พาชมคอนโด “MARU EKKAMAI 2” สัมผัสความสงบในวิถีของญี่ปุ่น พร้อมให้ใช้ชีวิตได้มากขึ้นด้วย Facilities สุดหรูแบบจัดเต็ม ใจกลางย่านเอกมัย

พาชมโครงการ “MARU EKKAMAI 2 มารุ เอกมัย 2” คอนโดมิเนียม High Rise ระดับลักซูรี่ ของ MJD Residences Co., Ltd. ที่มาพร้อมกับแนวคิด “ความเรียบง่ายผสานด้วยรายละเอียดที่พร้อมสรรค์สร้างความสนุกสนานรูปแบบใหม่ในทุกๆ รายละเอียด” พร้อมตั้งอยู่บนทำเลเศรษฐกิจย่านเอกมัย แหล่งพื้นที่แฮงค์เอ้าท์สุดชิค พร้อมสำนักงานชั้นนำ หากคุณกำลังมองหาทางเลือกที่มากกว่าความเป็นอยู่ พร้อมทั้งทำชีวิตให้ง่ายขึ้นไปอีกระดับ ที่นี่ก็ตอบโจทย์ทุกรูปแบบการใช้งาน ให้ทุกไลฟ์สไตล์เป็นเรื่องง่าย เตรียมทุกอย่างไว้อย่างครบครัน ทั้งเรื่องการเดินทาง สิ่งอำนวยความสะดวกที่มากกว่า เพื่อต้องการให้ทุกคนสามารถออกไปเสาะหาการใช้ชีวิตในรูปแบบใหม่ที่คุณต้องการ

 

 

โดยวันนี้ทางทีมงาน Kobkid.com จะมาพาชม โครงการ “MARU EKKAMAI 2” ตั้งอยู่บนถนนเอกมัยซอย 2 บนทำเลศักยภาพที่มีแนวโน้มการเติบโตและพัฒนาพื้นที่อย่างต่อเนื่อง จากราคาต่อตารางเมตรที่เพิ่มขึ้นหลายกลุ่ม ทั้งอาคารคอนโดมิเนียมและอาคารชุด รวมถึงทำเลทองหล่อ-เอกมัยถือได้ว่าเป็นทำเลของชุมชนชาวต่างชาติ เพราะมีอัตราที่อยู่อาศัยของคนไทยเพียง 51 % ชาวตะวันตก 26 % ชาวญี่ปุ่น 13 % สำหรับใครที่ต้องการปล่อยเช่าพื้นที่นี้เรียกได้ว่าน่าสนใจเป็นอย่างมาก เพราะมีอัตราการอยู่อาศัยของชาวต่างชาติค่อนข้างสูง (ที่มา :ประชาชาติธุรกิจ ) และด้วยระยะทางเพียง 450 เมตร จาก BTS เอกมัย

 

 

ข้อมูลโครงการ : MARU EKKAMAI 2 มารุ เอกมัย 2

เจ้าของโครงการ : MJD Residences Co., Ltd.

ประเภทโครงการ : High Rise 32 ชั้น

จำนวนยูนิต : 333 ยูนิต ร้านค้า 1 ยูนิต

เนื้อที่โครงการ : 1-2-77 ไร่

ราคาเริ่มต้น : 5.4 ล้านบาท

ราคาเฉลี่ย : 196,000 บาท/ตารางเมตร

แบบห้องพักอาศัย :

1 Bedroom Smart ขนาด 29 – 30 ตารางเมตร

1 Bedroom ขนาด 32.5 – 35.5 ตารางเมตร

Duplex 1 Bedroom ขนาด 41 – 42 ตารางเมตร

2 Bedroom ขนาด 54 – 60.5 ตารางเมตร

Duplex 2 Bedroom ขนาด 45 – 76 ตารางเมตร

 

ฝ้าเพดานสูง : ห้องปกติ 2.7 เมตร ห้อง Duplex 5.5 เมตร  ห้องน้ำและห้องครัว 2.5 เมตร 

จำนวนที่จอดรถ : 165 คัน (คิดเป็น 48% ไม่รวมซ้อนคัน) (สรุป Automatic Parking 24 คัน จอดแบบปกติ 141 คัน)

ลิฟต์โดยสาร : ลิฟต์โดยสาร 2 ตัว ลิฟต์บริการ 1 ตัว

คาดว่าจะแล้วเสร็จ : เดือน กันยายน 2563

ค่าส่วนกลาง : 75 บาท/ตารางเมตร/เดือน

ค่ากองทุน : 750 บาท/ตารางเมตร

เว็บไซต์ : https://www.mjd.co.th/maru/

แผนที่โครงการ :


 

ส่องทำเลโครงการ “MARU EKKAMAI 2”

ทำเลที่ตั้งของโครงการ  คือ “เอกมัย” ย่านใจกลางเมืองที่เต็มไปด้วยคอมมิวนิตี้สุดชิค แหล่งแฮงค์เอ้าท์ยามค่ำคืน และเป็นพื้นที่ไลฟ์สไตล์ ทั้งห้างสรรพสินค้าญี่ปุ่นนอย่าง Gateway Ekkamai แหล่งของร้านอาหารสุดหรู รวมถึงเป็นแหล่งออฟฟิศชั้นนำ เรียกได้ว่าเป็นพื้นที่ที่มีความสมบูรณ์สูงมาก ทั้งในตัวของพื้นที่เอง และพื้นที่ข้างเคียง ทั้งทองหล่อ พร้อมพงษ์ หรืออโศก ก็คอยส่งเสริมให้พื้นที่นี้เป็นพื้นที่ศักยภาพที่มีแนวโน้มน่าจับตามองมาก เพราะเป็นตลาดคอนโดมิเนียมของกลุ่มลูกค้าที่มีกำลังซื้อสูง ทั้งในกลุ่มของคอนโดมิเนียม และอาคารชุดประเภทให้เช่าอย่างต่อเนื่อง

