พาชมคอนโด “MAXXi Ratchayothin-Phahol 34” จัดเต็มในทุกด้านของชีวิต LIVE IT TO THE MAX บนทำเลใกล้รถไฟฟ้า BTS เสนานิคม

MAXXi Ratchayothin-Phahol 34” (แมกซ์ซี่ รัชโยธิน-พหล34) คอนโดมิเนียมภายใต้แนวคิด LIVE IT TO THE MAX จัดเต็มในทุกด้านของชีวิต บนทำเลซอยพหลโยธิน34 ใกล้รถไฟฟ้า BTS เสนานิคม

 

 

ชื่อโครงการ แมกซ์ซี่ คอนโดมิเนียม (MAXXi Condominium)

ลักษณะโครงการ คอนโดมิเนียม Low rise สูง 8 ชั้น จำนวน 1 อาคาร และอาคาร Club house สูง 3 ชั้น จำนวน 1 อาคาร

ที่ตั้งโครงการ ซอยพหลโยธิน 34  หรือซอยเสนานิคม 2

พื้นที่โครงการ 2-0-31 ไร่

จำนวนห้องพัก 249 ยูนิต

รูปแบบห้องพัก

– Studio ขนาด 22 ตารางเมตร

– 1Bedroom ขนาด 26 ตารางเมตร

– 1Bedroom plus ขนาด 30 ตารางเมตร

– 2Bedrooms ขนาด 34-37 ตารางเมตร

สิ่งอำนวยความสะดวก

– อาคาร Club house หรือ CO HAPPY SPACE

– Lobby

– Co-kitchen space

– Co-working space

– Fitness with  Boxing corner (พื้นที่ฟิตเนส ที่มีพื้นที่เล่นโยคะ และ Boxing area)

– สระว่ายน้ำ พร้อมระบบ Jet System

– Library corner (มุมอ่านหนังสือ) และ play zone

– สวนพักผ่อน

ระบบรักษาความปลอดภัย  CCTV , RFID Access  & Finger Scan

จำนวนที่จอดรถ  79 คัน คิดเป็น 32 % ( ไม่ซ้อนคัน )

เปิดจองโครงการ 24-25 มิถุนายน 2560

เริ่มก่อสร้าง  ไตรมาส 1 ปี 2561

คาดว่าแล้วเสร็จ ไตรมาส 2 ปี 2562

ราคาเริ่มต้น 1.29 ล้านบาท

ราคาเฉลี่ยทั้งโครงการ 67,000 บาท/ตารางเมตร

ค่าส่วนกลาง 50 บาท/ตารางเมตร/เดือน

ค่ากองทุน 500 บาท/ตารางเมตร (จ่ายครั้งเดียว)

เจ้าของโครงการ บริษัท อาร์เค พลัส เอสเตท จำกัด

เบอร์โทรศัพท์ 099-269-9588

เว็บไซต์โครงการ www.maxxicondo.com

 


 

ส่องทำเลโครงการ

สำหรับ พหลโยธิน 34 หรือซอยเสนานิคม 2 เป็นทำเลที่เดินทางสะดวก ในอนาคตมีรถไฟฟ้าสายสีเขียวผ่าน สถานีเสนานิคม ซึ่งสามารถเดินทางเข้าเมืองไปถึงสยาม ใจกลางกรุงเทพฯ โดยไม่ต้องเปลี่ยนขบวน และอยู่ใกล้มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ , มหาวิทยาลัยศรีปทุม , โรงพยาบาลเปาโล , โรงภาพยนตร์เมเจอร์ รัชโยธิน และ ยังเป็นย่านแหล่งงานราชการรวมถึงเอกชน อาทิ ธอส. , กรมป่าไม้ หรือแม้กระทั่งบริษัท RS สำนักงานใหญ่ที่กำลังจะเปิดใหม่บนถนนเกษตร-นวมินทร์

 

 

 

โครงการ MAXXi Condo ตั้งอยู่ภายในซอย พหลโยธิน 34  สามารถเข้าถึงได้จาก 3 เส้นทางหลัก คือ จากถนนพหลโยธินที่ปัจจุบันเป็นเส้นทางการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีเขียวต่อขยายมาจากสถานีหมอชิต โดยสามารถแยกเข้าได้ทั้งซอยพหลโยธิน 34 และซอยพหลโยธิน 32 รวมถึงถนนประเสริฐมนูกิจที่สามารถลัดเข้าซอยเสนานิคม2 ได้ โดยตัวโครงการจะอยู่เลยสามแยกมานิดหน่อย ซึ่งเป็นผลดีในเรื่องความเป็นส่วนตัวของที่ดินโครงการ

 

