พาชมคอนโด “เมทริส พระราม 9 – รามคำแหง” บนทำเลศักยภาพอนาคต ใช้ชีวิตสลับได้ทุกไลฟ์สไตล์เมือง

พาชมคอนโด METRIS RAMA9 – RAMKUMHANG (เมทริส พระราม 9 – รามคำแหง) คอนโดโนมิเนียมภายใต้แนวความคิด “Remaster the Modern DNA” นิยามใหม่ของการอยู่อาศัย ใช้ชีวิตได้ตามไลฟ์สไตล์ที่ต้องการ บนทำเลศักยภาพแห่งอนาคต ย่านธุรกิจใหม่ (New CBD) บน 2 เส้นทาง ติดถนนหลัก พระราม 9 และรามคำแหง

ประเภทโครงการ : คอนโดมิเนียม สูง 33 จำนวน 1 อาคาร

ที่ตั้งโครงการ : ถนนรามคำแหง และ ถนนพระราม 9

เนื้อที่โครงการ : 2-0-25 ไร่

จำนวนห้องพักอาศัย : 570 ยูนิต

แบบห้องพักอาศัย :

– ห้องพัก 1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ ขนาด 30-30.5 ตร.ม.

– ห้องพัก 2 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ ขนาด 48-50.5 ตร.ม.

– ห้องพัก 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ ขนาด 59 ตร.ม.

สิ่งอำนวยความสะดวก :

ชั้น B1,B2

– ที่จอดรถ

ชั้นล่าง (Ground floor)

– จุดรับส่ง

– โถงต้อนรับ

– Private Mailbox

– ห้องออกกำลังกาย

– ห้องประชุมส่วนตัว

– Social lounge

– ห้องอเนกประสงค์

– Co-working space

– พื้นที่ล้างรถ

– ห้องซักผ้า

ชั้น 2,3

– ที่จอดรถ

ชั้น 4

– สระว่ายน้ำ

– จากุซซี่

– สระน้ำตื้น

– ที่นั่งพักผ่อนริมสระ

– ห้องสตีมและซาวน่า

– ที่อาบน้ำกลางแจ้ง

– สระว่ายน้ำเด็ก

– ห้องพักอาศัย

ชั้น 5-33

– ห้องพักอาศัย

ชั้นดาดฟ้า

– พื้นที่สวนสำหรับเลี้ยงสัตว์

– สวนบาร์บีคิวดาดฟ้า

จำนวนที่จอดรถ : 45%

ความสูงห้องพัก : 2.65 เมตร

ราคาเริ่มต้น : 3.2 ล้านบาท*

ค่าส่วนกลาง : 65 บาท/ตร.ม./เดือน

ค่ากองทุนส่วนกลาง : 650 บาท/ตร.ม.

เจ้าของโครงการ : บริษัท เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ เอสเตท จำกัด

เบอร์โทรศัพท์ : 02-116-1111

เว็บไซต์ : http://www.mde.co.th/th/project/metrisrama9ramkumhang

แผนที่โครงการ :


 

ส่องทำเลโครงการ “เมทริส พระราม 9 – รามคำแหง”

โครงการ “เมทริส พระราม 9 – รามคำแหง”  ตั้งอยู่ในย่านที่อยู่อาศัย ที่อยู่ถัดมาจากใจกลาง Bangkok New CBD พระราม 9 ไม่ไกลนัก ซึ่งถือว่าเป็นอีกหนึ่งทำเลที่สามารถเดินทางไปไหนมาไหนได้อย่างสะดวกสบาย เนื่องจากตั้งอยู่ระหว่างถนน 2 สาย คือ ถนนรามคำแหง และถนนพระราม 9

 

“เมทริส พระราม 9 – รามคำแหง” สามารถเข้า-ออกโครงการได้ทั้ง 2 ทาง จาก ถนนรามคำแหง และถนนพระราม 9 นับว่าเป็นจุดเด่นด้านความสะดวกในการเข้าถึงโครงการเป็นอย่างมาก

 

