อยู่คอนโดไฮไรส์ดียังไง…เจาะลึกตัวเลือกมุมไหน วิวไหนดี กับ “เคนซิงตัน สุขุมวิท-เทพารักษ์” คอนโดสูงที่สุดบนถนนเทพารักษ์

เมื่อเราต้องการหาที่พักอาศัยอย่างคอนโดมิเนียม หลายคนคงตัดสินใจยากในการเลือกห้อง โดยเฉพาะคอนโดไฮไรส์ที่สูงเกิน 10-20 ชั้นขึ้นไป ว่าจะเลือกห้องชั้นเตี้ย หรือ ห้องชั้นสูง จะเลือกมุมไหน ตำแหน่งไหนดี  วันนี้จะพาไปดูคอนโดที่สูงที่สุดบนถนนเทพารักษ์ “เคนซิงตัน สุขุมวิท-เทพารักษ์” อีกหนึ่งโครงการฮอตของปี ว่าถ้าอยู่คอนโดนี้จะเล็งห้องมุมไหน เพื่อให้อยู่ได้ฟินสุดๆ ทั้งแบบที่เราซื้ออยู่เองหรือเพื่อลงทุน

 

พูดถึง “เคนซิงตัน สุขุมวิท-เทพารักษ์” เป็นคอนโดมิเนียม High-rise ที่สูงที่สุดบนถนนเทพารักษ์ ที่เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อไม่นานนี้ และได้รับผลตอบรับเป็นอย่างดี   โดยโครงการนี้มีความสูง 38 ชั้น จำนวน 1,318 ยูนิต บนพื้นที่กว่า 4 ไร่ ติดสถานีรถไฟฟ้า BTS ทิพวัล (สายสีเหลือง) ที่ห่างเพียง 1 สถานี ถึง Interchange สำโรง(สายสีเขียว) และมีจุดเด่นด้านทำเลที่แวดล้อมทั้งห้างสรรพสินค้า สถานที่ราชการ โรงงานอุตสาหกรรม และโรงเรียนชื่อดัง

 

ภาพบรรยากาศการในวันเปิดจองวันแรก ที่มีผลตอบรับที่ดีเยี่ยม นับว่าเป็นอีกหนึ่งโครงการฮอทของปีนี้

 

 

ในวันพรีเซลมีคนมารอจองกันอย่างล้นหลาม

 

สำหรับทำเลของถนนเทพารักษ์ นับว่าเป็นย่านที่มีแนวโน้มการเติบโตสูง เนื่องจากมีเม็ดเงินลงทุนในย่านอุตสาหกรรมแนวโน้มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และยังเชื่อมต่อการใช้ชีวิตได้ทุกรูปแบบไม่ว่าจะเป็น การเชื่อมกรุงเทพตะวันออกและตะวันตกด้วยถนนสุขุมวิท, ถนนเทพารักษ์,ถนนศรีนครินทร์หรือจะเชือมต่อการเดินทางด้วยรถไฟฟ้าสายสีสายสีเหลืองรัชดา-สำโรงที่สถานี ทิพวัล หรือไปอินเตอร์เชนจ์ที่สถานี สำโรง , MRT รัชดา, แอร์พอร์ตลิ้งค์ พัฒนาการ โดยศักยภาพเหล่านี้จะถูกเติมเต็มในปี 2563

 

พื้นที่โดยรอบก็กำลังจะมีความสมบูรณ์มากขึ้น เนื่องจากโครงการเมกะโปรเจคที่กำลังจะเกิดขึ้น เช่น ห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่อย่าง Bangkok mall  , รวมทั้งโรงพยาบาลขนาดใหญ่ที่สุดของฝั่งตะวันออกอย่าง  สถาบันการแพทย์จักรีนฤบดินทร์

 

 

