พาชมโครงการ “The Origin Ram 209 Interchange” คอนโดมิเนียมไฮไรส์สูงและโดดเด่นที่สุดในย่านมีนบุรี ติดสถานี Interchange สายสีส้มและสีชมพู ส่วนกลางแน่น ในราคาเอื้อมถึง 1.29 ล้านบาท

เกริ่นถึงโครงการ “The Origin Ram 209 Interchange”  ก่อนว่าเป็นคอนโดมิเนียม High Rise แบรนด์ใหม่ล่าสุดจาก Origin ที่เอาใจกลุ่ม First Jobber วัยเริ่มต้นทำงาน รวมทั้งคนกลุ่มใหญ่ที่มองหาคอนโดในราคาที่สามารถเข้าถึงได้ง่าย แต่ก็ยังได้รับคุณภาพสินค้าในมาตรฐานที่ดี ตอบโจทย์กลุ่มผู้อยู่อาศัย เน้น Local Demand ในพื้นที่ ซึ่งเป็นกลยุทธ์ที่ออริจิ้นเลือกใช้และประสบความสำเร็จมาแล้วในทำเลเทพารักษ์กับกลยุทธ์ทะเลสีคราม หรือ Blue Ocean

 

 

เลือกพัฒนาโครงการในทำเล “NEW EBD’’ Extension Business District เป็นทำเลส่วนต่อขยายจุดตัดรถไฟฟ้าในอนาคต ที่มีศักยภาพการเติบโต เชื่อมต่อความเจริญจากพื้นที่ใจกลางเมืองออกไปด้วยโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ อย่างถนนหรือรถไฟฟ้า

 

ตัวแบรนด์ “The Origin” มีลุคที่ดูทันสมัย สบายๆเป็นกันเอ   เตรียมพร้อมเปิดตัว 6 โครงการใน 6 ทำเล สำหรับ “The Origin Ram 209 Interchange” จะเป็นโครงการแรกที่เปิดตัว ได้ผสานความเป็นอยู่ที่ลงตัวระหว่างความสะดวกสบายในรูปแบบคนเมือง กับการพักผ่อนสไตล์ธรรมชาติด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกกว่า 19 อย่าง อัดแน่นบนทำเลย่านมีนบุรี-รามคำแหง ทำเลแห่งอนาคตที่พร้อมเชื่อมต่อทุกรูปแบบการใช้ชีวิตด้วยโครงการติดรถไฟฟ้า 2 สาย พร้อมรองรับทุกการใช้งานด้วย Smart Product เพื่อการใช้ชีวิตได้อย่างลงตัวในทุกยูนิต

 

 

ชื่อโครงการ : The Origin Ram 209 Interchange (ดิ ออริจิ้น ราม 209 อินเตอร์เชนจ์)

เจ้าของโครงการ : บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้)

ประเภทโครงการ : คอนโดมิเนียม High Rise สูง 31 ชั้น/ อาคารจอดรถสูง 8 ชั้น

จำนวนยูนิต : ที่พักอาศัย 1,007 ยูนิต / ร้านค้า 4 ยูนิต

เนื้อที่โครงการ : 4-0-87 ไร่

ราคาเริ่มต้น : 1.29  ล้านบาท

ราคาเฉลี่ย : 69,500 บาท/ตารางเมตร

แบบห้องพักอาศัย :

– Studio ขนาด ขนาด 22 ตารางเมตร

– ห้อง 1 Bedroom ขนาด 25 ตารางเมตร

– ห้อง 1 Bedroom Plus ขนาด 30 ตารางเมตร

– ห้อง 1 Bedroom Plus ห้องมุม ขนาด 34 ตารางเมตร

ฝ้าเพดานสูง : 2.6 เมตร

สิ่งอำนวยความสะดวก :

Ground FL.