ไม่เพียงเท่านั้น “เมทริส พระราม 9 – รามคำแหง” ยังใกล้กับสถานีขนส่งสาธารณะอย่าง Airport Rail Link (ARL) สถานีรามคำแหง ประมาณ 600 เมตร  และ ห่างจากสถานี รถไฟฟ้าสายสีส้ม รามคำแหง12  (ที่กำลังจะเกิดขึ้น) ในระยะ 300 เมตร ทั้งนี้ ทางโครงการยังได้จัดบริการรถรับส่งระหว่างโครงการและสถานีไว้รองรับอีกด้วย

 

นอกจากการเดินทางที่สะดวกสบายแล้ว ย่านนี้ยังใกล้กับแหล่งอำนวยความสะดวกต่างๆมากมาย ทั้งห้างสรรพ สินค้าอย่าง The Mall 2 และ 3, Supermarket และสถานศึกษา ทั้งโรงเรียนและมหาวิทยาลัย หรือแม้กระทั้งสถานพยายบาลชั้นนำ ก็ตั้งอยู่ไม่ห่างจากโครงการมากนัก ถือว่าเป็นทำเลหนึ่งที่ค่อนข้างมีความสมบูรณ์พร้อมให้ความสะดวกสบายกับผู้ที่เข้าอยู่อาศัย

 

The Mall 2 และ 3 ห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ แหล่งช๊อปปิ้ง กิน เที่ยว ดื่ม ของคนในย่านนี้ โดยในอนาคตห้างนี้ จะมีการปรับปรุงครั้งใหญ่   โดยเฉพาะเดอะมอลล์ รามคำแหง 2 (ฝั่งมุ่งหน้ามาแยกพระราม 9-รามคำแหง) บนที่ดินกว่า 30 ไร่  จะมีการปรับปรุงให้เป็น “มิกซ์ยูส คอมเพล็กซ์” รับรถไฟฟ้าสายสีส้ม โดยใช้เวลาในการก่อสร้าง 2-3 ปี นับจากนี้ (แล้วเสร็จประมาณปี 2562-63)

 

ด้านหน้าห้าง  The Mall 2 และ 3 ที่ในอนาคตกำลังจะมีการปรับปรุงครั้งใหญ่

 

“เดอะแกรนด์ พระรามเก้า” ศูนย์ธุรกิจแห่งใหม่ใจกลางกรุงเทพมหานคร (New CBD) บนพื้นที่ 73 ไร่ บนแยกรัชดา-พระราม 9

 

“เดอะไนน์” Community mall ขนาดใหญ่ บนถนนพระราม 9

 

“มหาวิทยาลัยรามคำแหง” มหาวิทยาลัยเปิดชื่อดัง ที่มีผู้เข้าศึกษามากที่สุดของประเทศ

 

“โรงพยาบาล สมิติเวช ศรีนครินทร์” โรงพยาบาลชั้นนำของกรุงเทพฯ

 

และนอกจากสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ แล้ว ย่านนี้ยังมีสนามกีฬาแห่งชาติที่ใช้ในการแข่งขันมหกรรมกีฬาสำคัญๆ ของประเทศอย่าง “สนามราชมังคลากีฬาสถาน”


 

สำรวจทำเลรอบโครงการ

การเดินทางมาโครงการถือว่ามาไม่ยากนัก วันนี้ทางทีมงาน Kobkid.com ได้นั่งรถมาลงบริเวณฝั่งตรงข้ามโครงการ บนถนนรามคำแหง เมื่อมาถึงจะเห็น ฟู้ดแลนด์  ที่ภายในเป็นซุปเปอร์มาร์เก็ต และร้านอาหาร เปิดตลอด 24 ชั่วโมง ไม่ต้องกลัวอด และ KFC ตั้งเด่นอยู่บริเวณฝั่งตรงข้ามโครงการเลย

 

KFC แบบ Drive Thru ที่อยู่ติดกับ ฟู้ดแลนด์ สะดวกเวลาหาของกิน

 