โดยจุดเด่นสิ่งอำนวยความสะดวกภายในโครงการ เช่น  Another home ที่เปรียบเสมือนบ้านอีกหลังหนึ่ง โดยมีทั้ง Co-working space, ห้องอ่านหนังสือ, ห้องรับแขก หรือจะเป็นสระว่ายน้ำพร้อมมุมอมองสวนที่คอยเปิดวิวแบบส่วนตัวในย่านนี้ ด้วยมุม 180 องศา ไม่เพียงแต่สิ่งอำนวยความสะดวกในโครงการ

 

เลือกมุมไหนดีสำหรับโครงการนี้

โครงการ เคนซิงตัน สุขุมวิท-เทพารักษ์ นั้นวางตัวในทิศตะวันออกเฉียงเหนือ- ตะวันตกเฉียงใต้ ทิศเดียวกับทางลม ทำให้ตัวยูนิตที่ติดกับทางแม่น้ำและยูนิตทีขวางทางลม มีการรับลมได้มากกว่า แต่เนื่องจากเป็นอาคารสูง พื้นที่โดยรอบยังเป็นที่โล่ง จึงไม่น่าห่วงเรื่องการรับลมเพื่อการระบายอากาศของพื้นที่ในห้อง ควรดูทิศทางแดดเป็นสำคัญ สำหรับแดดในช่วงบ่ายนั้นตัวพื้นที่ส่วนกลางจะมียูนิตทางด้านหน้าโครงการบังไว้ โดยจะเกิดร่มเงา พื้นที่ส่วนกลางสามารถใช้งานได้ดี แต่ในส่วนของยูนิตทางด้านหน้ามีโอกาสรับแดดต็ม ๆ  แต่ด้วยการออกแบบของโครงการเป็นรูปตัวยู ทำให้เกิดการบังแดดในส่วนของพื้นที่ฐานตัวยูได้ดี

 

 

ชั้น เป็นพื้นที่ล็อบบี้รวมทั้งสวน ลมจะพัดมาทั้งจากทางด้านหลังบริเวณคลองสำโรงและทางด้านหน้าอาคาร ทำให้ช่วยลดความร้อนที่จะเกิดขึ้นได้ดี

 

 

ชั้น 6 สำหรับพื้นที่ชั้นล่างๆนั้น จะค่อนข้างได้รับความเย็นจากคลองสำโรง และทางด้านหน้าเช่นเดิมทำให้ยูนิตทั้งฝั่งซ้ายสุด และขวาสุด ค่อนข้างได้เปรียบ แต่เมือเปรียบเทียบกับทิศทางแดดแลัว ยูนิตด้านขวามือ ห้อง  614-619 เป็นโซนที่ดีที่สุดจะเป็นยูนิตที่ดีทีสุด ห้อง  640 ก็ถือว่าเป็นห้องหัวมุมที่อาจรับแดดบางส่วน และยังได้รับลมจากสระว่ายน้ำ ช่วยลดความร้อนที่เกิดขึ้นจากแสงแดดได้

สำหรับยูนิตตามแนวยาวของสระว่ายน้ำนั้น จะมีข้อดีคือมีอาคารทางด้านซ้ายมือช่วยบังเงาแดด ให้ทำให้ยูนิตเหล่านี้ร่มตลอดวัน แต่จะมีข้อด้อยในเรื่องของการรับลม ซึ่งในปัจจุบันการอยู่อาศัยใช้แอร์ซะส่วนใหญ่ข้อด้อยนี้จึงแทบไม่มีผลต่อการเลือกยูนิต สำหรับยูนิตที่ดีทึ่สุดในชั้นนี้เป็น ห้อง 620 เนื่องจากไม่ได้รับแดดเลย เนืองจากมีผนังอาคารบังไว้ และในส่วนของห้องนอนได้รับวิวแม่น้ำเป็นห้องหัวมุม การเข้าถึงลิฟต์โดยสารค่อนข้างง่าย  ยูนิตที่นี่จะแยกเป็น 2 โซน เพื่อแยกการใช้ลิฟต์ และมีทางเชื่อมตรงกลาง ทำให้จำนวนคนต่อลิฟต์ไม่แออัดมาก โดยในแต่ละโซนจะไม่เกิน 21 ยูนิตต่อชั้น