-DOUBLE VOLUME LOBBY

-MEETING ROOM

-MAIL ROOM + SMART LOCKER

-LAUNDRY ROOM

-SHARING SERVICE

-CO-WORKING SPACE

27th FL. FACILITIES

-CO-KITCHEN

-PRIVATE DINING ROOM

-CO-PASSION ROOM

-GAME ROOM

-MULTI FUNCTION STUDIO

-SKY LOUNGE

-FITNESS

-SWIMMING POOL

ROOFTOP

-ROOFTOP GARDEN

ROOFTOP PARKING BUILDING

-SKY GARDEN

-STREET BASKETBALL

-JOGGING TRACK

-VIEW POINT

จำนวนที่จอดรถ : 33%

คาดว่าจะแล้วเสร็จ : ไตรมาสที่ 4 ปี 2564

เบอร์โทรศัพท์ : 020 300 000

เว็บไซต์ : https://bit.ly/2XdpDzY

แผนที่โครงการ :

 


ส่องทำเลโครงการ The Origin Ram 209 Interchange

โครงการ The Origin Ram 209 Interchange ตั้งอยู่บนถนนรามคำแหง 209 ติดกับสถานี Interchange  ซึ่งเชื่อมต่อสถานีมีนบุรี ของสายสีส้มตะวันออก (ศูนย์วัฒนธรรมฯ-มีนบุรี เปิดบริการภายใน 2566) เข้ากับสถานีมีนบุรีของสายสีชมพู (แคราย-มีนบุรี เปิดบริการภายใน 2564) ในพื้นที่สถานียังมีอาคารจอดรถ (Park & Ride) ที่สามารถจอดรถยนต์ได้ถึง 3,000 คัน ที่ทำให้สามารถเดินทางได้ง่าย ทั้งการเดินทางเข้ามาใจกลางเมือง เข้าถึงทุกการเชื่อมต่อด้วยรถไฟฟ้าสายสีส้มที่มีจุดเชื่อมต่อถึง 8 จุด

โดยย่านมีนบุรีเอง เป็นโซนที่มีผู้อยู่อาศัยหนาแน่น และมีแนวโน้มที่จะมีศักยภาพในการเติบโตสูงจากรถไฟฟ้าที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคต รวมทั้งสังเกตุได้จากการเปิดตัวโครงการใหม่ๆอย่างห้างสรรพสินค้า หรือโครงการที่อยู่อาศัย และการตัดถนนเส้นใหม่เชื่อมต่อโซนตะวันออกของกรุงเทพฯ

 

 

รถไฟฟ้าสายสีส้ม เป็นสายที่มีจุดเชื่อมต่อ Interchange ถึง 8 จุด รวมระยะทางทั้งหมด 39.6 กม. (กดที่ภาพเพื่อขยาย)

 

ทำเลที่ตั้งโครงการอยู่ใกล้สี่แยกร่มเกล้า-มีนบุรี ทำให้การเดินทางง่ายยิ่งขึ้นด้วยระยะเพียง 14 กิโลเมตร ถึงสนามบินสุวรรณภูมิ แต่ถ้าหากต้องการเข้าไปประชุมงานในเมืองหรือไปชลบุรี ก็สามารถเดินทางไปที่มอเตอร์เวย์เชื่อมทางด่วนศรีรัชด้วยระยะ 9.8  กิโลเมตร และหากต้องการเดินทางไปเส้นบางนา บางปะอินด้วยรถยนต์ก็สามารถเชื่อมต่อมอเตอร์เวย์ได้สะดวก ด้วยระยะทางเพียง  6.5 กิโลเมตร เรียกได้ว่าการเดินทางของย่านนี้สะดวกทั้งรถยนต์และรถไฟฟ้า (กดที่ภาพเพื่อขยาย)

 

 

 


 

“มีนบุรี” ทำเลแห่งการเชื่อมต่อไลฟ์สไตล์เมืองและการอยู่อาศัย

 

“ย่านมีนบุรี” เรียกได้ว่าเป็นย่านที่เชื่อมต่อความเป็นเมืองกับบรรยากาศสีเขียวของชานเมืองเข้าไว้ด้วยกันได้เป็นอย่างดี  โซนนี้จึงเป็นพื้นที่ที่เต็มไปด้วยบรรยากาศและไลฟ์สไตล์ที่ผสานได้อย่างลงตัว ไม่ว่าจะเป็นอเวนิวหรือคอมมิวนิตี้มอลล์ต่างๆ เช่น The Promenade,  Amorini, Paseo สุขาภิบาล 3 ที่มีรูปแบบไลฟ์สไตล์ที่ต่างกันรอให้เราได้พักผ่อนกับครอบครัวในวันสบายๆ

 

The Promenade

 

แฟชั่นไอส์แลนด์

 

Paseo สุขาภิบาล 3

 