แนวเส้นทางรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยายมาทางเหนือของกรุงเทพ สถานีที่ใกล้ที่สุดคือสถานีเสนานิคม ซึ่งอยู่ห่างจากพื้นที่โครงการประมาณ 1 กิโลเมตร

 

และสถานศึกษาที่สำคัญที่ตั้งอยู่ใกล้กับโครงการคือ ม.เกษตรศาสตร์  อยู่ไม่ไกลจากซอยพหลโยธิน 34

 

ภาพจากปากซอยพหลโยธิน 34 จะมองเห็นแนวเส้นทางรถไฟฟ้า BTS สายสีเขียวส่วนต่อขยาย ที่กำลังก่อสร้างอยู่ โดยสถานีเสนานิคมจะอยู่บริเวณปากซอยเลย

 

เรามาถึงซอยพหลโยธิน 34 โดยโครงการ MAXXi Condo จะตั้งอยู่ภายในซอยนี้ และจากภาพเราจะมองเห็นว่ามีเส้นทางรถไฟฟ้าผ่านอยู่ โดยตัวสถานีรถไฟฟ้าจะตั้งอยู่บริเวณปากซอยนี้เช่นกัน

 

บริเวณปากซอยพหลโยธิน 34 จะเป็นแหล่งชุมชน มีร้านค้า ร้านอาหารเรียงรายมากมาย  ถือว่าเป็นย่านที่อุดมสมบูรณ์

 

ปากซอยพหลโยธิน 34 จะมีร้านสะดวกซื้อ Max Valu อยู่ข้างๆ โดยบริเวณนี้จะเป็นแหล่งชุมชน ที่ใกล้สถานศึกษา และ โรงเรียนหลายแห่ง เป็นย่านที่มีผู้พักอาศัยจำนวนมาก

 

ต้นซอยพหลโยธิน 34 จะมีทางเข้าโรงพยาบาลเปาโล เกษตร หรือ โรงพยาบาลเมโยเดิม

 

บรรยากาศบริเวณกลางซอยพหลโยธิน 34 จะมีความร่มรื่น มีต้นไม้ปลูกตลอดแนว สลับกับบ้านพักอาศัย

 

ตรงเข้ามาเรื่อยๆจะเจอกับสามแยก โดยจะมี 7-11 อยู่ที่ตรงสามแยกเลย พื้นที่โครงการจะเลยตรงไปไม่ไกลจะอยู่ทางขวามือ ส่วนแยกทางซ้ายมือคือซอยพหลโยธิน 34 แยก 11

 

เดินไปสำรวจในซอยพหลโยธินแยก 11 ตรงมาอีกนิดหน่อยจะมี Tesco Lotus ที่เปิด 24 ชั่วโมง

 

ย้อนกลับมา แล้วตรงไปเพื่อไปยังโครงการ MAXXi Condo ปัจจุบันพื้นที่โครงการจะมีการล้อมรั้วด้วยป้ายโฆษณาเรียบร้อย เห็นชัดเจนไม่มีหลง

 

เมื่อเดินเข้ามาภายในพื้นที่โครงการ ก็จะเจอกับอาคาร Club house สูง 3 ชั้น ที่ปัจจุบันเป็นที่ตั้งของ Sales Gallery

 

โดยที่ดินของโครงการนั้นจะตั้งอยู่ท่ามกลางพื้นที่พักอาศัยทั้งในรูปแบบแนวราบ หมู่บ้าน และบ้านส่วนตัว รวมถึงมีคอนโดมิเนียมหลากหลายโครงการการเข้ามาเปิดในพื้นที่ เนื่องจากเป็นทำเลที่สามารถเข้าถึงได้จากถนนหลักหลายเส้นทาง ซึ่งทำให้การใช้ชีวิตประจำวันของผู้พักอาศัยง่ายขึ้น นอกจากนี้ก็จะมีโรงเรียน โรงพยาบาล และสถานที่ทำงานอยู่โดยรอบโดยถ้าเข้าจากถนนพหลโยธินซอย 34 เข้ามาประมาณ 800 เมตรจะเจอกับสามแยก ซึ่งเป็นแหล่งความอุดมสมบูรณ์ของพื้นที่ โดยจะมีร้านค้า ร้านสะดวกซื้อเปิดขายตลอดทั้งวัน เดินเข้ามาอีกประมาณ 200 เมตรก็จะเป็นพื้นที่โครงการอยู่ทางขวามือ

 