 

อีกทั้งตัวโลเคชั่น ยังเดินทางได้สะดวกไม่ว่าจะเป็นการเดินทางด้วยรถไฟฟ้าหรือรถยนต์ส่วนตัว สำหรับรถยนต์ส่วนตัว สามารถลัดเลาะไปพื้นที่ใกล้เคียงได้ ทั้งถนนทองหล่อ โดยเลี้ยวที่ซอยเอกมัย 5 และสามารถเชื่อมต่อไปยังพร้อมพงษ์ ได้ที่ซอยทองหล่อ 13 ได้เลย หรือจะเดินทางไปยังถนนปรีดีพนมยงค์ เพื่อหลีกเลี่ยงรถติดจากซอยเอกมัยได้ที่ซอยเอกมัย 12 เรียกได้ว่าสะดวกมากสำหรับการเดินทางภายในตัวย่านเอง

 

สำหรับการเดินทางด้วยรถไฟฟ้าที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตคนรุ่นใหม่ เรียกได้ว่าสะดวกมากสำหรับโครงการนี้ เพราะตัวโครงการตั้งอยู่ใกล้กับสถานีเอกมัยเพียง 450 เมตร เรียกว่าอยู่ในระยะที่เดินเพียงนิดเดียวเท่านั้น โดยสามารถเชื่อมต่อไปยัง สยาม อนุสาวรีย์ หมอชิต หรือจะเปลี่ยนไปรถไฟฟ้าใต้ดิน หรือเดินทางไปยังสนามบินสุวรรณภูมิก็สามารถเดินทางได้สะดวกด้วยระยะเวลาเพียงไม่กี่นาที

 

ส่วนการเดินทางไป CBD อย่างจะไปย่านสยาม สามารถเดินทางด้วยถนนสุขุมวิทได้โดยตรง หรือหลีกเลี่ยงมาใช้ถนนเพชรบุรีตัดใหม่เพื่อหลีกเลี่ยงการจราจรในช่วงเวลาเร่งด่วนได้  หรือจะเดินทางด้วยถนนพระราม 4 ก็สามารถเดินทางด้วยถนนสุขุมวิท หรือจะเลือกเดินทางด้วยทางด่วนเฉลิมมหานครเพื่อไปยังสีลมก็สะดวก เพราะโครงการอยู่ห่างจากจุดขึ้นทางด่วนประมาณ 4.5 กิโลเมตร หรือจะเดินทางด้วยทางด่วนรามอินทรา-อาจณรงค์ด้วยระยะทางเพียง 3.8 กิโลเมตร หรือจะไปขึ้นทางด่วนแถวพระราม 9 ก็สะดวก

 

 

 


 

เอกมัย พื้นที่แห่งไลฟ์สไตล์ความเป็นอยู่ที่เหนือกว่า

พื้นที่เอกมัยเต็มไปด้วยพื้นที่ไลฟ์สไตล์ ทั้งคอมมิวนิตี้มอลล์ ห้างสรรพสินค้า ร้านกาแฟ รวมถึง โรงเรียนชั้นนำและโรงพยาบาล เรียกได้ว่าสามารถใช้ชีวิตได้ในทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นเล่นโยคะในตอนเช้าพร้อมจิบชาแบบญี่ปุ่นแท้ๆ ดินเนอร์สุดหรูกับคนรัก และแฮงค์เอ้าท์กับเพื่อน ก็สามารถทำได้ที่ย่านนี้ทั้งหมด

 

Gallery Pandora Events (หอศิลป์ฝรั่งเศส แพนดอร่า กรุงเทพฯ)

ให้คุณดื่มด่ำกับศิลปะร่วมสมัย พร้อมทำเข้าร่วมกิจกรรมเวิร์คช็อปที่จัดขึ้นเรื่อยๆอย่างต่อเนื่อง หรือจะเลือกเรียนศิลปะที่โรงเรียนสอนศิลปะ อคาเดีย อาร์ท สคูล โดยตั้งอยู่ใน แกลเลอรี่แพนดอร่า เอกมัย ซอย ๒

 

 

DND 

แหล่งแฮงค์เอ้าท์ ใช้ชีวิตได้แบบสุดเหวี่ยง

 

 

Mikkeller Bangkok

แหล่งแฮงค์เอ้าท์สำหรับคนที่ชอบคราฟเบียร์ พร้อมด้วยอาหารเมนูเด็ด ที่เอกมัยซอย 10

 

The Gardens

ร้านอาหารที่พาคุณออกไปสัมผัสกับบรรยากาศท่ามกลางสวน ให้คุณดื่มด่ำอาหารพร้อมกับวิวธรรมชาติสุดตระการตา

 

 

Gateway Ekkamai

ห้างสรรพสินค้าที่ จัดเต็มด้วยร้านอาหารและสินค้าที่ส่งตรงจากญี่ปุ่น

 

Vanilla Garden

 

Health Land

 

Camillian Hospital

 

 

Thai Christian School

 


 

เจาะลึกโครงการ “MARU EKKAMAI 2”