หรือต้องการช้อปปิ้งซื้อของเข้าคอนโด ในย่านนี้ก็สะดวก เพราะมีทั้งเทสโก้ โลตัสและบิ๊กซี ให้บริการอยู่หลายสาขา และหากต้องการซื้อเสื้อผ้าใหม่ๆ ย่านนี้ก็มีทั้งยูนิโคล่ มีนบุรี และแฟชั่นไอส์แลนด์ เรียกว่า เต็มไปด้วยไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตในทุกรูปแบบ

 

ล้อมรอบไปด้วยโรงเรียนชั้นนำและโรงพยาบาลชั้นหนึ่ง

ย่านมีนบุรีเต็มไปด้วยโรงเรียนชั้นนำทั้งรัฐและเอกชน ไม่ว่าจะเป็น โรงเรียนสารสาสน์วิเทศมีนบุรี โรงเรียนสตรีเศรษฐบุตรบำเพ็ญ โรงเรียนร่วมฤดีวิเทศน์ศึกษา โรงเรียนเศรษฐบุตรบำเพ็ญ โรงเรียนบดินทรเดชา สิงห์ สิงหเสนี โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาน้อมเกล้า Heathfield International School และ Interkids Bilingual School เป็นต้น สำหรับโรงพยาบาลในพื้นที่ก็มีให้บริการอยู่หลายแห่ง เช่น โรงพยาบาลนวมินทร์ 9 โรงพยาบาลเสรีรักษ์ โรงพยาบาลนพรัตนราชธานี โรงพยาบาลสินแพทย์ และโรงพยาบาลเกษมราษฏร์ รามคำแหง เป็นต้น

 

โรงเรียนบดินทรเดชา สิงห์ สิงหเสนี

 

Heathfield International School

 

โรงพยาบาลเสรีรักษ์

 

โรงพยาบาลนพรัตนราชธานี

 

สุดยอดร้านอาหารบรรยากาศดี

การดื่มด่ำบรรยากาศของร้านอาหารในวันหยุด สามารถทำได้ง่ายๆ ในย่านนี้ เนื่องจากมีร้านอาหารดังๆ ตั้งอยู่ในทุกพื้นที่ ทั้งใกล้กับโครงการเองอย่าง ร้านชมนา หรือพื้นที่รอบๆ ก็มีทั้งร้านแฮงค์เอ้าท์และคาเฟ่ไว้คอยบริการทั้ง Amorn Lake Front บ้านไม้ขาว บ้านชานกรุง Terrace 61 มัลลิกา และ Chocolate Ville

 

ร้านอาหารชมนา

ร้านอาหารที่ตั้งอยู่ข้างๆ โครงการ เน้นการดื่มด่ำบรรยากาศของท้องนาที่เจริญเติบโตเปลี่ยนสีสันไปตามฤดูกาล เรียกได้ว่ามากี่ครั้งก็จะเห็นมุมมองของนาด้านหน้าใหม่ๆ อยู่เสมอ เมนูเด็ดก็เป็นเมนูอย่างน้ำฟริกไข่ปู ยำชมนา ปลากะพงทอดน้ำปลา เป็นต้น

 

Amorn Lake Front

ร้านอาหารติดทะเลสาบของสัมมากร มาพร้อมด้วยบรรยากาศผ่อนคลายแบบสบายๆ ด้วยโซน Indoor & Outdoor ที่สามารถเลือกนั่งสบายๆ หรือนั่งรับลมชมวิวทะเลสาบ มาพร้อมทั้งเมนูยั่วน้ำลาย เช่น เนื้อทอดน้ำปลา ปลากะพงผัดฉ่า แหนมซี่โครงกระดูกอ่อน เป็นต้น

 


เจาะลึกโครงการ

วันนี้ Kobkid.com มารีวิวโครงการ The Origin Ram 209 Interchange ในตอนนี้สามารถเดินทางมาด้วยรถยนต์เป็นหลัก ในอนาคตถ้ารถไฟฟ้าเปิดให้บริการ การเดินทางจะสะดวกขึ้นกว่าเดิมมาก โดยโครงการมีห้องตัวอย่างมาให้ดูทั้งหมด 3 แบบด้วยกัน คือ ห้อง Studio ห้อง, 1 Bedroom และห้อง 1 Bedroom Plus ไปดูกันเลยว่าบรรยากาศรอบๆ โครงการมีอะไรน่าสนใจบ้าง รวมไปถึงจุดเด่นและความพิเศษของโครงการนี้เป็นยังไง

 