เรามายืนอยู่บน Club house ที่เป็น Sales Gallery โครงการบนดาดฟ้า มองออกไปยังส่วนทางเข้าโครงการ จะเห็นได้ว่าทางซ้ายมือหรือทิศตะวันตกจะมีคอนโดมิเนียม Low rise สูง 8 ชั้นอยู่ข้างๆ ซึ่งแม้ว่าจะติดกัน แต่จะไม่ติดกับส่วนอาคารพักอาศัย เนื่องจากจะมีระยะอาคาร Club house ก่อนที่จะถึงอาคารพักอาศัยทางขวามือ

 

พื้นที่ขวามือ คือ พื้นที่ก่อสร้างส่วนอาคารพักอาศัยสูง 8 ชั้น ซึ่งแยกออกจากอาคาร Club house ซึ่งจะทำให้ลูกบ้านมี Facilities ที่ครบครันมากกว่าอัดกันภายในอาคารเดียว

 

ทิศตะวันออกของโครงการยังเป็นพื้นที่โล่ง

 

ส่วนทิศใต้เป็นหมู่บ้านแนวราบพักอาศัยทั่วไป


 

เจาะลึกโครงการ

MAXXi Condo  สำหรับที่มาของชื่อโครงการ มาจากคำว่า MAX หมายถึงการจัดเต็มในทุกด้าน โดยทีม อาร์เค พลัส  พัฒนาโครงการเพื่อตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ของชีวิต  ตัวอาคารออกแบบในสไตล์ Modern & Affordable Luxury มีเอกลักษณ์ เท่ โมเดิร์น แต่แฝงไปด้วยความหรูหรา  

 

แนวคิดโครงการ LIVE IT TO THE MAX ที่จัดเต็มในทุกด้านของชีวิต

 

จากทางเข้าโครงการซอยพหลโยธิน จะมีซุ้มประตูให้เห็นเด่นชัด ระบบรักษาความปลอดภัยในการเข้า-ออกจะเป็นกล่อง RFID แบบ easy pass ที่สามารถเก็บไว้ในรถส่วนตัว แล้วจะส่งสัญญาณให้เปิดไม้กระดกขึ้นอัตโนมัติ เมื่อผ่านซุ้มประตูจะเจออาคาร Club house สูง 3 ชั้นทางขวามือ และอาคารพักอาศัยสูง 8 ชั้นทางซ้ายมือ

 

จากโมเดลโครงการ อาคาร Club house ส่วนแรกจะเป็นอาคารสี่เหลี่ยมผืนผ้าสูง 3 ชั้น โดยชั้นดาดฟ้าจะเป็นพื้นที่สวนสีเขียว ล้อมรอบด้วยอาคารพักอาศัยสูง 8 ชั้นรูปตัว โดยพื้นที่จอดรถจะอยู่ทั้งใต้อาคารและพื้นที่กลางแจ้ง

 

Facade อาคารพักอาศัยอีกฝั่งหนึ่งที่ติดกับพื้นที่ว่างทางตะวันออก และหมู่บ้านทางทิศใต้

 

ภาพจำลองเมื่อขับรถเข้ามาผ่านซุ้มประตู จะมีอาคาร Club house ที่เรียกว่า Co-Happy Space อยู่ทางขวามือ ส่วนทางซ้ายจะเป็นอาคารพักอาศัย สามารถเลี้ยวซ้ายเข้าไปจอดรถใต้อาคารได้เลย

 

พื้นที่ Club house บนชั้น 2 จะมีส่วนสระว่ายน้ำติดระบบ Jet System สามารถว่ายน้ำในระยะทางไร้ขีดจำกัด ซึ่งตกแต่งด้วยโทนสีม่วง Amethyst

 

ภายในเป็นอาคารสูง 2 ชั้น ส่วน Lobby ส่วนแรกจะเป็นแบบ Double height

 

มีพื้นที่นั่งเล่น พื้นที่อ่านหนังสือ และโต๊ะ Pool

 

ภายในห้องฟิตเนสจะมีทั้งส่วนเครื่องเล่นออกกำลังกาย  พื้นที่ Weight training และพื้นที่ต่อยมวยทางขวามือ

 

จากภาพจำลอง เรามาดูสถานที่จริงกันบ้าง ในชั้นล่างของ Club house จะเป็นส่วน Co-Kitchen Space ที่ให้ลูกบ้านสามารถมาร่วมทำอาหาร และจัด Party เล็กๆได้

 

มองขึ้นไปด้านบนจะเป็น Double height ceiling เปิดโล่ง

 

ขึ้นมาบนชั้น 2 จะเป็นส่วนของ Library corner และ Play zone มีโต๊ะพูลวางไว้ให้เล่นด้วย

 

อีกมุมหนึ่งของพื้นที่นั่งเล่นภายใน Club house

 

เข้ามาดูภายในห้อง Fitness ที่อยู่ติดกัน โดยเมื่อเปิดให้บริการจริง จะมีอุปกรณ์ให้ครบครัน