 

 

 

ชั้น 7-35 ตำแหน่งยูนิตที่ดีนั้นจะไม่ได้ต่างจากเดิมทำไหร่นัก ยังคงเป็นของห้องหัวมุมทางด้านปีกขวาในเรื่องของการรับลมและแสงแดด ยูนิตที่วางตัวในแนวแกนนอนทางด้านในนั้นจะค่อนข้างไม่ได้รับลมที่พัดเข้ามาในตัวอาคารแต่จะได้รับวิวของสระว่ายน้ำและสวนที่เป็นส่วนกลางของอาคารแทน  โดยห้องตำแหน่ง 13 และ 40 จะเป็นห้องที่ได้ ทั้งวิวสระว่ายน้ำและวิวแม่น้ำได้ชัดเจนที่สุด  ส่วนห้องตำแหน่งอื่นๆก็จะมีข้อดีที่ได้รับวิวสวยงามแตกต่างกันไปแล้วแต่ความชอบ 

 

 


 

พาดูวิวรอบโครงการ

สำหรับในชั้นสูงๆ จะได้รับวิวที่แตกต่างกันไป  โดยฝั่งทิศตะวันตกจะเห็นวิวแม่น้ำเจ้าพระยา โดยพิเศษเฉพาะฝั่งตะวันตกเฉียงเหนือจะเห็นวิวบางกระเจ้าด้วย  ส่วนฝั่งตะวันออกจะเป็นวิวเมืองเปิดโล่ง ส่วนฝั่งทิศเหนือจะเห็นวิวเมือง City View ที่เห็นเส้นขอบฟ้าของ CBD

 

ทิศเหนือ จะเห็นวิวของคลองสำโรง จะสังเกตเห็นพื้นที่โดยรอบจะเป็นโรงงาน จึงทำให้มีโอกาสน้อยที่โครงการอื่นๆจะมาขึ้นบดบังวิวของอาคาร และเห็นเส้นขอบฟ้าของ CBD

 

ทิศตะวันออก เป็นวิวที่ยูนิตแกนนอนของอาคารทางด้านนอกจะเห็น ซึ่งจะเห็นมุมมอง City view ในขั้นสูงๆ โดยจะเป็นวิวเปิดโล่งเนื่องจากไม่มีอาคารสูงมาบดบัง

 

ทิศใต้ เป็นทิศที่เห็นวิวโค้งเแม่น้ำเจ้าพระยาซึ่งจะทำให้ยูนิตแกนตั้งทางดดานหน้ากลับมาได้เปรียบในเรื่องของมุมมอง มากกว่ายูนิตทางด้านขวาริมคลอง และเป็นทิศที่จะมองเห็นวิวถนนเป็นหลัก

 

ทิศตะวันตก ก็เป็นอีกทิศที่จะเห็นมุมโค้งของแม่น้ำเจ้าพระยาแบบเต็มๆ ทำให้เป็นอีกจุดเด่นของโครงการนี้

 


 

มาดูจุุดเด่นอยู่คอนโดไฮไรส์…ดียังไง

เมื่อดูในเรื่องของความสูงแล้ว ในแต่ละชั้นจะเป็นมุมมองที่ต่างกัน ถ้าต้องการลงทุนพื้นที่ชั้นสูงๆ นั้นจะมีโอกาศปล่อยเช่า- ขายได้มากกว่า เนื่องจากเราไม่ทราบว่าพื้นที่โดยรอบจะมีอาคารใหม่ๆเกิดขึ้นหรือไม่ การเลือกชั้นสูงๆจะช่วยลดความเสี่ยงในการบดบังวิวในอนาคต ยิ่งชั้นบนเท่าไหร่ ก็ยิ่งทำให้เราได้เห็นมุมมอง City view ที่เปิดโล่ง เสมือนเราได้รู้สึกได้ถึงความยิ่งใหญ่ที่มองเมืองได้ในมุมสูงเหมือนนกบิน    หรือ ถ้าคอนโดไหนอยู่ไม่ไกลจากแม่น้ำ สำหรับตำแหน่ห้องดีๆ เราสามารถเห็นโค้งน้ำเจ้าพระยาได้เลย

