็น 2 อาคาร โดยมี Skywalk เชื่อมชั้นดาดฟ้า ซึ่งลูกบ้านของทั้งสองอาคาร สามารถเดินไปมาด้านบน เพื่อใช้ Facilities ที่ทางโครงการจัดเตรียมไว้ให้ได้

 

 

พื้นที่ของโครงการอยู่ในซอยจรัญสนิทวงศ์ 28/2 แต่เดิมเป็นสายใต้เก่า อยู่ใกล้กับแยกไฟฉาย และห่างจาก MRT สถานีแยกไฟฉายเพียง 330 เมตรเท่านั้น เดินทางไม่กี่สถานีก็ไปเชื่อมกับรถไฟฟ้า BTS ได้ ที่สำคัญทางโครงการชูจุดเด่นว่าทำเลนี้ใกล้กับโรงพยาบาลศิริราช ดังนั้นโครงการจะต้องมีกระแสตอบรับที่ดีอย่างแน่นอน

 

ทำไมถึงต้องเป็น Supalai Park ทำไมถึงไม่เอาซีรีย์อื่นๆ มาใส่? ต้องบอกก่อนว่าในย่านนี้ไม่ได้มีพื้นที่สีเขียวมากนัก ส่วนใหญ่เป็นบ้านคนและถนนหนทางที่ปูไปด้วยคอนกรีต ดังนั้นทางศุภาลัยจึงตั้งใจที่จะใส่พื้นที่สีเขียวเข้าไปเยอะๆ ให้มีทั้งต้นไม้ใบหญ้า มีธรรมชาติและความเขียวขจี เพื่อให้ลูกบ้านได้รู้สึกสบาย ผ่อนคลายเวลาได้กลับมายังคอนโด

 

สำหรับโครงการ Supalai Park Yaek Fai Chai Station มีห้องทั้งหมด 726 ยูนิต แบ่งออกเป็น Studio ขนาด 29.5 – 31 ตารางเมตร / 1 Bedroom ขนาด 34 – 43 ตารางเมตร / 1 Bedroom Plus ขนาด 44.5 – 45 ตารางเมตร / 2 Bedroom ขนาด 64.5 – 74.5 ตารางเมตร สำหรับห้องตัวอย่างที่เราเก็บภาพมาให้ชมนั้นเป็นห้อง 1 Bedroom ขนาด 41.5 ตารางเมตร

 

 

Dining Area

เข้าห้องมาจะเจอกับโซนทานอาหารก่อนเลย พื้นที่ค่อนข้างกว้างขวาง สามารถวางโต๊ะทานอาหารขนาด 6 คนได้เลย ไม่ไปกินพื้นที่โซนอื่นๆ แน่นอน

 

Living Area

เลยโซนทานอาหารไป จะเป็นโซนนั่งเล่น ที่อยู่กลางห้องพอดี เป็นจุดศูนย์กลางที่เชื่อมโซนต่างๆ เนื่องจากเป็นห้องขนาด 41.5 ตารางเมตร ทำให้ทุกพื้นที่ค่อนข้างกว้าง ไม่แออัดหรือคับแคบเลย จะวางโซฟาใหญ่แค่ไหนก็ได้ แถมยังมีช่องทางเดินเหลือเฟือ ไม่ต้องกลัวว่าเดินไปแล้วขาจะเบียดกับโซฟา

 

Bathroom

ห้องน้ำอยู่ตรงข้ามกับโซนทานอาหาร อ่างล้างหน้าไม่มีตู้เก็บของ ห้องอาบน้ำมีประตูและฉากกระจกกั้นส่วนเปียกกับส่วนแห้งเอาไว้ และมีชั้นสำหรับวางของในห้องน้ำด้วย

 

Bedroom

ห้องนอนมีประตูกระจกแบบบานเลื่อนแบ่งระหว่างห้องนอนกับห้องนั่งเล่นเอาไว้ ตู้เสื้อผ้ามาแบบ Built-in มีมุมสำหรับวางโต๊ะเครื่องแป้งด้วย สำหรับห้องนอนมีพื้นที่ให้เดินรอบๆ ได้แบบสบายๆ เฟอร์นิเจอร์ครบครัน

 

Kitchen

เดินเข้ามาข้างในจะเจอกับห้องครัว ต้องบอกก่อนว่าตั้งแต่ที่ได้ไปดูโครงการต่างๆ ของศุภาลัยมา ไม่เคยเห็นการตกแต่งครัวในลักษณะแบบนี้มาก่อน เพราะครัวชุดนี้ตั้งแต่เคาน์เตอร์ที่ Built-in วัสดุที่ใช้ สีที่เลือก การจัดวางองค์ประกอบต่างๆ ค่อนข้างลงตัว ดูทันสมัยและมีฟังก์ชันในการใช้งานเยอะ

 

Balcony

สำหรับระเบียง คอมเพรสเซอร์แอร์จะแขวนไว้ด้านบน และยิ่งไม่มีเครื่องซักผ้ามาวางด้านนอก ยิ่งทำให้ระเบียงดูกว้างขึ้น เราจะตากผ้าหรือเอาเก้าอี้มานั่งเล่นชิวๆ ที่ระเบียงก็ยังได้ ถือว่าเป็นระเบียงที่สามารถใช้งานได้จริง