เริ่มจากขับรถยนต์เข้ามาที่ถนนรามคำแหงฝั่งขาออก เมื่อเลยบิ๊กซีสุขาภิบาล 3 แล้วให้สังเกตทางซ้ายมือ โครงการจะตั้งอยู่ที่รามคำแหง 209

 

และมีจุดสังเกตคือ ไทวัสดุ อยู่เยื้องๆ กับโครงการ

 

ฝั่งตรงข้ามโครงการจะมีป้ายรถเมล์ สามารถข้ามสะพานลอยที่อยู่หน้าโครงการมาได้

 

บริเวณหน้าโครงการจะอยู่ติดกับสะพานลอยข้าม ซึ่งบริเวณด้านหน้าโครงการจะเป็นจุดเชื่อมต่อของรถไฟฟ้าสายสีส้ม และชมพู

 

ใกล้ๆ กับโครงการมีร้านอาหารอินเดีย เลยไปอีกนิดจะเป็นร้านอาหารชมนา

 

เมื่อมาถึงด้านหน้าของ Sales Gallery จะเห็นอาคารสีขาวรูปแบบสะดุดตา

 

ซึ่งภายในสามารถจอดรถได้กว้างขวาง ซึ่งผู้ที่สนใจก็สามารถเข้ามาชมห้องตัวอย่างได้ที่นี่ โดยเป็นพื้นที่เดียวกับพื้นที่ก่อสร้างจริง

 


บรรยากาศภายในโครงการ

สำหรับโครงการ The Origin Ram 209 Interchange คอนโดมิเนียม High Rise สูง 31 ชั้น สูง 109 เมตร มี ทั้งหมด 1,007 ยูนิต มาพร้อมด้วยแนวคิด “Synchrolife Together” บนทำเล Interchange ทำเลที่เชื่อมต่อรถไฟฟ้าสองสายสีส้มและสีชมพู ย่านมีนบุรี ผสานความเป็นอยู่ที่ลงตัวระหว่างความสะดวกสบายในรูปแบบคนเมืองทั้ง Smart Product ที่เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของห้องอย่างลงตัว กับการพักผ่อนกับธรรมชาติด้วยพื้นทีสีเขียวกว่า 3,000 ตารางเมตร ที่ตอบโจทย์ทั้งด้านการอยู่อาศัยและการลงทุน

 

 

 

โดยพื้นที่ส่วนกลางของคอนโดมิเนียมก็อัดแน่นไปด้วยหลากหลายไสตล์การใช้งาน ด้วยพื้นที่อำนวยความสะดวกกว่า 19 อย่าง ไม่ว่าจะเป็น Double Volume Lobby, Meeting Room, Mail Room, Laundry Room ที่ชั้น 1 สำหรับคนชอบออกกำลังกายโครงการก็มีสวนขนาดย่อม Sky Garden ที่แทรกด้วย Jogging TrackStreet Basketball ไว้ที่ชั้น Roof Top ของอาคารจอดรถและยังมีพื้นที่ชั้น 27 เอาใจทั้งสายปาร์ตี้และคนทำงานด้วย Co-Kitchen, Multi-Function Studio, Co-Working Space, Co-Passion Room, Fitness, Swimming Pool หรือจะหันมาพักผ่อนชิวๆ กับบรรยากาศของวิวเมืองที่ Garden ชั้น Roof Top ก็ได้

 

 

Garden

 

Swimming Pool

 

 

Sky Garden

 


 

บรรยากาศภายใน Sales Gallery

 

บรรยากาศด้านหน้าของ Sales Gallery โครงการ The Origin Ram 209 Interchange ตกแต่งด้วยรูปแบบโมเดิร์นด้วยอาคารที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เน้นการใช้เส้นตั้งสีน้ำตาลเพื่อผสานสีสันของธรรมชาติให้สอดแทรกอยู่ในอาคาร

 

ภายในจะเน้นการตกแต่งด้วยการใช้เส้นสายที่เล่นกับสายตา ผสานกับรูปแบบของเฟอร์นิเจอร์และการตกแต่งที่ดูหรูหรา และมีความเป็นธรรมชาติ ให้ความรู้สึกที่สบายๆ แต่แฝงด้วยรายละเอียดที่น่าตื่นเต้น โดยเมื่อเดินทางเข้ามาด้านในจะมีพนักงานคอยต้อนรับและพาเดินชมห้องตัวอย่างทั้ง 3 รูปแบบ