 

ส่วนของ Fitness ที่มี Boxing corner ไว้ให้ออกกำลังกายด้วย

 

ด้านในมีอุปกรณ์ออกกำลังกาย เตรียมไว้ให้เรียบร้อย

 

ส่วนของห้องน้ำบริเวณชั้น 2 เตรียมไว้รองรับลูกบ้าน


 

ผังโครงการ

เรามาดู Master plan กันต่อ จากทางเข้าโครงการติดซอยพหลโยธิน 34 หรือซอยเสนาร่วม2 ตรงเข้ามาจะเจอกับไม้กั้น ซึ่งสามารถเปิดได้ด้วยระบบ RFID ผ่านเข้ามาจะเจอกับอาคาร Club house สูง 3 ชั้นอยู่ตรงหน้า ซึ่งปัจจุบันมีการก่อสร้างเสร็จเรียบร้อยเพื่อใช้เป็น Sales Gallery ส่วนทางขวามือเป็นอาคารพักอาศัยสูง 8 ชั้น จำนวน 249 ยูนิต โดยหากขับรถเข้ามาจะบังคับเลี้ยวซ้ายเข้าไปจอดใต้อาคารพักอาศัย แล้ววนออกมาเจอพื้นที่จอดรถกลางแจ้ง เป็นการเดินรถแบบ one-way ทั้งโครงการ

ที่อาคารพักอาศัยจะมีทางเข้าอยู่ด้านใน การเข้าออกเป็นแบบแสกนลายนิ้วมือเข้าอาคาร โดยเมื่อผ่านเข้าไปจะเจอกับลิฟท์โดยสาร 2 ตัว หากเลี้ยวขวาจะเจอกับประตูเข้าไปยังส่วนที่พักอาศัยชั้น 1 ซึ่งมีจำนวนห้องพัก 11 ยูนิต ทั้งแบบ studio, 1 bedroom, 1 bedroom plus และ 2 bedrooms ห้องมุม โดยส่วนที่ห้องพักชั้น 1 จะได้คือระเบียงห้องพักที่หันออกไปยังพื้นที่สวนรอบเนื้อที่ดิน

อาคาร Club house ชั้นล่างจะเป็นพื้นที่ Co-kitchen space ข้างๆกันจะมีบันไดขึ้นไปยังพื้นที่ชั้นสอง การที่มีอาคาร Facilities แยกจากอาคารพักอาศัยก็เพื่อเพิ่มขนาดและ Function ให้มากกว่าปกติ รวมถึงเพื่อความเป็นส่วนตัวในเวลาพักอาศัย ทั้งเรื่องการเข้าออกของเพื่อนบ้านและเสียงรบกวน นอกจากนั้นอาคาร clubhouse ยังทำหน้าที่เป็นพื้นที่เว้นระยะห่างจากอาคารพักอาศัยและอาคารคอนโดมิเนียม low rise ข้างๆให้กระชั้นกันน้อยลงอีกด้วย

 

ส่วนชั้น 2 ของอาคารพักอาศัยสามารถขึ้นได้จากลิฟท์โดยสาร 2 ตัวและบันไดทั้งสามจุด โดยมีการวางห้องพักเป็นแบบ Double corridor คือมีประตูห้องพักทั้งสองฝั่งของพื้นที่เดินตรงกลางชั้น โดยชั้น 2 นี้มีห้องพักทั้งหมด 34 ยูนิต โดยห้องมุมส่วนใหญ่จะเป็นห้องแบบ 2 ห้องนอนเกือบทั้งหมด

พื้นที่ชั้นสองของอาคาร Club house จะเป็นส่วน Library corner และ Play zone ที่มีพื้นที่นั่งเล่นและโต๊ะพูล รวมถึงห้องฟิตเนสที่มีมุมต่อยมวย และเมื่อเดินไปจนสุดจะเจอกับพื้นที่เปิดโล่งพร้อมสระว่ายน้ำ ที่มีการติดตั้งระบบ Jet System เพื่อเพิ่มแรงในการออกกำลังกาย มาพร้อมกับการตกแต่งด้วยโทนสีม่วง ข้างๆกันเป็นห้องน้ำแยกชาย-หญิงเพื่อความสะดวก

 

 

บนชั้น 3 ของอาคารพักอาศัยก็จะเหมือนกันกับชั้น 2 ซึ่งบนชั้น 3 เป็นต้นไปก็จะได้วิวที่กว้างขึ้นและเริ่มพ้นต้นไม้ใหญ่ ซึ่งส่วนใหญ่จะมีการปรับราคาห้องพักตามชั้นเพิ่มเข้าไป ข้างๆกันคือดาดฟ้าของ Club house ซึ่งออกแบบมาเป็นพื้นที่สีเขียวอีกส่วนของโครงการนอกเหนือจากพื้นที่สีเขียวโดยรอบแปลงที่ดิน