เดินย้อนมาทางแยก รามคำแหง-พระราม 9 เรื่อยๆก็จะเห็นสะพานลอยคนข้ามอยู่บริเวณหน้าร้านบีควิก

 

ขึ้นมาบนสะพานลอยคนข้าม มองไปทางแยกรามคำแหง-พระราม 9 ถือว่าถนนเส้นนี้เป็นถนนสายสำคัญแห่งหนึ่งของกรุงเทพฯ

 

มุมมองไปทางถนนรามคำแหง (ไปเดอะมอลล์ รามคำแหง)

 

สะพานลอยคนข้าม ที่อยู่ใกล้กับโครงการ “เมทริส พระราม 9 – รามคำแหง” ถือว่าช่วยทำให้ข้ามไปยังฝั่งตรงข้ามได้สะดวกมาก

 

เดินมาอีกนิดเดียว ก็จะถึง Sales gallery  “เมทริส พระราม 9 – รามคำแหง” ที่จะเห็นผนังกระจก พร้อมเฟรมสีดำขนาดใหญ่ และป้ายไวนิลของโครงการ  โดยโครงการก็จะอยู่บนแปลงที่ดินนี้เลย

 

บรรยากาศถนนหน้าโครงการฝั่งด้านรามคำแหง

 

เดินมาอีกหน่อยก็จะเป็นถนนพระราม 9  โดยในภาพจะเป็นบรรยากาศถนนหน้าโครงการ ทางฝั่งถนนพระราม 9 (มองไปทางแยกรามคำแหง -พระราม 9 )

 

บรรยากาศถนนหน้าโครงการ ทางฝั่งถนนพระราม 9 (มองไปทางถนนพระราม 9 ฝั่งขาออกนอกเมือง )

 

อาคารที่อยู่ข้างเคียงด้านทิศตะวันออก

 

มองไปยังฝั่งตรงข้ามโครงการ จะเห็นสะพานข้ามแยก รามคำแหง-พระราม9

 

เดินเข้ามายัง Sales gallery  หากมองจากด้านนอก จะมีการออกแบบที่เน้นความเรียบ นิ่ง แต่เมื่อเข้ามาข้างในจะ Surprise กับผนังสีทองที่สูงชนเพดานบริเวณเคาท์เตอร์ต้อนรับ สะท้อนให้เห็นความโมเดิร์น สไตล์ Mid-Century Modern

 

“เมทริส พระราม 9 – รามคำแหง” เป็นคอนโดมิเนียมสูง 33 ชั้น จากบริษัท ดีเวลเปอร์ที่รู้จักกันเป็นอย่างดี อย่าง เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์  สร้างอยู่บนพื้นที่ดินขนาดประมาณ 5 ไร่ โดยแบ่งเป็น พื้นที่ของโครงการ “เมทริส พระราม 9 – รามคำแหง”  ขนาด 2-0-25 ไร่ และพื้นที่อีกส่วนหนึ่งจะถูกพัฒนาให้เป็นอาคารออฟฟิศ และด้านในพื้นที่ส่วนหนึ่งยังเป็นที่ตั้งของสำนักงานใหญ่  เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ ซึ่งถือว่าเป็นผลดีต่อโครงการ “เมทริส พระราม 9 – รามคำแหง” ที่จะมีแหล่งอำนวยความสะดวกเพิ่มขึ้นในอนาคต

 

จาก โมเดลโครงการ ส่วนที่เป็นอาคารใสจะ Office Building  สูง 27 ชั้น  โดยภายในโครงการจะบริหารจัดการแยกที่จอดรถกัน ระหว่างส่วนผู้พักอาศัยและ ส่วน Office Building    โดยจะมีที่จอดรถใต้ดิน 2 ชั้น

 

โครงการสามารถเข้า-ออก ได้ 2 ฝั่งทั้งจาก ถนนรามคำแหง และ ถนนพระราม 9

 

การมี Office Building  จะช่วยให้ลูกบ้าน “เมทริส พระราม 9 – รามคำแหง” มีความสะดวกมาก  ในชั้นล่างๆจะมีทั้งร้านค้า ร้านสะดวกซื้อ และ ร้านอาหาร