“MARU EKKAMAI 2” คาดว่าจะแล้วเสร็จในเดือนสิงหาคม ปี 2021 หรืออีกประมาณ 3 ปี โดยจุดเด่นของโครงการนอกจากเรื่องของบริบทโดยรอบแล้ว ยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกหลากหลายรูปแบบ เพื่อตอบโจทย์ทุกการใช้งาน และแฝงไปด้วยรายละเอียดเล็กน้อยสร้างความแตกต่างให้กับลูกบ้านได้มากว่า โดยราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 196,000 บาท/ตารางเมตร ด้วยรูปแบบห้องถึง 5 รูปแบบ มาพร้อมความสูงของฝ้าเพดานห้องที่ 2.7 เมตร และ 5.5 เมตรสำหรับห้อง Duplex นับว่าเป็นโครงการเด่นที่น่าจับตามองในย่านเอกมัยเลยทีเดียว

 

 

สำหรับการเดินทางเข้ามาที่ “MARU EKKAMAI 2” สามารถเดินทางด้วยรถไฟฟ้ามาลงที่สถานี เอกมัย

 

โดยโครงการจะตั้งอยู่ถนนสุขุมวิท 63 หรือถนนเอกมัย ซึ่งจะอยู่เยื้องๆ กับ Gateway Ekkamai สุขุมวิท 42 ซึ่งเป็นอีกซอยที่สามารถลัดไปที่ถนนพระราม 4 ได้

 

บริเวณปากซอยเข้าโครงการเป็นที่ตั้งของห้างสรรพสินค้า เมเจอร์เอกมัย ที่มีทั้งโรงภาพยนตร์ ฟิตเนส ลานสเก็ต ลานโยนโบว์ลิ่ง และยังเป็นที่ตั้งของคาร์เฟ่ อย่าง The Coffee Club

 

 

บรรยากาศหน้าทางเข้าซอยเอกมัย

 

 

ร้านวัฒนาพานิช ก๋วยเตี๋ยวเนื้อตุ๋น-แพะตุ๋น เจ้าดังระดับตำนานก็ตั้งอยู่ที่ซอยนี้ด้วยเช่นกัน

 

Park Lane แหล่งแฮ้งเอ้าท์ดังที่ตั้งอยู่ตเนซอยเอกมัย ช่วยสร้างสีสันให้ย่านนี้ได้เป็นอย่างดี

 

ห้างสรรพสินค้าบิ๊กซี ตั้งอยู่ที่ถนนสุขุมวิท 63

 

สำหรับ “MARU EKKAMAI2” จะตั้งอยู่ทางด้านขวามือภายในซอยสุขุมวิท 63  เมื่อเข้ามาจากถนนสุขุมวิท ในระยะ 450 เมตร จาก BTS โดยเมื่อออกจากซอย สามารถเดินมาขึ้นบันไดเลื่อนรถไฟฟ้าได้เลย

 

แล้วก็มาถึง “MARU EKKAMAI 2” โดยโครงการจะตั้งอยู่เยื้องกับ อาคารสำนักงาน Bangkok Business Center และปั๊มน้ำมันเชลล์

 

บรรยากาศด้านหน้าปั๊มน้ำมันเชลล์ ที่อยู่เยื้องกับโครงการ

 

อาคารสำนักงาน Bangkok Business Center ที่อยู่ฝั่งตรงข้ามโครงการ

 

ทางเข้าโครงการ และ Sales gallery ที่ตกแต่งให้มีกลิ่นอายสไตล์ญี่ปุ่น

 

โดยถนนหน้าโครงการเป็นถนน 4 เลนส์ซึ่งจะมีการจราจรหนาแน่นเป็นบางช่วง เช่น เอกมัยซอย 10 มองไปทางด้านขวาของทางเข้าโครงการ จะเจอกับพื้นที่อาคารพาณิชย์

 

ทางด้านหน้า Sales Gallery ตกแต่งสไตล์เรียบง่าย ด้วยระแนงไม้ที่ช่วยในเรื่องความสวยงามและกรองแสงที่จะเข้ามาในอาคาร

 

ด้านในล็อบบี้โครงการตกแต่งด้วยบรรยากาศแบบญี่ปุ่น แต่มีรายละเอียด ด้วยสวนและการใช้แสงไฟ ทำให้รู้สึกถึงความสงบและผ่อนคลาย ตัดขาดจากความวุ่นวายด้านนอก ตั้งแต่เข้ามาในอาคาร

 

ทางด้านในล็อบบี้จะมีพื้นที่รับแขก ที่สามารถเห็นสวนเล็กๆ ที่ตกแต่งด้วยหินสีขาวแบบสวนเซน

 


 

บรรยากาศภายในโครงการ

“มารุ เอกมัย 2” (MARU EKKAMAI 2) เป็นคอนโดมิเนียม High Rise สูง 32 ชั้น จำนวน 1 อาคาร มีสิ่งอำนวยความสะดวกที่รองรับความสนุกในการใช้ชีวิต พร้อมด้วยบรรยากาศธรรมชาติที่สร้างความร่มรื่น นิ่ง สงบ ให้กับโครงการ พร้อมด้วยมุมต่างๆ ที่จะกลายมาเป็นมุมโปรดได้ไม่ยาก

สำหรับการออกแบบจะมีสไตล์ที่เรียบง่าย แต่แฝงด้วยรายละเอียดแบบญี่ปุ่น ทำให้ทุกพื้นที่สร้างความสงบและบรรยากาศที่แตกต่างในทุกรายละเอียด จะเห็นได้จากแนวคิดของ MARU ทั้งเอกมัยและลาดพร้าวที่ต้องการสร้างบรรยากาศที่สามารถสัมผัสได้ และมอบการใช้ชีวิตที่เหนือกว่า พร้อมให้สามารถออกไปเปิดโลกกว้างได้มากขึ้น ซึ่งเมื่อมองที่บรรยากาศของโครงการแล้ว ก็สามารถทำได้ครบตรงกับโจทย์ที่ทางโครงการวางไว้