 


 

ชมห้องพัก

 

ขนาดห้องที่เล็กของที่สุดของโครงการ MAXXi Condo เริ่มต้นที่ 22 ตารางเมตร ในรูปแบบ Studio โดยในช่วงพรีเซล จะได้เป็นแบบ Fully Furnished คือ ได้ส่วนงานระบบ ครัว ห้องน้ำ พร้อมเฟอร์นิเจอร์โต๊ะ ตู้ เตียง รวมถึงวอลเปเปอร์ แต่จะไม่รวมที่นอน เครื่องใช้ไฟฟ้าและของตกแต่ง เรามาดูการออกแบบห้องเริ่มจากทางเข้าห้องพัก เปิดเข้ามาจะเจอกับพื้นที่ส่วนครัวทางซ้ายมือ โดยจะมีเคาท์เตอร์ครัวและตู้เก็บของด้านบน ส่วนทางขวามือหลังบานประตูเข้าห้องคือตู้เสื้อผ้าและทางเข้าห้องน้ำ ซึ่งเป็นแบบ 3 Figures ประกอบไปด้วยอ่างล้างหน้า โถสุขภัณฑ์และพื้นที่อาบน้ำ เดินเข้ามาด้านในจะเป็นพื้นที่ทานข้าวทางซ้ายมือ ถัดไปเป็นชั้นวางทีวี ส่วนตรงข้ามกันเป็นเตียงนอน ด้านในสุดของห้องจะเป็นตำแหน่งวางโซฟาซึ่งสามารถปรับเปลี่ยนเป็นการวางโต๊ะทำงานที่ได้รับแสงธรรมชาติได้ และประตูบานเลื่อนออกนอกระเบียงที่เว้นพื้นที่ Condensing unit ไว้ให้  การวางส่วนครัวและส่วนห้องน้ำไว้ด้านในของอาคารแบบนี้จะกั้นส่วนพื้นที่พักอาศัยและพื้นที่ส่วน Service ได้ดี ไม่น่าจะมีปัญหาเรื่องกลิ่น และการระบายอากาศ

 

แบบถัดมาเป็นแบบ 1 Bedroom ขนาด 26 ตารางเมตร ซึ่งเป็นหนึ่งในห้องตัวอย่างของโครงการ การออกแบบจะแบ่งพื้นที่เป็นสัดส่วนมากขึ้น โดยจะกั้นพื้นที่ส่วน Living ออกจากห้องนอนด้วยประตูบานเลื่อนแบบใสหลังโซฟา โดยห้องน้ำจะสามารถเข้าได้จากส่วนห้องนอนส่วนเดียว พื้นที่ระเบียง ที่มีการออกแบบเป็น Double Skin ให้สามารถใช้ประโยชน์ได้มากขึ้นด้วยการขยายขนาดระเบียงให้กว้างกว่าปกติ และสามารถปรับแต่งเป็นห้องทานข้าว หรือห้องนั่งเล่นได้ ในแบบ indoor หรือ outdoor คือแบบมีหน้าต่างปิดกั้นอีกชั้นหนึ่ง

 

 

เปิดประตูห้องพักเข้ามาด้านใน ทางซ้ายมือก็จะเจอกับเคาท์เตอร์ครัว และตู้ติดผนังด้านใน ภายในเป็นพื้นที่นั่งเล่น และสุดด้านในคือประตูบานเลื่อนที่ออกไปยังระเบียง พื้นปูด้วย ลามิเนตหนา 12 มม ทั่วทั้งห้อง ถือว่าเป็นจุดเด่นเพราะให้พื้นที่มีความหนากว่าโครงการอื่นในระดับเดียวกัน  ส่วนความสูงห้องพักจากพื้นถึงฝ้าคือ 2.4 เมตร ตามมาตรฐาน

 

การเข้า-ออกห้องพัก ทางโครงการติด Digital door lock จาก Molilock มาให้เรียบร้อย

 

เคาท์เตอร์ครัวประกอบไปด้วยส่วนทำอาหารอย่าง Hob & Hood จาก Tecno+ ตรงกลางคือพื้นที่เตรียมอาคารขนาดเล็ก และขวามือคืออ่างล้างจาน 1 หลุม ด้านใต้ก็จะเป็นตู้เก็บของและลิ้นชัก ส่วนด้านบนก็จะเป็นช่องเก็บของพร้อมบานปิดและช่องว่างไมโครเวฟ