 

ภาพโมเดล ฝั่งด้านทิศตะวันออก

 

ภาพมุมสูงอาคาร ด้านทิศตะวันตก

 

ฝั่งถนนพระราม 9 จะสามารถเข้าถึงโครงการ “เมทริส พระราม 9 – รามคำแหง” ได้อย่างสะดวกมาก  

 


 

การออกแบบโครงการ

“เมทริส พระราม 9 – รามคำแหง”เป็นโครงการที่สื่อถึงการอยู่อาศัยแบบ ร่วมสมัย โดยผสมผสานระหว่างความคลาสสิคแบบ Retro และความสมัยใหม่อย่าง Modernism เป็นความตั้งใจที่จะตอบโจทย์ทุกความต้องการให้ลงตัวที่สุด พร้อมกับการก้าวเข้าสู่ไลฟ์สไตล์แบบคนเมืองยุค 4.0 กลายเป็นดีไซน์ที่ อิสระ เรียบง่ายแต่คงไว้ซึ่งความสง่างามเหนือกาลเวลา ด้วยคอนเซ็ปท์ “Remaster the Modern DNA”

 

ด้วยแนวความคิดที่จะผสมผสานระหว่างความเก๋าแบบยุคเก่าให้เข้ากับความโฉบเฉี่ยวแบบยุคใหม่ ทำให้ “เมทริส พระราม 9 – รามคำแหง” ได้มีการออกแบบโดยนำเอาเอกลักษณ์ของยุค ‘มิด-เซ็นจูรี่ โมเดิร์น’ (Mid-Century Modern) ซึ่งเป็นยุคที่ศิลปะแบบโมเดิร์นเริ่มเข้ามามีอิทธิพล ในขณะเดียวกันก็ยังคงมีกลิ่นอายของศิลปะแบบ Retro อยู่ โดยเห็นจากบรรยากาศภายในโครงการ ที่จะมีลูกเล่น และโทนสีแบบ Retro แต่ก็ยังคงเน้นการโชว์ผิวจริงของวัสดุที่ใช้ ไม่ว่าจะเป็น ไม้สีเข้ม พื้นผิวสีปูนเปลือย เสาหินสีดาเงา หรือกระจกทอง ตามปรัญชาการออกแบบแบบโมเดิร์น ที่ต้องการให้เห็นเนื่อแท้ของวัสดุ

 

เมื่อเข้ามาบริเวณ Lobby จะเห็นการตกแต่งแบบ ‘มิด-เซ็นจูรี่ โมเดิร์น’ (Mid-Century Modern) ได้อย่างชัดเจน ไม่เพียงเท่านั้น space ภายในยังให้ความรู้สึกโปร่งโล่ง เนื่องจากได้มีการออกแบบให้เปิดพื้นที่โล่งต่อเนื่อง เพื่อการใช้งานที่สะดวกสบาย

 

ภายในห้อง Social Lounge ที่ดูสูงโปร่ง และยังคงกลิ่นอายความเป็น Retro เช่นกัน

 

ในชั้นล่างของโครงการ ไม่เพียงแต่มี Lobby เท่านั้น แต่ยังมี Co-working space และ Fitness ไว้อำนวยความสะดวกให้ผู้อยู่อาศัย โดยภายในยังคง Concept การออกแบบตามแนวความคิดหลักของโครงการ โดยบริเวณ Co-working space ยังออกแบบให้เป็นกระจกบานใหญ่ที่สามารถมองออกไปเห็นสวนย่อมสีเขียว ทำให้ดวงตาที่อ่อนล้าผ่อนคลายลงได้อีกด้วย

 

บรรยากาศภายใน Co-working space พร้อมนวัตกรรมซาวด์โดม (Sound Dome)

 

ขึ้นมาที่ชั้น 4 จะพบสระว่ายน้ำกับ Desk ไม้ขนาดใหญ่ ที่มีทั้ง Sofa bed และ เตียงอาบแดด ให้สามารถเลือกนั่ง พร้อมกับการชมวิวเมืองไปด้วยได้