 

มีการสร้างสรรค์พื้นที่ Indoor และ Outdoor ที่สามารถใช้งานร่วมกันได้ มีสิ่งอำนวยความสะดวกภายในอาคารค่อนข้างหลากหลาย โดยแต่ละจุดสามารถสร้างบรรยากาศที่ดีที่สุดทั้งโครงการ รวมถึงมีการใช้พื้นที่สีเขียวจำนวนมาก ทั้งด้านหน้าอาคารและพื้นที่ Rooftop ของอาคาร

 

เริ่มกันที่ด้านหน้าของทางเข้าโครงการ มาในรูปแบบนิ่งๆ สร้างสรรค์บรรยากาศในสไตล์ญี่ปุ่น ทั้งการใช้หิน กระจก และไม้ พร้อมใช้แสงธรรมชาติเพื่อให้เกิดเงาตกกระทบและลูกเล่นของอาคารด้วยการใส่พื้นหินอ่อน เพื่อเพิ่มจุดเด่นของพื้นที่

 

พื้นที่ Sunken Living เป็นพื้นที่ที่สร้างความแตกต่างด้วยการกดระดับพื้นที่ให้ต่ำลงไป เปิดมุมมองของพื้นที่ให้มากขึ้น ลดมุมมองระดับสายตาของคนที่เข้ามาใช้งานเพื่อสร้างซีนที่แปลกใหม่ แวดล้อมด้วยธรรมชาติจากสวนด้านนอกอาคาร พร้อมด้วยกระจกสูงที่เปิดมุมมองไปอีกระดับ

 

ภาพบรรยากาศของพื้นที่ Co-Working Space สร้างบรรยากาศการนั่งทำงานให้ห้อมล้อมด้วยธรรมชาติ และสร้างความสงบนิ่ง เพื่อให้เกิดสมาธิในการทำงานมากขึ้น เป็นการทำพื้นที่ส่วนกลางให้เป็นมากกว่าพื้นที่ปกติ และยังมีเฟอร์นิเจอร์หลายรูปแบบทั้งโต๊ะและโซฟา

 

พื้นที่ Terrarium House เป็นพื้นที่อเนกประสงค์ที่แยกตัวออกมาสร้างความเป็นส่วนตัวให้กับคนที่เข้ามาใช้งานได้อย่างเต็มที่ การตกแต่งเสมือนเป็นอาคารเล็กๆ บรรยาศญี่ปุ่นแบบทันสมัย

 

ภาพบรรยากาศของห้อง Karaoke Room ที่สามารถเห็นวิวภายนอก พร้อมด้วยโซฟา เครื่องเสียง และผนังเก็บเสียง

 

Quiet Room พื้นที่ปลดปล่อยความคิด ด้วยการอ่านหนังสือหรือทำงานในมุมส่วนตัวที่เงียบสงบ

 

พื้นที่ Napping Box เป็นอีกลูกเล่นของพื้นที่นี้อีกด้วย

 

บรรยากาศจำลองห้องฟิตเนส ที่มาพร้อมด้วยเครื่องเล่นหลากหลาย ซึ่งตั้งอยู่บนชั้น 32 สามารถเห็นวิวได้ จากกระจกที่ติดตั้งทั้ง 2 ด้าน

 

พื้นที่ Co-Kitchen เหมาะสำหรับครอบครัวที่ชอบปาร์ตี้ เพราะทางโครงการมีพื้นที่ครัวพร้อมอุปกรณ์ต่างๆ เพื่อรองรับการปาร์ตี้เบาๆ หรือการจิบชายามบ่ายกับเพื่อนๆ ก็สามารถทำได้

 

 

 


 

โมเดลโครงการ

สถาปัตยกรรมของอาคาร จะตกแต่งด้วยรูปแบบโมเดิร์น ที่เน้นความเรียบด้วยเส้นสายแนวตั้งและการใช้วัสดุด้วยสีธรรมชาติของไม้ และหิน ตัวโครงการหันหน้าออกถนนในทิศตะวันออก

 

พื้นที่ชั้น 2-8 เป็นอาคารจอดรถ โดยจะสังเกตเห็นจุดรับรถ Automatic Parking อยู่บริเวณชั้น 1 ตรงอาคารจอดรถ สำหรับค่าบำรุงรักษาในอนาคตก็ไม่แพงเท่ากับคอนโดอื่นๆ เนื่องจากส่วนใหญ่อาคารจอดรถยังเป็นที่จอดรถแบบปกติ

 

มุมมองจากทางด้านหน้าโครงการจะเห็นพื้นที่สีเขียวบริเวณโซนด้านหน้า ช่วยสร้างความร่มรื่นได้เป็นอย่างดี

 

พื้นที่บนสุดของอาคารจะเป็นชั้นที่เป็น Facilities หลัก ที่สามารถเห็นมุมมองและวิวได้อย่างเต็มที่

 

พื้นที่ชั้น 31-32 จะเป็นพื้นที่ห้องพักอาศัยและชั้น Facilities ของโครงการ โดยจะมีพื้นที่สวน และพื้นที่ Co-working Space ตั้งอยู่ที่ชั้นดาดฟ้า

 

บรรยากาศทางเดินด้านหน้า จะเป็นพื้นที่ทางเดินที่ห้อมล้อมด้วยบรรยากาศของความร่มรื่น และความเย็นจากสระว่ายน้ำ

 

