เปิดบริการรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยายเพิ่ม 4 สถานีฟรี!!! จนถึงเดือน ต.ค.2563

พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) เปิดเผยว่า ภายในเดือน มิ.ย.นี้ กทม.พร้อมจะเปิดบริการรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยายช่วงหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต เพิ่มอีก 4 สถานี ได้แก่ สถานีกรมป่าไม้ สถานีบางบัว (ม.ศรีปทุม) สถานีกรมทหารราบที่ 11 และสถานีวัดพระศรีมหาธาตุ จากปัจจุบันเปิดบริการถึงสถานีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โดยจะเปิดให้บริการฟรีไปจนถึงเดือน ต.ค.2563 ซึ่ง กทม.จะเร่งเปิดให้บริการครบตลอดสายไปถึงสถานีคูคต

 

สำหรับการเก็บค่าโดยสารจะดำเนินการได้ก็ต่อเมื่อเปิดบริการตลอดสายแล้ว รวมถึงรอการอนุมัติสัญญาสัมปทานจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) ภายในปีนี้คาดว่ารถไฟฟ้าสายนี้จะเปิดบริการสมบูรณ์แบบตลอดสาย พร้อมค่าโดยสารโครงสร้างใหม่ที่ กทม.ขอทางบริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BTSC ให้เก็บค่าโดยสารทั้งโครงข่ายของสายสีเขียวอัตราสูงสุดไม่เกิน 65 บาท และเก็บค่าแรกเข้าครั้งเดียว  ขณะที่สายสีเขียวส่วนต่อขยายใหม่ช่วแบริ่ง-สมุทรปราการ และหมอชิต-มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ปัจจุบันกทม.ยังคงเปิดให้บริการฟรี ภายในปลายปีนี้คาดว่าจะเก็บค่าบริการสายสีเขียวทั้งโครงข่ายได้

ปัจจุบันงานก่อสร้างสายสีเขียวส่วนเหนือเกือบจะเสร็จ 100% แล้ว แต่ที่ยังเปิดบริการไม่ได้ เพราะระบบไฟฟ้าที่ใช้จ่ายไฟสำหรับการเดินรถสามารถจ่ายได้ถึงสถานีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ส่วนการเปิดบริการอีก 4 สถานีไปถึงสถานีวัดพระศรีมหาธาตุจะใช้ระบบจ่ายไฟฟ้าจากที่อื่นมาดำเนินการให้ไปก่อน เราตั้งใจจะเปิดไปถึงสถานีคูคตในเดือน ต.ค.เร็วขึ้น จากเดิมกำหนดเป็นในเดือน ธ.ค.นี้ เพราะอยากจะเร่งเคลียร์ทุกอย่างให้เสร็จเรียบร้อย

 

นายคีรี กาญจนพาสน์ ประธานบริหารบริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ BTS เปิดเผยว่า ขณะนี้บริษัทรอการอนุมัติสัมปทานสายสีเขียวจาก ครม. ซึ่งการเจรจา ผ่านขบวนการต่างๆ ไปเรียบร้อยหมดแล้ว ไม่ว่าจะเป็น ครม.เศรษฐกิจ หรือส่วนราชการต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง

นอกจากนี้บีทีเอสพร้อมจะเข้าร่วมประมูลรถไฟฟ้าสายสีส้มตะวันตกศูนย์วัฒนธรรม-บางขุนนนท์ ที่รัฐบาลจะเปิดให้เอกชนร่วมลงทุน PPP net cost ก่อสร้างงานโยธาและรับสัมปทานเดินรถตลอดสาย 30 ปี มูลค่าโครงการ 142,789 ล้านบาท ขณะนี้เตรียมความพร้อมด้านบุคลากรและแหล่งเงินที่นำมาลงทุนแล้ว เนื่องจากรถไฟฟ้าเป็นธุรกิจหลักของบริษัท ส่วนพันธมิตรจะเป็นกลุ่มเดิม คือ บมจ.ซิโน-ไทยฯ และ บมจ.ราชกรุ๊ป อาจจะมีรายอื่นเพิ่มเติม แต่ยังไม่ขอเปิดเผยรายละเอียด

 

 

 

18 กุมภาพันธ์ 2563

ที่มา : ประชาชาติธุรกิจ



 

ความคิดเห็น