SIRI ปิดไตรมาสแรกยอดขายเกินเป้า ทะลุ 7,000 ล้านบาท

ยอดขายต่างชาติสูงสุด พุ่งไป 1,700 ล้านบาท  ตั้งเป้าไตรมาสสอง 10,000 ล้านบาท เติบโตถึง 40% เตรียมเปิด 4 โครงการใหม่ มูลค่ารวม 12,600 ล้านบาท โกยยอดขายจาก 98 Wireless และโครงการแนวราบปิดขายใน 2 ชม. ส่งสัญญาณไตรมาส 2 เศรษฐกิจฟื้น-ตลาดอสังหาฯ ทิศทางดี 

.
นายเศรษฐา ทวีสิน กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) หรือ SIRI เปิดเผยว่าบริษัทสามารถปิดยอดขายไตรมาสแรกของปี 2560 ได้สูงถึง 7,000 ล้านบาท เกินจากเป้าหมายที่วางไว้และนับว่าสูงที่สุดในรอบ 3 ปีของการสร้างยอดขายไตรมาสแรกทั้งที่ไม่ได้มีการจัดงานขายใหญ่ อาทิ การจัดงาน แสนสิริ ไลฟ์ คัมส์ โฮม ดังที่ได้รับการตอบรับที่ดีในช่วงที่ผ่านมา โดยสร้างยอดขายหลักจากตลาดต่างชาติ ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดีจากการนำโครงการ “เดอะ ไลน์ พหลฯ – ประดิพัทธ์” คอนโดมิเนียมโครงการล่าสุด ภายใต้ความร่วมมือระหว่างแสนสิริ และ บีทีเอส กรุ๊ป จำนวนทั้งสิ้น 981 ยูนิต มูลค่า 5,800 ล้านบาท เปิด Global Launch เต็มรูปแบบใน 4 ประเทศ ได้แก่ ฮ่องกง ไต้หวัน สิงคโปร์ และจีน และมีลูกค้าให้ความสนใจเข้าร่วมงานโรดโชว์ในทั้ง 4 ประเทศจำนวนมาก ส่งผลให้บริษัทสามารถสร้างยอดขายรวมจากตลาดต่างชาติในช่วงไตรมาสแรกนี้สูงถึง 1,200 ล้านบาท

.
นอกจากนี้บริษัทยังประสบความสำเร็จจากการเปิดตัวโครงการ “98 Wireless” (ไนน์ตี้เอท ไวร์เลส) โครงการแฟลกชิปคอนโดมิเนียมที่ดีที่สุดบนถ.วิทยุที่เปิดตัวอย่างเป็นทางการในช่วงกลางเดือนมีนาคม รวมทั้งการได้รับการตอบรับที่ดีจากยอดขายโครงการแนวราบตั้งแต่ไตรมาสแรก ทั้งการปิดการขาย โครงการ “สิริ อเวนิว สายไหม” อาคารพาณิชย์ดีไซน์โมเดิร์น สไตล์ นิวยอร์คลอฟต์ใหม่ ใจกลางย่านสายไหม มูลค่าโครงการ 100 ล้านบาทได้ทันทีตั้งแต่ 2 ชั่วโมงแรกในวันเปิดขายอย่างเป็นทางการ รวมทั้งโครงการทาวน์เฮาส์ใจกลางสุขุมวิท 77 “การ์เด้นท์ สแควร์ สุขุมวิท 77” ราคาเฉลี่ย 15 ล้านบาท ที่สร้างยอดขายไปได้ถึง 70 % จากการเปิดบ้านตัวอย่างใหม่ดีไซน์พิเศษที่เปิดให้สัมผัสกลิ่นอายแห่งลอนดอน ส่งผลให้บริษัทสามารถสร้างยอดขายรวมในช่วงไตรมาสแรกได้สูงถึง 7,000 ล้านบาทในที่สุด

.
“ภาพรวมเศรษฐกิจในช่วงไตรมาสที่ 2 ของปี 2560 คาดว่ามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐจะหนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ อาทิ แรงหนุนจากการฟื้นตัวของการใช้จ่ายในประเทศและภาคการท่องเที่ยวที่เติบโตต่อเนื่องรวมทั้งการผลักดันโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานให้เกิดขึ้น เป็นรูปธรรมมากขึ้น ขณะที่ ในภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ภาคเอกชนรายใหญ่ควรมีบทบาทในการช่วยขับเคลื่อนอุตสาหกรรม ด้วยการเปิดตัวโครงการใหม่สร้างความเชื่อมั่นให้อุตสาหกรรมกลับมา โดยสำหรับกลุ่มแสนสิริมีการวางเป้าหมายโดยวางแผนการดำเนินธุรกิจในช่วงไตรมาส 2 นี้ด้วยแผนเปิดตัวโครงการใหม่อีกประมาณ 4 โครงการ มูลค่ารวม 12,600 ล้านบาท แบ่งเป็นคอนโดมิเนียมภายใต้บริษัทร่วมทุนกับบีทีเอส 2 โครงการ และโครงการบ้านเดี่ยว 2 โครงการ ได้แก่ โครงการบุราสิริ วัชรพล และ โครงการคณาสิริ ปิ่นเกล้า-กาญจนา โดยตั้งเป้ายอดขายไตรมาส 2 สูงถึง 10,000 ล้านบาท เติบโตขึ้นถึง 40% จากยอดขายไตรมาสแรกที่ทำได้ 7,000 ล้านบาท” นายเศรษฐา กล่าว

 

ที่มา แสนสิริ

วันที่ 3 เมษายน 2560



 

ความคิดเห็น