 


เปิดผังโครงการ

มาดูผังโครงการ The Origin Ram 209 Interchange กัน เริ่มจากชั้นที่ 1 มีทั้ง Double Volume Lobby, Meeting Room, Co-working Space, Mail Room and Smart Locker, Laundry Room และ Sharing Service

 

 

ชั้น 2 – 25 จะเป็นโซนที่พักอาศัยทั้งหมด

ชั้น 26, 28 – 31 จะเป็นที่อยู่อาศัยเช่นกัน แต่จะไม่เต็มอาคารเท่าชั้น 2 – 25

ชั้น 27 มี Co-kitchen, Private Dining Room, Game Room, Co-passion Room, Multi-function Studio, Sky Lounge, Fitness และ Swimming Pool เป็นชั้นของพื้นที่ส่วนกลางทั้งหมด

 

 

ชั้น Roof Top บนชั้น 31 จะเป็น Garden ทั้งหมด

 

ในส่วนของชั้น Roof Top อาคารจอดรถ จะมี Jogging Track, View Point, Sky Garden และ Street Basketball ด้วย

 

 

ตัวอย่างแบบห้องพัก

– Studio ขนาด ขนาด 22 ตารางเมตร

– ห้อง 1 Bedroom ขนาด 25 ตารางเมตร

– ห้อง 1 Bedroom Plus ขนาด 30-34 ตารางเมตร

 

 


 

 

จุดเด่นในห้องพักที่ทำให้ The Origin Ram 209 Interchange พิเศษกว่าโครงการอื่นๆ

 

สำหรับจุดเด่นพิเศษของห้องทั้งหมดในโครงการคือการมีระบบ Home Automation ที่สามารถเชื่อมต่อทั้งเครื่องปรับอากาศ การควบคุมการเปิดปิดไฟ และระบบ Access Control ที่สามารถปลดล็อคได้ 5 ระบบ ทั้งการกดรหัส ใช้คีย์การ์ด สแกนลายนิ้วมือ การใช้กุญแจ และการใช้บลูทูธ สำหรับห้อง 1 Bedroom Plus ยังเพิ่ม Smart Mirror ที่สามารถ Touch screen ใช้งานอินเตอร์เน็ตผ่าน Wi-fi ได้

 

นอกจากนี้ทางโครงการยังมีบริการเจ๋งๆ อย่าง One-Call Smart Locker ที่คอยแก้ปัญหาการจัดส่งพัสดุด้วยระบบล็อคเกร์สำหรับส่ง-รับ พัสดุส่วนตัวของเราผ่านการแจ้งเตือนด้วย Application รวมทั้งบริการ Maid/Cleanning Service ที่มาช่วยดูแลในเรื่องความสะอาดของห้องด้วยคุณภาพระดับมืออาชีพที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตของคนรุ่นใหม่ได้อย่างดี

 

รวมถึงความพิเศษในการให้อุปกรณ์ อย่าง Smart Mirror ที่เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตได้ และ ตู้เสื้อผ้าแบบ Smart Closet ที่ช่วยจัดเก็บของได้อย่างลงตัว


 

พาชมห้องตัวอย่าง

 

สำหรับห้องตัวอย่างที่จะพาชมในวันนี้มี 3 รูปแบบคือ ห้อง Studio ขนาด 22 ตารางเมตร ห้อง 1 Bedroom ขนาด 25 ตารางเมตร ห้อง 1 Bedroom Plus ขนาด 30 ตารางเมตร ตกแต่งในรูปแบบ Fully Fitted (ทางโครงการให้ Built-in Furniture คือ ฐานเตียง 5 ฟุต, ตู้เสื้อผ้าสูงถึงเพดาน, ชั้นวาง TV, เตา ที่ดูดควัน และซิงค์ล้างจาน สำหรับพื้นที่ครัว)

 

โดยห้องพักจะถูกแบ่งออกเป็นสัดส่วนอย่างลงตัวด้วยพื้นที่สี่เหลี่ยมผืนผ้า พื้นที่แต่ละห้องจะแตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับขนาดและรูปแบบของห้องนั้นๆ โดยห้อง 1 Bedroom Plus จะเพิ่มในส่วนของห้องเอนกประสงค์เข้ามา

 

ห้อง Studio ขนาด 22 ตารางเมตร

 

 