 

ไม่เพียงเท่านั้น “เมทริส พระราม 9 – รามคำแหง” ยังมี Private garden ไว้ให้ผู้อยู่อาศัยได้หลบหนีความวุ่นวายของเมืองขึ้นไปชมวิวแบบพาโนรามาบนชั้น Rooftop ได้อีกด้วย

 

และโครงการนี้ยังมีจุดเด่น เรื่อง อนุญาติให้เลี้ยงสัตว์เลี้ยง อีกด้วย มีส่วนกลางดีๆสำหรับทำกิจกรรมร่วมกับสัตว์เลี้ยง อย่างสวนหย่อมบนชั้นดาดฟ้า เหมาะกับคนรักสัตว์มากเลยทีเดียว

 


 

ผังอาคาร

ตามที่ได้กล่าวมาข้างต้น โครงการ “เมทริส พระราม 9 – รามคำแหง” ตั้งอยู่ระหว่างถนนรามคำแหงและถนนพระราม 9 โดยโครงการคอนโดมิเนียม จะตั้งอยู่ถัดมาทางถนนพระราม 9 และอาคารสำนักงานจะตั้งอยู่ทางด้านถนนรามคำแหงในพื้นที่เดียวกัน ทำให้สามารถเข้าออกได้ทั้ง 2 ทาง

 

บริเวณชั้น Ground floor ทางโครงการได้ออกแบบให้มีสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆมากมาย ทั้ง Double Volume Lobby, Dynamic Fitness Center, Private meeting room, Co-working space with Sound Dome ,Private Mailbox, Media Room Social lounge และ Car Wash Area  เพื่อรองรับการใช้งานที่หลากหลายของผู้อยู่อาศัย

 

โครงการนี้มีที่จอดรถทั้งหมด 45% (255 คัน) โดยจะอยู่ชั้นใต้ดิน 2 ชั้น และชั้นที่ 2-3 ของโครงการ ทั้งนี้ทางโครงการยังจัดให้มีพื้นที่ล้างรถสำหรับผู้อาศัยอีกด้วย

 

ถัดขึ้นมาจากที่จอดรถ เป็นชั้น 4 ก็จะพบกับชั้นสระว่ายน้ำ โดยชั้นนี้จะมีห้องพักอยู่ทั้งหมด 19 ยูนิต สระว่ายน้ำ, Jacuzzi, Sundesk , ห้องสตรีม และซาวน่า

 

ชั้น 5-33 เป็นส่วนพักอาศัย โดยแต่ละชั้นจะมีทั้งหมด 19 ยูนิต เรียงเป็นตัวแอลโอบล้อมสระว่ายน้ำขึ้นไป ทำให้ห้องที่ตั้งอยู่ฝั่งตะวันตกสามารถเห็นสระว่ายน้ำได้ อีกทั้งเงาของตึกยังสามารถช่วยบังแดดในตอนเช้าได้อีกด้วย

 

 

ชั้นดาดฟ้า หรือ Rooftop ถูกจัดให้เป็นที่นั่งพักผ่อน โดยได้นำเอางานศิลปะระดับ Master อย่างรูปภาพ Mondrian มาเป็น Theme ในการออกแบบสวน และจุดเด่นสำคัญของโครงการนี้อย่างหนึ่งคือการที่ผู้พักอาศัย สามารถเลี้ยงสัตว์ได้ ซึ่งบนชั้นนี้ก็อนุญาตให้นำสัตว์เลี้ยงขึ้นมาเดินเล่นได้และมีโซน BBQ Sky Garden ให้มาปาร์ตี้กันได้อีกด้วย

 