 

สำหรับเรื่องการผ่อนเช่าก็ไม่เป็นปัญหา เนื่องจาก ORIGIN เน้นตลาดพรีเมียมแมส ราคาจึงค่อนข้างเกาะกลุ่มที่คนทั่วไปสามารถเป็นเจ้าของได้ไม่ยาก

ราคาผ่อนต่อเดือนคร่าวๆ* (สอบถามข้อมูลเพื่อความถูกต้องได้ที่สำนักงานขายโครงการ)

ชั้น 17-20 ผ่อน 1,999-5,500 ต่อเดือน*

ชั้น 21-27 ผ่อน 1,999-6,500 ต่อเดือน*

ชั้น 34-38 ผ่อน 9,400-12,100 ต่อเดือน*

 


 

สำหรับห้องพักในโครงการสามารถออกแบบได้อย่างดี  โดยห้อง 1 Bedroom ห้องนี้วางแปลนได้เป็นสัดส่วน พื้นที่ใช้งานได้พอเหมาะ ไม่เล็กเกินไป พื้นที่ทุกห้องได้รับแสง เนื่องจากมีหน้าต่างทั้ง 2 โซน พร้อมเปิดมุมมองโค้งแม่น้ำเจ้าพระยา

 

1 Bedroom ขนาด 23.5 ตร.ม.

          

 

ส่วนของพื้นที่รับประทานอาหาร

 

บรรยากาศของห้องนอน

 

ห้องนอนพร้อมหน้าต่างเปิดรับวิว

 


 

และห้อง 1 Bedroom ขนาด 20.5-21.00 ตารางเมตร   ในรูปแบบการตกแต่งในโทนอบอุ่น แบ่งพื้นที่เป็นสัดส่วน แยกส่วนห้องนอนกับห้องรับแขกด้วยประตูบานสไลด์ การวางพื้นที่ห้องค่อนข้างดีสำหรับพื้นที่ห้องขนาดเล็ก

           

 

ห้องครัวและส่วนรับประทานอาหาร

 

ห้องนอนพร้อมหน้าต่างขนาดใหญ่สามารถเปิดรับวิวได้เต็มที่

 

โครงการ “เคนซิงตัน สุขุมวิท-เทพารักษ์” คอนโดไฮไรส์สูงที่สุดบนถนนเทพารักษ์ เป็นอีกโครงการที่มีความน่าสนใจทั้งจะอยู่อาศัยเองหรือเพื่อลงทุน เพราะอยู่ในทำเลที่มีศักยภาพและมีการเชื่อมต่อการเดินทางที่สะดวกจากรถไฟฟ้าสายสีส้มสถานีทิพวัล พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันเหนือความคาดหมาย อีกทั้งมีวิวที่น่าประทับใจโดยเฉพาะห้องพักในชั้นสูงๆที่เปิดรับวิวเมืองและวิวแม่น้ำที่น้อยโครงการนักจะได้สัมผัส ในราคาที่ทุกคนจับต้องได้ เริ่มต้น 1.49 ล้านบาท

สำหรับ Event ครั้งใหม่ จะเกิดขึ้นวันที่  26-27 สิงหาคม 2560 ในงาน Grand Opening รับส่วนลดสูงถึง  100,000 บาท* ที่สำนักงานขายโครงการ 

ผู้ที่สนใจสามารถติดตามได้ทางเฟสบุ๊ค OriginPropertyGroup และเว็บไซต์ของโครงการ  www.kensington.origin.co.th/thepharak หรือสอบถามได้ที่เบอร์ 020 300 000

 



 

ความคิดเห็น