ความสูงห้องพักอยู่ที่ 2.6 เมตร ประตูห้องพักจะให้กลอนแบบ Digital Door Lock มาทุกยูนิต ทางด้านหน้าของห้องจะเห็นแปลนภาพรวมของห้อง โดยพื้นที่ภายในห้องจะถูกแบ่งเป็นสัดส่วนโดยแบ่งพื้นที่ Service อยู่ทางด้านหน้าของห้องทั้งห้องครัวและห้องน้ำ ด้านในจะเป็นห้องนอนที่มีความเป็นส่วนตัวพร้อมด้วยพื้นที่นั่งเล่นและโซนพื้นที่แต่งตัว ห้องในรูปแบบนี้จะมีระเบียงเล็กๆ เน้นการเปิดมุมมองจากในพื้นที่ของห้องนอนเอง ซึ่งระบบไฟแบบ ดาวน์ไลท์ และระบบปรับอากาศสามารถควบคุมได้ด้วย Home Automation ผ่าน Application

 

ทางเดินเมื่อเข้ามาภายในห้องจะแบ่งเป็นพื้นที่ครัว ส่วนพื้นที่ทางเดินมีความเหมาะสม ไม่กว้างหรือแคบเกินไป ทางโครงการให้เตาไฟฟ้า ที่ดูดควัน และซิงค์ล้างจานของ Teka (หรือเทียบเท่า) มาให้ด้วย สำหรับพื้นตกแต่งด้วยกระเบื้อง ง่ายต่อการทำความสะอาด

 

ภาพรวมของห้องครัว เมื่อมองไปยังประตูทางเข้า ซึ่งทางห้องตัวอย่างได้จำลองให้เห็นภาพ เมื่อมีตู้เย็นและเครื่องซักผ้า พื้นที่ลงตัวดูสบายๆ  ไม่ได้ดูอึดอัด

 

และเมื่อเปิดลิ้นชักใช้งานก็สามารถใช้งานได้สะดวก โดยบานพับตู้เป็นแบบ Soft Close

 

ทางด้านขวามือจะเป็นห้องน้ำให้อุปกรณ์ ของ Cotto (หรือเทียบเท่า)  ซึ่งตกแต่งด้วยกระเบื้องสีเทา-ขาว ซึ่งภายในมีการแยกโซนเปียกกับโซนแห้ง ด้วยประตูกระจกและขอบกั้นน้ำ

 

ฝักบัวที่ทางโครงการให้เป็นแบบสายอ่อน

 

เคาน์เตอร์ห้องน้ำแบบลอยตัวมาพร้อมกับกระจกเต็มบาน พื้นที่ในห้องน้ำกว้างใช้งานได้สบาย

 

โซนห้องนอนจะกั้นด้วยประตูบานเลื่อน 3 ตอนที่เป็นกระจกเต็มตัวเปิดมุมมองของแสงให้เข้ามาถึงในห้องครัว ทำให้ห้องดูกว้างมากขึ้น

 

สำหรับห้องนอนก็จะแบ่งเป็นสัดส่วนชัดเจน โดยจะมีโซนนั่งเล่น โซนแต่งตัว โต๊ะเครื่องแป้ง และพื้นที่ริมหน้าต่างที่เป็นเหมือนพื้นที่อ่านหนังสือ เรียกว่า จัดวางได้อย่างลงตัวในพื้นที่ 22 ตารางเมตร สามารถใช้ทุกพื้นที่ได้คุ้มค่า  สำหรับผนังห้องจะเป็นแบบฉาบเรียบทาสีขาว พื้นห้องเป็นไม้ลามิเนต ความหนา 8 มม.  และให้เครื่องปรับอากาศ 1 เครื่อง

 

 

ตู้เสื้อผ้าสูงจรดเพดาน สามารถใส่ของได้เต็มที่

 

พื้นที่ระเบียงมีขนาดกะทัดรัด ติดตั้งปลั๊กไฟแบบกันน้ำ และท่อประปาให้ด้วย

 

ภาพรวมของห้องนอน มองออกทางไปหน้าห้องพัก โดยรวมเป็นห้อง Studio ที่สามารถแบ่งพื้นที่ได้อย่างเป็นสัดส่วน

 


 

ห้องตัวอย่างแบบ  1 Bedroom ขนาด 25 ตารางเมตร

 