จากโมเดลชั้น 28-30 จะเห็นพื้นที่ Duplex ในชั้น 28-32 เป็นห้องที่มีความสูง 5.5 เมตร ทำด้วยโครงสร้างที่แข็งแรง ผนังสูง และที่สำคัญสามารถออกโฉนดได้ทั้งชั้นล่างและชั้นบน

 

บรรยากาศชั้น Facilities และมุมมองสวนบนชั้นดาดฟ้า

 


 

เปิดผังโครงการ

โครงการวางผังทางด้านแคบในแนวทิศตะวันออก-ตะวันตก ที่เป็นการวางที่ถูกต้องตามหลักของสถาปัตยกรรมในไทย โดยจะช่วยให้ผนังอาคารรับลมจากทิศตะวันออกเฉียงเหนือและทิศตะวันตกเฉียงใต้ได้อย่างเต็มที่ ทำให้ผนังอาคารลดการสะสมความร้อน ตัวอาคารรับแดดไม่มาก ทำให้สามารถประหยัดการใช้พลังงานในอาคารได้อีกแรง

 

ชั้น 1 สร้างบรรยากาศธรรมชาติตั้งแต่ก้าวเข้ามาที่อาคาร โดยมีพื้นที่รองรับทั้งจุดจอดจักรยาน พื้นที่สำหรับออกกำลังกาย พื้นที่สำหรับดื่มชา พื้นที่เทมโพลีนหรับสำหรับเด็กๆ รวมถึงยังมีพื้นที่สำหรับอาบน้ำสัตว์เลี้ยงอยู่ทางด้านหลังโครงการ เนื่องจากทางโครงการอนุญาตให้เลี้ยงสัตว์เลี้ยงได้ แต่จะสามารถเข้าไปในพื้นที่ที่กำหนดเท่านั้น และสามารถใช้ได้เพียงลิฟต์เซอร์วิส แต่ก็ถือว่าตอบโจทย์การใช้ชีวิตที่มากกว่าโครงการอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นผู้อยู่อาศัยหรือสัตว์เลี้ยง

เมื่อเข้ามาในอาคารจะเจอกับพื้นที่ล็อบบี้หลักของโครงการ ที่สามารถเชื่อมต่อไปยัง Meeting Room, Co-working Space, Sunken Living หรือเชื่อมต่อไปยัง Mailbox Room ได้ระหว่างการเดินไปที่โถงลิฟต์

 

ชั้น 2-8 นั้นจะเป็นชั้นจอดรถ โดยพื้นที่ชั้น 8 จะมี Automatic Parking จำนวน 24 คัน ทั้งโครงการสามารถจอดได้ทั้งหมด 165 คัน หรือ 48 % ไม่รวมการจอดซ้อนคัน

 

ชั้น 10-27 เป็นพื้นที่ในส่วนของที่พักอาศัย ทางโครงการเน้นความเป็นส่วนตัวของลูกบ้านโดยให้แต่ละชั้น มีจำนวนชั้นไม่เกิน 16 ห้อง/ชั้น โดยในแต่ละห้องสามารถรับวิวได้อย่างเต็มที่ เนื่องจากอาคารสำนักงาน 30 ชั้น ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตก จึงไม่สามารถบดบังวิวห้องได้ เพราะทางห้องทางทิศตะวันตกเองก็เปิดมุมมองเหนือใต้ เพื่อให้เห็นวิวที่มากขึ้นอีกด้วย โดยในแต่ละชั้นจะมียูนิตพิเศษที่สามารถเดินเข้าห้องจากโถงลิฟต์ได้เลย

 

ชั้น 31 เป็นพื้นที่ที่เป็นชั้น Facilities โดยประกอบไปด้วยพื้นที่สระว่ายน้ำ โดยทางโครงการก็ใส่ลูกเล่นให้กับสระว่ายน้ำโดยมีทั้ง Warm Pool, Kid’s Pool, Pool Bed, Infinity Edge Swimming Pool รวมถึงมีพื้นที่ไลฟ์สไตล์ไว้รองรับอีกเพียบทั้ง Quiet Room พื้นที่ห้องเงียบ สำหรับอ่านหนังสือ, Co-Kitchen, Co-Creation Space พื้นที่อเนกประสงค์ที่มีที่นั่งทำกิจกรรมตามความต้องการ, Karaoke Room ห้องคาราโอเกะเก็บเสียง, Music Rehearsal Room ห้องซ้อมดนตรี และสามารถเชื่อมต่อไปยังชั้นดาดฟ้าได้จากบันไดที่ออกจากโถงลิฟต์

 

เรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในโครงการที่อัดแน่นไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก จนลูกบ้านไม่จำเป็นต้องออกไปที่อื่นเลยทีเดียว และสำหรับชั้นนี้จะมีห้อง 2 Bedroom Duplex จำนวน 2 ห้องตั้งอยู่ด้านหลังของโถงลิฟต์ สำหรับใครที่กังวลเรื่องความพลุกพล่าน ทางโครงการได้กั้นพื้นที่เป็นสัดส่วนและมี Key Card ช่วยในเรื่องความเป็นส่วนตัวอีกชั้นหนึ่ง

 

ชั้น 32 เป็นชั้น Facilities ที่ประกอบไปด้วยห้อง Aerial Yoga Room โยคะที่ใช้ผ้าฝึกการทรงตัวและความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ, Fitness ที่มาพร้อมอุปกรณ์ครบครัน, Lounge สำหรับพักผ่อน โดยสามารถชมวิวขณะทำกิจกรรมได้ทุกห้อง สำหรับชั้นนี้ ก็ยังมีส่วนของห้องพักอีก 4 ห้องคือ ห้อง 1 Bedrooms Duplex จำนวน 2 ยูนิต และห้อง 2 Bedrooms Duplex จำนวน 2 ยูนิต