 


อีกห้องเป็น 2 Bedroom ขนาด 64.5 ตารางเมตร มี 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ ห้องนอนทั้ง 2 ห้องจะอยู่ตรงกันข้าม โดยมีพื้นที่นั่งเล่นเป็นตัวคั่นกลาง ซึ่งพื้นที่่นั่งเล่นได้เชื่อมต่อกับโซนทานอาหาร ทำให้ห้องดูกว้างขึ้น และครัวก็เป็นระบบปิด ไม่ให้ควันหรือกลิ่นเข้ามาในส่วนอื่นๆ ของห้องได้

 

Kitchen

ห้องครัวเป็นแบบปิดด้วยประตูบานเลื่อน เคาน์เตอร์จะแบ่งออกเป็น 2 ฝั่ง ขนาดครัวค่อนข้างกว้าง แม้เตาไฟฟ้าจะอยู่ฝั่งเดียวกับอ่างล้างจานก็ยังเหลือพื้นที่สำหรับเตรียมอาหารอีกเยอะ ฝั่งตรงข้ามวางตู้เย็นขนาด 2 ประตูได้ และยังมีช่องสำหรับใส่เครื่องซักผ้าให้ด้วย ตู้เก็บของด้านบนก็มีให้ทั้ง 2 ฝั่ง ลูกบ้านสามารถจัดระเบียบห้องครัวได้อย่างเต็มที่

 

Dining Area 

โซนทานอาหารจะอยู่ตรงข้ามกับห้องครัว สามารถวางโต๊ะทานอาหารสำหรับ 6 ที่ได้ ซึ่งมุมตรงนี้เราสามารถเปลี่ยนให้เป็นโต๊ะทำงาน หรือมุมอ่านหนังสือได้ ด้วยความที่เชื่อมต่อกับโซนนั่งเล่น ทำให้พื้นที่ดูกว้างขวาง โปร่งโล่ง ไม่มีกำแพงมากั้นตรงกลางให้ดูแคบลง

 

Living Area 

โซนนั่งเล่นขนาดพอเหมาะ สามารถใส่โซฟาขนาดใหญ่ได้ หรือ ใครที่ชอบทำงานไปดูทีวีไป มุมนี้จะต้องเป็นมุมโปรดแน่นอน เราจะซื้อโต๊ะมาเสริมเพื่อวางโน้ตบุ้ค หรือซื้อโต๊ะแบบพับได้มาวางแทนโต๊ะกลาง เพื่อนั่งทำงานที่พื้น ก็ให้ความรู้สึกที่แตกต่างได้เหมือนกัน

 

Bathroom

ห้องน้ำแรกจะอยู่ใกล้กับโซนนั่งเล่น หากมีแขกหรือเพื่อนมาหาที่ห้อง สามารถเข้าห้องน้ำนี้ได้เลย ไม่ต้องเดินผ่านห้องนอนของเราเพื่อไปเข้าห้องน้ำ

 

Bedroom

ห้องนอนเล็กจะอยู่ติดกับห้องน้ำและโซนนั่งเล่น ห้องนอนเล็ก แต่ขนาดไม่เล็ก แม้จะวางเตียงไปแล้ว จะเห็นว่าเหลือช่องปลายเตียงให้เดินอยู่ มุมที่เป็นโซฟานั่งเล่น หากไม่ชอบสามารถเปลี่ยนเป็นมุมทำงานภายในห้องก็ได้

 

Master Bedroom

ห้องนอนใหญ่ มีพื้นที่กว้างขวาง แบ่งพื้นที่ใช้สอยชัดเจน มีมุมทำงาน มุมแต่งตัว มีตู้เสื้อผ้า โต๊ะเครื่องแป้ง ก่อนจะเข้าไปถึงตัวห้องน้ำ สำหรับห้องนอนใหญ่จะมีห้องน้ำในตัวด้วย

 

Bathroom 

ห้องน้ำทั้ง 2 ห้องไม่ได้แตกต่างกันมากนัก มีอ่างล้างหน้า โถสุขภัณฑ์ ห้องอาบน้ำมีประตูกระจกและฉากกระจกเพื่อกั้นส่วนเปียกกับส่วนแห้งเอาไว้ ด้านในติดตั้งชั้นมาให้สำหรับวางอุปกรณ์อาบน้ำ

 

 


SUPALAI PARK YAEK FAI CHAI STATION : MODEL

โครงการ Supalai Park Yaek Fai Chai Station สูง 22 ชั้น ทั้ง 2 อาคาร มี Skywalk เชื่อมต่อบนชั้น Rooftop ทำให้ส่วนใหญ่ Facilities ของโครงการจะอยู่ที่ชั้น Rooftop ชั้น 5 จะมีสวน เพื่อสร้างพื้นที่สีเขียวให้กับทั้ง 2 อาคาร Facilities นอกจากจะมีสระว่ายน้ำแล้ว ยังมี Fitness&Sauna, Sky Lounge, Meeting Room, Playground, Climbing Landscape Berm, Jogging Track, Smart Locker และ EV Charger

 

สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ SUPALAI PARK YAEK FAI CHAI STATION

 

 

 



 

ความคิดเห็น