นอกจากบริเวณส่วนกลางแล้ว แนวความคิด “Remaster the Modern DNA” ก็ได้แทรกซึมอยู่ในห้องพักด้วย เช่นกัน โดยโครงการ “เมทริส พระราม 9 – รามคำแหง” ได้ออกแบบให้มีห้องพักทั้งหมด 3 แบบ เพื่อรองรับความต้องการของผู้เข้าพักอาศัยทั้งแบบ 1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ,  2 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ และ  2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ โดยในแต่ละแบบก็มีที่มีลักษณะโดดเด่นแตกต่างกันไป

 

ห้องพัก 1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ ขนาด 30-30.5 ตร.ม. เป็นห้องที่เหมาะกับผู้ที่ชอบความกระชับ สะดวก รวดเร็ว ถึงแม้ว่าจะเป็นห้องที่มีขนาดเล็กที่สุด แต่ก็มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน หากดูจากผังห้องจะเห็นว่า ทางโครงการได้จัดสรรพื้นที่ได้อย่างลงตัวเหมาะสมกับการใช้งาน  โดยมีการเชื่อมต่อพื้นที่ในส่วน KITCHEN และ LIVING AREA  ถือว่ายังอยู่ในระยะการใช้งานที่สะดวก สบาย ไม่แคบหรืออึดอัดจนเกินไป โดย UNIT นี้สามารถมองเห็นวิวสระว่ายน้ำได้ตั้งแต่ชั้น 5-17 และเป็น UNIT ที่ได้รับลม และร่มเงาตลอดทั้งปี

 

ห้องพัก 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ ขนาด 59 ตร.ม. เป็นห้องที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโครงการ โดยจะตั้งอยู่บริเวณมุมอาคาร  เป็น CORNER UNIT มีความเป็นส่วนตัวเนื่องจากมีผนัง2ฝั่งที่ไม่ได้เชื่อมต่อกับห้องอื่นๆ  สำหรับพื้นที่ใช้สอยในส่วน LIVING & DINING AREA มีพื้นที่ลึกเกือบ 8เมตร  ซึ่งสามารถปรับ FUNCTION ได้ตามต้องการ  โดยเฉพาะชุดครัวขนาดใหญ่ พร้อม FUNCTION พิเศษที่มีตู้รองเท้าในตัว สามารถช่วยให้ประหยัดพื้นที่ของที่พักอาศัย และทำให้ห้องมีความเรียบร้อยมากขึ้น  เมื่อพิจารณาที่ผังห้อง ถือว่าเป็นการจัดผังที่ค่อนข้างลงตัว  และอีกอย่างคือ ห้อง MASTER BEDROOM มีพื้นที่ค่อนข้างกว้างขวาง  สามารถออกแบบให้เป็น WALK-IN CLOSET ในบริเวณส่วนหน้าห้องน้ำ พร้อมทั้งมีช่องแสง ถึง2จุด ที่สามารถส่องเข้าถึงในห้องนอน ช่วยประหยัดค่าไฟ และยังสามารถชมวิวได้จากบริเวณนี้ได้ด้วย


 

โดยวันนี้ทางทีมงาน Kobkid.com จะพาเข้าชมห้องตัวอย่าง ห้องพัก 2 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ ขนาด 48-50.5 ตร.ม.

 

ห้องนี้มีจุดเด่นคือ เป็น CORNER UNIT มีความเป็นส่วนตัวเนื่องจากมีผนัง 2 ฝั่ง ที่ไม่ได้เชื่อมต่อกับห้องอื่นๆ เป็นตำแหน่งที่สามารถมองเห็นวิวสระว่ายน้ำได้ตั้งแต่ชั้น 5-17 ห้องนี้เป็น UNIT ที่ได้รับลม และ ร่มเงาตลอดทั้งปี  โดยภายในห้องจะมีพื้นที่ใช้สอยในส่วน LIVING & DINING AREA มีพื้นที่ลึกถึง 5เมตร  ซึ่งสามารถปรับ FUNCTION ได้ตามต้องการ  พร้อมชุดครัวขนาดใหญ่ พร้อม FUNCTION พิเศษที่มีตู้รองเท้าในตัว สามารถช่วยให้ประหยัดพื้นที่ของที่พักอาศัย และทำให้ห้องมีความเรียบร้อยมากขึ้น  ส่วน BEDROOM 2 มีพื้นที่สำหรับเป็น WORKING SPACE ได้ และมีแสงที่ส่องเข้าถึงในห้องนอน ช่วยประหยัดค่าไฟ และยังสามารถชมวิวได้จากบริเวณนี้ได้ด้วย