 

ชั้นดาดฟ้า ยังคงเป็นพื้นที่ของ Facilities ที่เป็นเหมือนกับพื้นที่ผ่อนคลายพร้อมเปิดบรรยากาศการชมวิวท่ามกลางสวนในรูปแบบญี่ปุ่น นอกจากนี้ยังมีฟังก์ชันเสริมด้วย Terrarium House, Co-Working Pavilion  ที่สร้างบรรยากาศในรูปแบบบใหม่ๆ ในการใช้งานคอนโดมิเนียม และตอบโจทย์ลูกบ้านในรูปแบบเฉพาะตัว

 

สรุปสิ่งอำนวยความสะดวกของโครงการ

– Wellness Yard  ประกอบด้วย Trampoline Station, Bar & Stretching Station, Exercise Bench

– Teahouse Pavilion

– Bark & Bike Wash

– Car Wash Area

– Sunken Living Room

– Co-Living Space

– Meeting Room

– Automatic Parking

– Study Box

– Napping Box

– Honeymoon Seat Terrace

– Fitness

– Lounge

– Aerial Yoga Room

– Co-Creation Space

– Locker Room

– Sauna

– Quiet Room

– Music Rehearsal Room

– Karaoke Room

– Pool Bed

– Shallow Pool with Fountains

– Kid’s Pool

– Outdoor Shower Area

– Warm Pool

– Infinity Edge Swimming Pool

– Outdoor Co-Kitchen Terrace

– Outdoor Co-Working Pavilion

– Napping Hill

– Roof Urban Farm Area

– Reading Forest

– Outdoor Chess Terrace

– BBQ Sunken Courtyard with Seating Box

– BBQ Pit & Preparation Area

– Children’s Play Forest ประกอบด้วย Family Rest Area , Tree house, Sandpit Play Area, Lawn Play Area

– Relax Hill

 


 

พาชมห้องตัวอย่าง MARU EKKAMAI 2

 

 

โครงการ “MARU EKKAMAI 2  มารุ เอกมัย 2” มีห้องพักอาศัยทั้งหมด 333 ยูนิต โดยมีทั้งหมด 5 รูปแบบคือ 1 Bedroom Smart ขนาด 29 – 30 ตารางเมตร, 1 Bedroom ขนาด 32.5 – 35.5 ตารางเมตร, Duplex 1 Bedroom ขนาด 41 – 42 ตารางเมตร, 2 Bedroom ขนาด 54 – 60.5 ตารางเมตร และ Duplex 2 Bedroom ขนาด 45 – 76 ตารางเมตร โดยห้องพักทั้งหมดเป็น Fully Fitted (ประกอบด้วย ชุดเคาน์เตอร์ครัว แอร์ ชุดสุขภัณฑ์และฉากกั้นอาบน้ำ)

 

โดยมีแนวคิด High End Japanese เน้นฟังก์ชันการอยู่อาศัยจริง ให้ทุกพื้นที่ตอบโจทย์ทุกกการใช้ชีวิต ด้วยการใช้วัสดุที่มีคุณภาพพรีเมี่ยม ผสานในเรื่องการตกแต่งและการใช้งานได้อย่างลงตัว

 

 

สำหรับจุดที่น่าสนใจของโครงการ “MARU EKKAMAI 2”  คือ

– ความสูงห้อง : ห้องปกติ 7 เมตร, ห้อง Duplex 5.5 เมตร, ห้องน้ำและห้องครัว 2.5 เมตร

– การตกแต่งในรูปแบบเรียบง่าย แต่ใช้งานได้จริง

– ทุกพื้นที่ตอบโจทย์เรื่องฟังก์ชันการใช้งาน

– ให้พื้นที่ส่วนกลางจำนวนมาก รองรับทุกไลฟ์สไตล์ของผู้อยู่อาศัย

– การออกแบบสไตล์ High End Japanese เน้นการอยู่อาศัยได้จริง

– Pet Friendly เป็นมิตรต่อสัตว์ รวมไปถึงสิ่งแวดล้อมรอบๆ โครงการด้วย

 

สำหรับห้องที่ทางทีมงานพาไปชมวันนี้คือห้อง 1 Bedroom Smart ขนาด 29.5 ตารางเมตร และ Duplex 1 Bedroom ขนาด 42 ตารางเมตร

 

ห้อง 1 Bedroom ขนาด 29.5 ตารางเมตร

แปลนห้องเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้า มีการกั้นพื้นที่เป็นสัดส่วนอย่างชัดเจน โดยสามารถจัดวางพื้นที่ได้ค่อนข้างลงตัว ทั้งส่วนครัว ที่มาพร้อมกับโต๊ะรับประทานอาหาร 2 ที่นั่ง พื้นที่รับแขกจะอยู่ส่วนเดียวกับห้องนอนซึ่งข้อดีคือทำให้สามารถใช้เตียงเพิ่มเป็นพื้นที่นั่งดูทีวีเมื่อต้องรองรับเพื่อนๆ หลายคน รวมทั้งยังมีส่วนของห้องแต่งตัวและห้องน้ำ เรียกได้ว่ามีครบทุกส่วนเลยทีเดียว

 

มุมมองจากทางด้านหน้าห้อง

 

เมื่อมองเข้าไปภายในห้องจะพบกับความกว้างของทางเดินถึง 1 เมตร ทำให้พื้นที่ดูกว้างมากกว่าโครงการอื่นๆ และยังมีการใช้วัสดุในโทนอ่อนเสริมให้พื้นที่ดูกว้างมากยิ่งขึ้น

