แบงก์ชี้แห่ขายที่ทำเลดี เจ้าของกลัวภาษีใหม่เริ่มใช้ปี2562

ภาษีที่ดินฯ ทำเจ้าของที่ดินรายย่อยทยอยปล่อยของดี เป็น โอกาสดีเวลอปเปอร์รายใหญ่ช้อนซื้อ

นางสุวรรณี วัธนเวคิน ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารเกียรตินาคิน เปิดเผยว่า ปี 2561 จะเห็นการเปลี่ยนมือที่ดินอสังหาริมทรัพย์จำนวนมาก เนื่องจากเจ้าของเดิมเร่งขายออกเพื่อลดภาระการเสียภาษีตาม พ.ร.บ.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ที่คาดว่าจะเริ่มมีผลบังคับใช้ปี 2562 จึงเป็นโอกาสที่ดีกับผู้ประกอบการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ หรือดีเวลอปเปอร์จะได้ ที่ดินผืนงามมาไว้ในครอบครอง โดยภาษีที่ดินฯ ไม่กระทบกับดีเวลอปเปอร์ เพราะมีความเชี่ยวชาญในการบริหารจัดการที่ดินและการวางแผนภาษีจากการใช้ประโยชน์ที่ดิน

 

สำหรับแนวโน้มตลาดอสังหาริมทรัพย์ในปี 2561 ดีเวลอปเปอร์รายใหญ่จะเน้นลูกค้าระดับบน 30-50 ล้านบาทมากขึ้น และใช้กลยุทธ์เจาะกลุ่มขาย โดยเริ่มเห็นการจับมือพันธมิตรต่างชาติร่วมกันวางแผนพัฒนาอสังหาริมทรัพย์สำหรับชาวต่างชาติโดยเฉพาะ เน้นแนวราบที่ต่างชาติซื้อขายได้ มากกว่าคอนโดที่ต่างชาติถือครองได้ไม่เกิน 49% เมื่อมีลูกค้าแน่นอนจึงเริ่มสร้าง สามารถการันตีผู้ซื้อได้อย่างน้อย 30% และสามารถปิดโครงการได้ภายใน 2 ปีครึ่ง เร็วกว่าเมื่อก่อนที่ต้องใช้เวลา 4 ปี

 

“ดีเวลอปเปอร์รายเล็กและรายกลางควรวางกลยุทธ์แบบรายใหญ่ ต้องรู้ว่าโครงการที่พัฒนาขึ้นมาจะขายให้ใคร ช่วยลดความเสี่ยงได้ เพราะทิศทางปีหน้าผู้ประกอบการรายเล็กและรายกลางคงยังไม่ผลิตของ เพื่อเร่งระบายสต๊อกเก่าออกให้หมดก่อน โดยเฉพาะคอนโดมิเนียมนอกเมืองที่ไม่อยู่ตามแนวรถไฟฟ้า” นางสุวรรณี กล่าว

 

ด้านสถานการณ์ตลาดอสังหาริมทรัพย์ในปี 2560 พบว่า ดีเวลอปเปอร์รายใหญ่ยังเติบโตได้จากการพัฒนาที่อยู่อาศัยที่เจาะกลุ่มผู้มีรายได้สูง โครงการระดับราคา 20 ล้านบาทขึ้นไปขายได้ง่าย ส่วน ดีเวลอปเปอร์รายกลางและรายเล็กเหนื่อยจากการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยราคาต่ำกว่า 3 ล้านบาท เจาะกลุ่มเป้าหมายคนทำงานที่เริ่มสร้างครอบครัว ซึ่งมักเป็นผู้มีรายได้ปานกลางถึงน้อยที่ได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจและมีภาระหนี้สูง ไม่ผ่านเกณฑ์การอนุมัติสินเชื่อบ้าน

ที่มา : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

วันที่ 4 ธันวาคม 2560



 

ความคิดเห็น