 

Function และการเปิด-ปิดของบานต่างๆส่วนครัว

 

ด้านในจะเป็นพื้นที่นั่งเล่น โดยทางซ้ายมือติดกับผนังคือชั้นวางทีวี ตรงกลางคือโต๊ะกลาง และขวามือคือโซฟาขนาดนั่งได้ 2 คน โดนด้านหลังโซฟาเป็นประตูบานเลื่อนเข้าห้องนอน

 

เมื่อเปิดบานประตูเลื่อนส่วนระเบียงแล้วก็จะเจอกับพื้นที่ Semi-Outdoor ซึ่งเป็นพื้นที่ระหว่างประตูบานเลื่อนและหน้าต่างบานเลื่อน โดยสามารถสร้างให้เกิดประโยชน์ใช้สอยด้วยการวางโต๊ะทานข้าว ราวแขวนเสื้อผ้า เครื่องซักผ้าไว้ในส่วนนี้ได้ โดยที่ริมผนังจะเป็นส่วน Condensing unit ของแอร์ภายในห้องพัก ซึ่งจะติดให้ 1 ตัว

 

สวิตซ์ไฟ เป็นระบบสัมผัส รวมถึงภายในห้องมีระบบ Home Automation สามารถเปิด-ปิดไฟ ด้วยมือถือผ่าน WiFi

 

จากพื้นที่ห้องนั่งเล่น มองไปยังห้องนอนด้านใน กั้นด้วยกระจกใส กรอบอลูมิเนียมสีดำ 2 บานแบบล็อกได้ทั้งสองฝั่ง สามารถติดม่านเพื่อความเป็นส่วนตัวเพิ่มขึ้นได้ หรือถ้าเป็นคนที่พักอาศัยคนเดียวก็สามารถปล่อยโล่งๆแบบนี้ได้เหมือนกัน

 

ห้องนอนด้านในสามารถวางเตียงตรงกลางได้แบบ Queen size โดยมีแอร์ 1 เครื่องติดภายในห้องนอนจาก Daikin ขนาด 9000 btu โดยส่วนพื้นที่ข้างเตียงก็สามารถจัดเป็นโต๊ะทำงานที่หันหน้าออกด้านนอกได้

 

ตู้เสื้อผ้าเป็นแบบเปิดออก โดยมีหน้าบานฝั่งหนึ่งเป็นกระจก ด้านในมีการแบ่งช่องการใช้งานให้เรียบร้อย

 

ภายในห้องน้ำตกแต่งเป็นโทนขาวสะอาด แบ่งออกเป็น 3 ส่วน คืออ่างล้างมือ โถสุขภัณฑ์ และพื้นที่อาบน้ำแบบยืน โดยสุขภัณฑ์ในห้องน้ำจาก American Standard มาพร้อมกับราวแขวนผ้าขนหนู ที่ใส่กระดาษชำระ และอื่นๆ พื้นปูด้วยกระเบื้องลายหินอ่อนอย่างดี ขนาด 30×60 เซนติเมตร

 

ชุกฝักบัวที่โครงการให้มาตามภาพ ตกแต่งผนังด้วยกระเบื้องโมเสค


 

พาไปชมห้องตัวอย่างอีกห้องหนึ่งของโครงการคือห้อง 1 Bedroom Plus ขนาด 30 ตารางเมตร กั้นพื้นที่ส่วน Living ไว้ส่วนหน้า และมีห้องแยกอีก 2 ห้องด้านในด้วยประตูบานเลื่อนแบบกระจกใส การใช้ประโยชน์ของห้อง Type นี้ คือมีส่วนเอนกประสงค์ที่เป็นห้อง Plus เพิ่มเข้ามา ซึ่งสามารถปรับเปลี่ยนเป็นห้องนอนเล็กอีกห้องหนึ่ง ห้องทำงาน ห้องของสะสม หรือห้องเก็บเสื้อผ้าสำหรับคุณผู้หญิง โดยห้องน้ำจะมี 1 ห้องติดกับครัว ทำให้สามารถเข้าถึงได้จากทุกส่วน โดยไม่ต้องผ่านห้องนอน

 

 

เปิดเข้ามาในห้องพักจะเจอกับส่วนพื้นที่นั่งเล่นก่อน ฝั่งตรงข้ามเป็นชั้นวางทีวีเหมือนปกติ ด้านในเป็นโต๊ะทานข้าว ซึ่งอาจจะใช้เป็นโต๊ะทานข้าวแบบเล็กสามารถพับได้บางส่วน ลึกเข้าไปเป็นห้องนอนใหญ่ กั้นด้วยกระจกบานใส ส่วนทางขวามือเป็นห้อง Plus ที่เป็นห้องเอนกประสงค์ ส่วนครัว และห้องน้ำ พื้นปูด้วยลามิเนตหนา 12 มิลลิเมตร ผนังก่อด้วยอิฐมอญ ทาสี และติด Wallpaper เป็นตัวจบ