 

 

สำหรับห้องที่โครงการจะมีลักษณะเป็นแบบ Fully Fitted  ให้ชุดครัว และ ตู้เสื้อฝ้าแบบ built-in ภายในห้องนอน และห้องน้ำตกแต่งตามห้องตัวอย่าง พร้อมฉากกระจกกั้น

 

มากันที่ประตูหน้าห้องจะเป็นประตูไม้สีอ่อน พร้อมกลอนแบบ Digital Door Lock ยี่ห้อ Hafele ที่โครงการเตรียมไว้ให้ในทุกยูนิต

 

เมื่อเดินเข้าห้องมาในห้องจะพบกับโต๊ะทานข้าวอยู่ทางซ้ายมือ และโซฟาห้องรับแขกที่อยู่ถัดออกไปทางระเบียง จาก ตรงนี้สามารถมองทะลุออกไปเห็นวิวด้านนอกได้เลย ทำให้รู้สึกถึงความกว้าง และโปร่ง โล่งของห้อง โดยห้องพักจะมีความสูงโปร่ง ถึง 2.65 เมตร

 

ด้านขวามือของห้องจะเป็นทางเดินไปในส่วนห้องนอน และห้องน้ำ สำหรับวัสดุผนังห้องจริงที่โครงการให้ จะเป็นแบบผนังฉาบเรียบ ทาสีเทา ส่วนพื้นห้องจะเป็นพื้นไม้ลามิเนต

 

สวิต์ซ์ไฟ ในห้องจะให้อุปกรณ์จาก Siemens หรือ เทียบเท่า

 

พื้นที่นั่งเล่นที่อยู่ติดกับระเบียง

 

พื้นที่ระเบียงที่ออกแบบให้กว้างตลอดแนวห้อง สามารถเปิดรับวิวได้เป็นอย่างดี

 

 

มองย้อนไปที่ประตูทางเข้าห้อง

 

บริเวณเคาน์เตอร์ครัวข้างประตู จะเป็นตู้ชั้นวางรองเท้า ออกแบบซ่อนได้เนียน เพิ่มความเป็นระเบียบ

 

ทางขวามือใกล้กับโต๊ะทานข้าวจะเป็น Pantry ขนาดกำลังดี ถือว่าเป็นตำแหน่งที่สะดวกแก่การใช้งานเป็นอย่างยิ่ง

 

ส่วนครัวจะให้ Top  หินเทียม พร้อม เตาไฟฟ้า เครื่องดูดควัน  และ  ซิงค์ล้างจานขนาดเล็ก จาก  HAFELE  ตู้เก็บของจะมีหน้าบานเมลามีน ด้วยบานพับแบบ Soft Close ด้านใต้เคาน์เตอร์ครัว มีช่องสำหรับวางเครื่องซักผ้าแบบเปิดฝาหน้า และช่องสำหรับวาง เตาไมโครเวฟ

 

ตรงข้ามกับ Pantry เป็น Second bedroom โดยภายในห้องจะมีหน้าต่างบานเล็กๆอยู่เพื่อให้ความสว่าง และมีพื้นที่สำหรับวางโต๊ะทำงานได้ สำหรับการเป็น Second bedroom แล้วห้องนี้ถือว่ามีพื้นที่กว้างทีเดียว

 

เดินถัดเข้ามาอีกหน่อยก็จะพบกับ Master bedroom ที่ถือได้ว่ามีการออกแบบระยะห่างระหว่างประตูทางเข้ากับตำแหน่งวางเตียงได้เหมาะสม ทำให้ Space บริเวณเตียงเกิดความเป็นส่วนตัวมากขึ้น อีกทั้งยังมีพื้นที่เหลือให้ได้วางคอนโซลทีวีอีกด้วย