 

ทางด้านซ้ายจะเป็นส่วนของตู้เก็บของ ที่มีจัดฟังก์ชันการใช้งานได้ค่อนข้างลงตัว

 

สำหรับพื้นในห้องทั้งหมดนั้นเป็นพื้นลามิเนตหนา 8 มม. ทำให้ได้สัมผัสที่เป็นธรรมชาติ ในส่วนของครัวนั้นประกอบด้วย Top Counter เป็นหินเทียม Solid Surface ที่มีรูพรุนน้อยทำให้ง่ายต่อการใช้งานและการทำความสะอาด อีกทั้งยังมีความสวยงามอีกด้วย วัสดุหลังครัวเป็นกระเบื้อง สำหรับอ่างล้างจาน เตาไฟฟ้า และที่ดูดควัน ยี่ห้อ FRANKE บานพับตู้เก็บของเป็นแบบ Soft Close ตู้ด้านล่างอ่างล้างจานเวลาเปิดจะมีถังขยะออกมาด้วย เป็นฟังก์ชันของตู้ และยังมีมุมกินข้าวรองรับโซนทำอาหารได้เป็นอย่างดี

 

ส่วนของห้องนอนเป็นประตูบานเลื่อนกระจกกั้นทำให้สามารถกันกลิ่นจากในครัวได้ และทำให้แสงสว่างจากภายนอกอาคารเข้ามาได้อย่างทั่วถึงทั้งห้อง

 

บริเวณโต๊ะรับประทานอาหารอยู่ในส่วนของห้องครัว จัดหันหน้าเข้าหาผนัง

 

ส่วนของห้องนอนประกอบด้วยโซฟารับแขกที่รับกับระเบียง โดยจัดพื้นที่ได้ลงตัว ทางโครงการมีการใช้ระบบปรับอากาศแบบ Wall type สำหรับระบบแสงสว่างใช้ไฟดาว์นไลท์ 4 จุดในห้องนอน พร้อมด้วยสวิตช์ไฟ Panasonic มาพร้อมด้วยความสูงห้อง 2.7 เมตร ที่ทำให้ห้องดูโปร่งมากขึ้นไปอีก

 

สำหรับโซฟา ก็จะทำให้พื้นที่ดูมีลูกเล่นขึ้น ด้วยการเข้ามุมและลดระดับเพดาน

 

ประตูบานเลื่อนระเบียงใช้กระจกนิรภัย พื้นระเบียงปูด้วยกระเบื้อง โดยมีราวกั้นเป็นเหล็ก พร้อมทั้งมีการวางระบบท่อน้ำดีและท่อน้ำทิ้งให้ สามารถวางเครื่องซักผ้าได้ (สำหรับห้องตัวอย่างยังไม่มีให้ดู) แต่ทางโครงการเองก็มีส่วนของร้านซักรีดที่บริเวณชั้น 1

 

ผนังบริเวณโซนโซฟาเป็นกระจก ทำให้สามารถมองวิวผ่านระเบียงได้

 

 

พื้นที่ในห้องนอน แบ่งเป็นพื้นที่แต่งตัว ซึ่งสำหรับห้องตัวอย่างในรูปแบบนี้จะเป็นชั้นวางเสื้อผ้าแบบโมเดิร์นไม่มีบานปิด แต่สำหรับการใช้งานจริงสามารถเลือกได้ตามความชอบ เพราะเตรียมพื้นที่ให้เพียงพอ โดยมีไฟส่องสว่างให้ 1 จุด

บริเวณตู้เสื้อผ้า

 

การใช้งานลิ้นชักเก็บของของตู้เสื้อผ้า

 

 

ทางเข้าห้องน้ำมีการออกแบบให้ดูโปร่งโล่งด้วยการเล่นกรอบของประตู

 

สำหรับห้องน้ำ ทางโครงการแยกส่วนเปียกและส่วนแห้งโดยกั้นด้วยขอบและชุดประตูบานเปิดกระจกนิรภัยของ Hafele  พื้นและผนังเป็นกระเบื้อง

 

สำหรับอ่างล้างหน้าและฝักบัว เป็นของ Kohler 

 

โดยมีตู้เก็บของให้ที่ด้านล่างอ่างล้างหน้า

 

สุขภัณฑ์เป็นของ Hafele

 

ทางโครงการไม่มีเครื่องทำน้ำอุ่นให้ โดยสามารถติดตั้งได้เอง

 

ฝักบัวเป็นแบบธรรมดา ไม่มี Rain Shower

 

บรรยากาศโดยรวมของห้องตัวอย่าง ตกแต่งด้วยโทนสีธรรมชาติ ดูอบอุ่น  พร้อมแบ่งการใช้งานเป็นสัดส่วนชัดเจน

 


 

Duplex 1 Bedroom ขนาด 42 ตารางเมตร

แปลนห้องเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้า มีการกั้นพื้นที่เป็นสัดส่วนอย่างชัดเจน จุดเด่นของห้องรูปแบบนี้คือการมีโฉนดทั้ง 2 ชั้น และทำด้วยโครงสร้างที่แข็งแรง การจัดวางฟังก์ชันก็ทำได้ดีเช่นเคย เพราะแนวคิดทางโครงการคือการใช้งานได้จริง

 

เมื่อมองเข้ามาภายในห้อง ทางด้านขวามือจะเป็นห้องน้ำ และทางซ้ายมือเป็นพื้นที่ใต้บันไดที่ใช้เป็นตู้เสื้อผ้า ตู้เก็บของที่สามารถใช้งานได้ทุกส่วน