 

มองย้อนส่วนห้องนั่งเล่นจากหน้าห้องนอนใหญ่ นอกจากจะได้แสงจากหลอด LED ที่ติดมาให้แล้ว จะได้แสงธรรมชาติในช่วงกลางวันจากหน้าต่างของห้องนอนเข้ามาด้านในของห้องนั่งเล่นด้วย เป็นการประหยัดค่าใช้จ่ายในระยะยาว โดยโครงการติดตั้งระบบ Home automation ที่สามารถเปิดปิดไฟด้วยมือถือผ่านระบบ WiFi มาให้ รวมถึงตัวสวิสซ์ไฟเป็นแบบระบบสัมผัส

 

ภายในห้องนอนจะมีตู้เสื้อผ้าอยู่ที่ทางเข้า ด้านในเป็นเตียงนอนแบบเข้ามุม หากจะติดทีวีภายในห้องนอน ต้องติดเป็นแบบติดผนังซึ่งจะมีงานระบบของทางโครงการมาให้เรียบร้อย ด้านในสุดเป็นหน้าต่างแบบบานเลื่อนซ้ายขวา และบาน Fixed ด้านล่าง

 

 

ตู้เสื้อผ้าแบบดึงเปิดสองบาน ภายในแบ่งช่องการใช้งานให้เรียบร้อย หน้าบานเป็นบานกระจกครึ่งตัว

 

ห้องเอนกประสงค์ที่อยู่ด้านข้างกับห้องนอนใหญ่ ภายในห้องตัวอย่างปรับเปลี่ยนเป็นห้องนั่งเล่นอีกส่วนหนึ่ง ซึ่งข้อดีของห้องนี้คือมีส่วนที่ติดกับระเบียง ทำให้ลมธรรมชาติสามารถพัดผ่านได้เมื่อเปิดประตูบานเลื่อนตรงกัน

 

พื้นที่ระเบียงจะมี Condensing unit ของแอร์ทั้งสองตัวคือห้องนั่งเล่นและห้องนอนจาก Daikin ขนาด 12000 และ 9000 btu

 

เคาท์เตอร์ครัวก่อนถึงส่วนห้องน้ำทางขวามือ จัดพื้นที่การใช้งานเหมือนกับห้อง 1 Bedroom โดยเป็นการออกแบบจาก MAXXi และ อุปกรณ์ Hob & Hood จาก Tecno+

 

การใช้งานของส่วนครัว

 

ภายในห้องน้ำประกอบด้วย 3 การใช้่งานมาตรฐานเหมือนเดิม โดยสุขภัณฑ์จาก American Standard

 

พื้นที่อาบน้ำ เป็นการกรุกระเบื้องลายหินอ่อนสลับ พร้อมฝักบัวแบบมือจับ ซึ่งเครื่องทำน้ำร้อนลูกบ้านจะต้องเป็นผู้หามาติดในภายหลัง


ห้องขนาดใหญ่ที่สุดของโครงการคือห้อง 2 ห้องนอน plus ขนาด 34 ตารางเมตรขึ้นไป โดยภายในจะแบ่งเป็น 2 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ โดยจะเป็นห้องมุมทั้งหมด ซึ่งความแตกต่างจะอยู่ที่ทิศของตำแหน่งห้องพักเป็นหลัก


 

บทสรุปหลังเยี่ยมชมโครงการ

MAXXi Ratchayothin-Phahol 34 เป็นโครงการคอนโดมิเนียมที่พัฒนาขึ้นโดย “อาร์เค พลัส เอสเตท” กลุ่มอสังหาฯน้องใหม่ ทายาทรุ่นที่ 3 ของกลุ่ม RK GROUP  ตัวคอนโดออกแบบใต้แนวคิด “LIVE IT TO THE MAX จัดเต็มในทุกด้านของชีวิต” เป็นอาคาร Low rise สูง 8 ชั้น จำนวน 249 ยูนิตบนซอยพหลโยธิน 34 หรือที่เรียกอีกชื่อคือซอยเสนานิคม 2 โดยสามารถเข้าออกได้จาก 2 เส้นทางหลักคือถนนพหลโยธินฝั่งเข้าเมืองและถนนประดิษฐ์มนูธรรม ซึ่งภายในจะมีซอยเชื่อมไปยังซอยพหลโยธิน 32 บริเวณรอบข้างของพื้นที่โครงการจะเป็นทำเลพักอาศัยซึ่งปัจจุบันเป็นการผสมกันระหว่างโครงการแนวราบและแนวสูง โดยเป็นทำเลที่นิยมของคอนโดมิเนียม Low rise และอพาร์ทเมนท์ เนื่องจากเป็นทำเลที่สามารถเข้าถึงได้จากหลายเส้นทาง ทำให้ได้รับความนิยมในการอยู่อาศัย โดยทำเลนี้จะมีจุดเด่นที่แวดล้อมไปด้วย มหาวิทยาลัยชั้นนำ โรงเรียน โรงพยาบาล ร้านค้า ร้านอาหาร หน่วยงานราชการและออฟฟิสเอกชน

.