 

ตู้เสื้อผ้าแบบ Built-In ภายในห้องนอนที่โครงการให้มา สามารถเก็บของได้เยอะเลย

 

เดินมาสุดทางจะเจอกับห้องน้ำ ที่ได้มีการแยกพื้นที่แห้งเปียก ถือว่าเป็นการออกแบบที่สะดวกแก่การใช้งานจริง

ภายในห้องน้ำให้ สุขภัณฑ์ และ อุปกรณ์ห้องน้ำ จาก Hafele หรือเทียบเท่า และ ฉากกระจกนิรภัยตามห้องตัวอย่าง

 

ส่วนอ่างล้างหน้าเป็นของแบนด์ Lavenz ด้านล่างมีช่องวางของได้ ตกแต่งตามห้องตัวอย่างแต่ไม่ได้รวมไฟประดับด้านข้างกระจก

 

ฝักบัวและฉากกระจกกั้นที่โครงการให้มา ช่วยกั้นน้ำไม่ให้กระเด็น

 

ผนังบริเวณส่วนอาบน้ำจะเจาะช่องไว้สำหรับวางอุปกรณ์อาบน้ำ โดยพื้นและผนังจะปูด้วยกระเบื้องเซรามิคสีอ่อน ผสมผสานกับกระเบื้องลายหินอ่อน ดูดีอย่างลงตัว

 


 

บทสรุปหลังเยี่ยมชมโครงการ

หลังจากการเยี่ยมชมโครงการ “เมทริส พระราม 9 – รามคำแหง” คงจะบอกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งโครงการที่ครบเครื่องสำหรับการใช้ชีวิตเมือง และยังเป็นคอนโดที่น่าสนใจสำหรับนักลงทุนอสังหาฯ  เพราะนอกจากจะตั้งอยู่บนทำเลที่มีแนวโน้มที่ดีทางเศรษฐกิจ เช่น ใกล้โครงการ รถไฟฟ้าสายสีส้ม ใกล้ศูนย์การค้าระดับแม่เหล็กรองรับคนในย่านนี้อย่าง เดอะมอลล์ราม 2 และ 3 อีกทั้งโครงการยังสามารถ เข้า-ออก ได้จาก 2 ถนนใหญ่ ทั้ง ถนนพระราม9 และ รามคำแหง  พร้อมจุดเด่น พื้นที่ส่วนกลางมากถึง 3 ชั้น  รวมถึงแนวความคิดในการออกแบบของโครงการที่ผสมผสานระหว่างความคลาสสิคแบบ Retro และความสมัยใหม่อย่าง Modernism ได้อย่างลงตัว  ในโครงการมีจำนวนยนูิตที่น้อยสร้างความเป็นส่วนตัว สามารถรองรับไลฟ์สไตล์ไม่ว่าจะเป็นแบบ Passive หรือ Active  และ ยังสามารถเลี้ยงสัตว์เลี้ยงได้ด้วย รวมถึงความพิถีพิถันภายในในคุณภาพวัสดุที่ใช้ ที่มีความน่าสนใจไม่แพ้กัน ภายใต้คอนเซ็ป Top of the Class ที่เลือกตัวท็อปที่สุดของแบรนด์ที่เลือกใช้ เป็นเหตุผลที่จะทำให้โครงการนี้เป็น โครงการที่เรียกได้ว่า “Remaster the Modern DNA” อย่างแท้จริง โดย “เมทริส พระราม 9 – รามคำแหง” มีราคาเริ่มต้น ที่ 3.2 ล้านบาท*

 

สำหรับผู้ที่สนใจสามารถเข้าเยี่ยมชมโครงการพร้อมชมห้องตัวอย่างได้แล้ววันนี้ที่สำนักงานขาย “เมทริส พระราม 9 – รามคำแหง” หรือสามารถลงทะเบียนเพื่อรับข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://www.mde.co.th/th/project/metrisrama9ramkumhang  หรือโทร 02 116 1111

 



 

ความคิดเห็น