 

พื้นที่ใต้บันไดในส่วนทางขึ้นบันไดจะเป็นตู้เก็บของ

 

 

เมื่อปิดแล้วดูเป็นลูกเล่นของการตกแต่ง

 

ในแต่ละพื้นที่ทำเป็นลิ้นชักที่สามารถใช้งานได้เต็มที่ ทั้งวางกระเป๋า รองเท้า เครื่องประดับ หรือหนังสือ

 

และในส่วนพื้นที่ติดกับประตู จะเป็นส่วนของตู้เสื้อผ้า

 

เมื่อเดินต่อมาจะเจอกับห้องรับแขก ที่มีความสูงถึง 5.5 เมตร ดูเป็นห้องรับแขกส่วนตัวสุด เอ็กซ์คลูซีฟ มาพร้อมด้วยกระจกสูง และการเล่นแสงไฟที่ดูหรูหรา

 

ห้องรับแขกเป็นสัดส่วนเดียวกับพื้นที่ครัว และพื้นที่รับประทานอาหาร  ส่วนของห้องครัวนั้น Top Counter เป็นหินเทียม Solid Surface ที่มีรูพรุนน้อยทำให้ง่ายต่อการใช้งานและการทำความสะอาด วัสดุหลังครัวเป็นกระเบื้อง

 

มุมมองจากห้องรับแขกเมื่อมองไปยังประตูทางเข้า สำหรับประตูเป็นระบบ Digital Door Lock

 

เมื่อมองขึ้นไปจะเห็นห้องนอนซึ่งอยู่บริเวณชั้นลอยของอาคาร

 

ทุกพื้นที่ในห้องสามารถใช้งานได้ทั้งหมด

 

สำหรับอ่างล้างจาน เตาไฟฟ้า และที่ดูดควัน ยี่ห้อ FRANKE บานพับตู้เก็บของเป็น Soft Close ตู้ด้านล่างอ่างล้างจานเวลาเปิดจะมีถังขยะออกมาด้วย เป็นฟังก์ชันของตู้เก็บของชุดครัวที่จัดมาแบบ Built in 

 

เมื่อเปิดประตูตู้อ่างล้างหน้าจะมีถังขยะไว้รองรับการใช้งาน ถือว่าทางโครงการคำนึงถึงทุกการใช้งานจริง

 

ห้องน้ำกั้นพื้นที่เป็นสัดส่วน ปูพื้นและผนังด้วยกระเบื้อง อ่างล้างหน้าและตู้ตกแต่งด้วยสีไม้ธรรมชาติ

 

ทั้งอ่างล้างหน้าและก๊อกน้ำเป็นของ Kohler

 

ภาพอ่างล้างหน้าโดยรวม

 

กั้นห้องด้วยกระจกและประตูนิรภัยของ Hafele ชักโครกของ Hafele

 

สำหรับฝักบัวเป็นของ Kohler

 

มุมมองเมื่อมองลงมายังห้องรับแขก หรูหราในทุกจุด

 

บันไดมีราวกันตก 1 ฝั่ง อีกฝั่งสามารถเป็นพื้นที่เก็บจักรยานได้

 

ภาพรวมห้องนอนบริเวณชั้นลอย

 

สามารถมองเห็นห้องรับแขกได้ และแยกเป็นสัดส่วนด้วยช่องแสงกระจก

 

ผนังอีกฝั่งจะเป็นผนังทึบ ที่เราสามารถตกแต่งได้

 

มุมมองเมื่อมองมายังห้องรับแขก

 

สำหรับระเบียงใช้ราวกั้นตกเหล็ก มีการติดตั้งไฟดาวน์ไลท์

 

มุมมองบริเวณระเบียงห้อง Duplex

 

ภาพรวมของห้อง

 

สำหรับห้องนี้นอกจากมีจุดเด่นที่ความสูงแล้วยังมีการตกแต่งที่หรูหรา และคุ้มค่าการใช้งานในทุกพื้นที่

 


 

บทสรุปหลังเยี่ยมชมโครงการ

 

MARU EKKAMAI 2 นับว่าเป็นโครงการที่ตอบสนองความต้องการของลูกบ้านที่แตกต่างกันด้วยฟังก์ชัน และ Facilities ที่อัดแน่น สามารถสร้างความเป็นส่วนตัวและตอบรับทุกการใช้งาน ทั้งพื้นที่ไลฟ์สไตล์ พื้นที่ Entertainment พื้นที่สำหรับครอบครัว พื้นที่สำหรับนั่งทำงาน และเน้นพื้นที่ที่รายล้อมไปด้วยธรรมชาติ ให้ความรู้สึก สงบ แต่เต็มไปด้วยความสดชื่นและความสนุกสนาน ในการใช้งานในแต่ละพื้นที่ เหมือนแนวคิดที่ให้ลูกบ้านได้ออกมาใช้ชีวิตนอกห้องสี่เหลี่ยม และแบ่งปันช่วงเวลาการทำกิจกรรมที่มีให้เลือกตอบรับทุกไลฟ์สไตล์โดยไม่จำเป็นต้องออกไปข้างนอก แต่ให้ MARU EKKAMAI 2 เป็น Safe Zone แห่งการใช้ชีวิตของลูกบ้านทุกคน

 

สำหรับผู้ที่สนใจสามารถเข้าชมห้องตัวอย่างโครงการ MARU EKKAMAI 2 ได้ที่ Sales Gallery ที่สุขมุวิท 63  สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.mjd.co.th/maru/ หรือ  โทร. 1266

 



 

ความคิดเห็น