สำหรับห้องในรูปแบบนี้จะจัดพื้นที่ห้องนั่งเล่นไว้ที่ด้านหน้าของทางเข้า ห้องน้ำจะอยู่ในโซนนี้ ห้องครัวจะแยกออกไปทางด้านข้างของห้องนอน จะทำให้ห้องนอนดูเป็นสัดส่วน เป็นพื้นที่ที่ใหญ่และลงตัวมากขึ้น

 

เมื่อเข้ามาจะเห็นว่าห้องนั่งเล่นสามารถจัดเป็นสัดส่วนได้อย่างชัดเจน มีพื้นที่ทานอาหารอยู่ด้านหลัง ทางโครงการเตรียมพื้นที่สำหรับวางทีวีขนาดใหญ่ และพื้นที่เพียงพอสำหรับการวางโซฟาขนาดยาว ไม่เกะกะหรือขวางทางเดิน ซึ่งระบบไฟและระบบปรับอากาศของห้องสามารถควบคุมได้ด้วย Home Automation ผ่าน Application   โดยห้อง 1 Bedroom จะให้เครื่องปรับอากาศจำนวน 2 ตัว

 

ตัวอย่างตู้เก็บของและชั้นวางทีวีของโครงการก็สามารถเก็บของได้หลากหลาย

 

กั้นพื้นที่เป็นสัดส่วนด้วยกระจกบานเลื่อนสูงติดเพดาน ที่ช่วยให้พื้นที่ห้องดูโปร่งโล่ง และรับแสงสว่างจากด้านนอกอาคารได้ดียิ่งขึ้น

 

พื้นที่ทางเดินไปห้องครัวก็ทำเป็นส่วนของโต๊ะเครื่องแป้งที่ค่อนข้างลงตัว ใช้พื้นที่ได้คุ้มค่าทุกตารางนิ้ว

 

พื้นที่ห้องครัวคล้ายๆ กับห้อง Studio แต่จะแยกส่วนของเครื่องซักผ้าไปไว้ที่ระเบียงแทน ส่วนของครัวมีขนาดพอเหมาะกับการใช้งาน โดยโครงการจะให้เตาไฟฟ้า ที่ดูดควัน และซิงค์ล้างจาน

 

ภายในห้องนอนประกอบด้วยตู้เสื้อผ้าขนาดใหญ่ที่สามารถจัดวางเสื้อผ้าและเก็บของได้มากขึ้น ดูโล่ง สบาย ได้รับแสงจากภายนอกอย่างเต็มที่

 

 

 

 

 


 

ห้อง 1 Bedroom Plus ขนาด 30 ตารางเมตร

 

 

ในรูปแบบนี้ห้องจะจัดวางพื้นที่คล้ายๆ กับห้อง 1 Bedroom คือมีห้องรับแขกอยู่ทางด้านหน้า ห้องน้ำและห้องครัวจะอยู่ในโซนเดียวกับห้องรับแขก จะไม่ได้เน้นพื้นที่ของห้องครัวมากนัก แต่จะมีห้องเอนกประสงค์เพิ่มมาข้างห้องนอนหลัก สำหรับการใช้งานเป็นห้องนั่งเล่นหรือวางเตียง Day Bed สำหรับพักผ่อน ความพิเศษของห้องรูปแบบนี้นอกจากจะมีระบบ Home Automation แล้วยังมีเทคโนโลยี Smart Mirror ที่สามารถ Touch screen ใช้งานผ่าน Wi-fi ได้

 

เริ่มต้นด้วยพื้นที่ห้องรับแขกสามารถวางโซฟาในแนวยาว และมีพื้นที่สำหรับชั้นวางของในพื้นที่รับประทานอาหารได้ ทำให้สามารถเก็บของได้มากขึ้น โดยห้อง 1 Bedroom Plus จะให้เครื่องปรับอากาศจำนวน 3 ตัว

 

พื้นที่ห้องครัวจะอยู่บริเวณทางออกไปห้องอเนกประสงค์ ห้องครัวในรูปแบบนี้จะมีพื้นที่ขนาดเล็กกว่ารูปแบบ 1 Bedroom แต่จะเน้นการใช้งานในพื้นที่อื่นเพิ่มมากขึ้น

 

พื้นที่ของตู้เย็นจะย้ายมาอยู่ในฝั่งของห้องนั่งเล่นแทน แต่ก็ยังถือว่าใช้งานได้สะดวกอยู่ และจุดเด่นอย่าง Smart Built-in ที่ชั้นวางของสามารถขยายเป็นโต๊ะทานอาหาร โดยเมื่อไม่ใช้แล้วงานก็สามารถพับเก็บได้