นอกจากนั้นปัจจุบันบนถนนพหลโยธินยังมีการก่อสร้างเส้นทางรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยายจากสถานีหมอชิตขึ้นมาทางเหนือของกรุงเทพ ซึ่งสามารถเป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการเดินทางเข้าเมืองในอีก 5 ปีข้างหน้า โดยสถานีที่ใกล้กับโครงการมากที่สุดคือสถานีเสนานิคม ที่อยู่หน้าซอยพหลโยธิน 34 ซึ่งมีระยะห่างประมาณ 1 กิโลเมตร และระหว่างทางภายในซอยก็จะมีโรงพยาบาล ร้านสะดวกซื้อที่เปิด 24 ชัวโมงคอยให้ความสะดวก

การออกแบบ Product ออกแบบให้อาคาร Club house   แยกออกจากอาคารพักอาศัย เพื่อเพิ่มขนาด พื้นที่ใช้งาน และเป็นระยะห่างระหว่างอาคารพักอาศัยและคอนโดมิเนียมข้างเคียงช่วยสร้างความเป็นส่วนตัว ซึ่งจะช่วยให้การใช้งานในระยะยาวสามารถแบ่งแยกออกจากกันได้ชัดเจนคือมีความสงบในอาคารพักอาศัย และมีความร่าเริงในส่วนอาคาร Club house ก็มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ทั้ง สระว่ายน้ำพร้อมระบบ Jet System , Fitness , Co-kitchen space , Co-working space , Library corner และ Play zone รวมถึงระบบรักษาความปลอดภัยแบบ Double security ที่มีทั้ง CCTV , RFID Access (Easy Pass ไม่ต้องเปิดกระจกรถ) & Finger Scan ก่อนเข้า Residential area

.

ห้องพักส่วนใหญ่จะเป็นห้องพักรูปแบบ 1 Bedroom และ  1 Bedroom Plus ที่เป็นห้องหน้ากว้าง และแบ่งพื้นที่ใช้สอยได้ลงตัว เหมาะสำหรับการอยู่ 1-3 คน ซึ่งน่าจะตอบสนองกับความต้องการของคนที่พักอาศัยคนเดียวไปจนถึงครอบครัวเล็กที่มีเด็ก สามารถใช้ประโยชน์ได้จริงทุกตารางนิ้ว อาทิ ห้อง 26 ตารางเมตร มีระเบียงแบบ Double Skin ที่สามารถปรับแต่งเป็นห้องทานข้าว ห้องนั่งเล่นได้ทั้ง indoor หรือ outdoor ก็ได้ หรือห้อง 1 Bed Plus 30 ตารางเมตร ที่มีห้องเอนกประสงค์เพิ่มอีกหนึ่งห้องที่สามารถปรับเป็นได้ทั้งห้องนอน หรือทำงาน ห้องแต่งตัว  พร้อมนวัตกรรมที่ช่วยสร้างความสะดวกสบายในการอยู่อาศัย เช่น Digital Door lock , ระบบ Home automation with universal remote สั่งได้ด้วยปลายนิ้ว

พิเศษในช่วงพรีเซล 24-25 มิ.ย.60 จะได้ห้องเป็นแบบ Fully Furnished คือ ได้ส่วนงานระบบ ครัว ห้องน้ำ พร้อมเฟอร์นิเจอร์โต๊ะ ตู้ เตียง รวมถึงวอลเปเปอร์ แต่จะไม่รวมที่นอน เครื่องใช้ไฟฟ้าและของตกแต่ง  โดยทั้งหมดที่กล่าวมา มีราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 1.29 ล้านบาท

สำหรับใครที่สนใจสามารถเข้าไปเยี่ยมชมห้องตัวอย่างได้ที่โครงการ หรือ ลงสามารถทะเบียนรับสิทธิพิเศษได้ที่เว็บไซต์ http://www.maxxicondo.com/  หรือสอบถามได้ที่เบอร์  099-269-9588

 



 

ความคิดเห็น