 

สำหรับห้องน้ำมีการแบ่งสัดส่วนของโซนเปียกและโซนแห้งด้วยประตูกระจกและขอบกั้น

 

พื้นที่ของห้องนอนจะเน้นความโปร่งโล่ง มีการวางตู้เสื้อผ้าไว้แนวเดียวกับหัวเตียง ซึ่งเพิ่มพื้นที่กลางห้องให้กว้างขึ้นได้

 

ด้านในตู้เสื้อผ้าก็จุของได้เยอะ เพราะมีพื้นที่ด้านบนด้วย

 

สำหรับห้องอเนกประสงค์ด้านซ้ายมือของห้องนอนก็สามารถทำเป็นห้องทำงาน ห้องนั่งเล่น หรือพื้นที่พักผ่อนก็ได้

 

 

 


บทสรุปหลังเยี่ยมชมโครงการ

 

โครงการ “The Origin Ram 209 Interchange” นับว่าเป็นคอนโดมิเนียมที่มีทำเลการเดินทางแห่งอนาคต เป็นเสมือน Hub ของการเดินทางที่สะดวกด้วยจุดเชื่อมต่อรถไฟฟ้าสายสีส้ม-ชมพู และสามารถเชื่อต่อกับถนนหลักๆ ได้หลายเส้นทาง นอกจากนี้ยังมีห้างสรรพสินค้า อเวนิว คอมมิวนิตี้มอลล์ หลายแห่งรายล้อมภายในพื้นที่ และยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ ไว้คอยรองรับอีกมากมาย

 

สำหรับอาคารก็มีสิ่งอำนวยความสะดวกอัดแน่น พื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่ ชูจุดเด่นด้วยระบบเทคโนโลยีที่ทันสมัยทั้ง Home Automation และ Smart Mirror พร้อมด้วย Service ที่เอาใจคนยุคใหม่อย่าง One-call Smart Locker และ Maid Cleaning Service ที่ทำให้การใช้ชีวิตที่คอนโดมิเนียมแห่งนี้เป็นเรื่องง่าย

 

นอกจากทำเล การเดินทางที่สะดวก และสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครันแล้ว ด้านราคาเองก็ถือว่าคุ้มค่ามากเลยทีเดียว ราคาเริ่มต้นเพียง 1.29 ล้านบาท โดยทำเลนี้มีความต้องการอยู่อาศัยสูง อาจเป็นอีกทางเลือกในการลงทุนปล่อยเช่า และแนวโน้มอัตราการเติบโตของราคาที่ดินในโซนนี้เพิ่มขึ้นต่อเนื่องทุกปี ส่งผลให้ราคาขายในอนาคตน่าจะปรับตัวขึ้นตาม ทำให้คอนโดมิเนียม “The Origin Ram 209 Interchange” นี้น่าจับตามองเป็นอย่างมาก ทั้งในด้านการลงทุนและการอยู่อาศัย โดยเมื่อเทียบกับ Facility และเทคโนโลยีที่ได้เรียกว่าคุ้มค่า เป็นการผสานการใช้ชีวิตคนเมืองและความเป็นอยู่แบบธรรมชาติได้อย่างแท้จริง

 

สำหรับผู้สนใจสามารถเข้าชมโครงการ “The Origin Ram 209 Interchange” ได้ที่ Sales Gallery บนถนนรามคำแหง ซอย 209  หรือ ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่เว็บไซต์ https://bit.ly/2XdpDzY  หรือ สอบถามโทร 020 300 000

 

29 มิ.ย. นี้ เปิดจองครั้งแรก! กับราคาดีที่สุดในกรุงเทพฯเพียง 1.29 ล้านบาท

.

คลิก https://bit.ly/2XdpDzY  ลงทะเบียนรับสิทธิ์  พร้อมสิทธิ์เข้ารับ PRIVILEGE CARD

ที่โครงการ เพื่อใช้เป็น ส่วนลด 200,000 บ. ในการเข้าจอง ในวันงาน!

.

#TheOrigin

#LiveYourValue

#EmpathyDesignThinking

#จัดจ้านย่านอินเตอร์เชนจ์

#คอนโดใหม่ของคนมีนบุรี

 

 



 

ความคิดเห็น