“ออริจิ้น” ผนึกกำลัง “พราวด์ เรสซิเดนซ์” เสริมแกร่งตลาดลักซัวรี่ พร้อมเจาะตลาดทุกเซ็กเมนต์

“ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้” ผนึกกำลัง “พราวด์ เรสซิเดนซ์” ซินเนอร์จี้ธุรกิจ พัฒนาคอนโดครอบคลุมทุกเซ็กเมนต์ตอบโจทย์ผู้บริโภค ดันแบ็กล็อกรวม 24,000 ล้านบาทขึ้นแท่นท็อป 5 ธุรกิจอสังหาฯ เล็งพอร์ตคอนโด Hi-End เพิ่ม 25-30% ใน 5 ปี ด้าน “ธงชัย” ลั่นเดินหน้าลุย PARK24 ต่อเนื่อง ส่งมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้ผู้บริโภค

 

นายพีระพงศ์ จรูญเอก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ ORI ผู้พัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมภายใต้แบรนด์ ไนท์บริดจ์ (Knightsbridge), นอตติ้ง ฮิลล์ (Notting Hill), และเคนซิงตัน (Kensington) กล่าวว่า บริษัทได้เจรจาสร้างความร่วมมือกับบริษัท พราวด์ เรสซิเดนซ์ จำกัด ผู้พัฒนาโครงการระดับลักซัวรี่ PARK24 เพื่อสร้างความร่วมมือกันระยะยาวในการพัฒนาคอนโดมิเนียม ให้ครอบคลุมทุกเซ็กเมนต์ของตลาด เสริมสร้างความแข็งแกร่งทางธุรกิจ (Synergy) ระหว่างกัน

 

“บริษัทมีความเชี่ยวชาญในการพัฒนาคอนโดมิเนียมเพื่อเจาะตลาดพรีเมียมแมส ขณะที่พราวด์ เรสซิเดนซ์มีความเชี่ยวชาญด้านการดีไซน์ การพัฒนาคอนโดมิเนียมระดับไฮเอนด์ รวมถึงการเจาะตลาดผู้บริโภคชาวต่างชาติ เราจึงมองเห็นโอกาสร่วมกันและตัดสินใจเป็นพันธมิตรกัน เสริมจุดแกร่งเพื่อพัฒนาคอนโดมิเนียมคุณภาพให้ตอบโจทย์ผู้บริโภคครบทุกเซ็กเมนต์” นายพีระพงศ์ กล่าว

 

สำหรับรูปแบบของความร่วมมือนั้น ต่างฝ่ายจะเข้าซื้อหุ้นของกันและกัน โดยบริษัทจะเข้าซื้อหุ้นสามัญทั้งหมดของบริษัท พราวด์ เรสซิเดนซ์ จำกัด จำนวน 10 ล้านหุ้น จะชำระราคาหุ้นเป็นมูลค่าทั้งสิ้น 4,000 ล้านบาท โดยมีแหล่งเงินทุนจากสถาบันการเงินและเงินทุนหมุนเวียนของบริษัท

 

 

ขณะเดียวกัน บริษัท พราวด์ เรสสิเดนซ์ จำกัด ก็จะเข้าทำการซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุนของบริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) จำนวน 81,197,171 หุ้นเป็นมูลค่าทั้งสิ้น 1,000 ล้านบาท หรือคิดเป็น 5% ของทุนจดทะเบียน โดยเป็นการจัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวนดังกล่าว ให้แก่บุคคลในวงจำกัดของบริษัท พราวด์ เรสสิเดนซ์ จำกัด ได้แก่ นางจรัสพิมพ์ ลิปตพัลลภ ประธานกรรมการ บริษัท พราว เรียล เอสเตท จำกัด จำนวน 3.5% นายธงชัย บุศราพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พราวด์ เรสซิเดนซ์ จำกัด จำนวน 0.75% และนางนุ่น ทวีศรี กรรมการ บริษัท พราวด์ เรสซิเดนซ์ จำกัด จำนวน 0.75%

 

“ภายหลังการเสนอขายและจัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุน นางจรัสพิมพ์ จะถือหุ้น ORI จำนวน 56,838,020 หุ้น คิดเป็น 3.5% ของทุนจดทะเบียนบริษัท นายธงชัย จะถือหุ้นจำนวน 12,179,576 หุ้น คิดเป็น 0.75% และนางนุ่น จะถือหุ้นจำนวน 12,179,575 หุ้น รวมกันสามคนเท่ากับ 5% ของทุนจดทะเบียนบริษัท คิดเป็นมูลค่าหุ้นทั้งสิ้นประมาณ 1,000 ล้านบาท และนางจรัสพิมพ์ จะมีสิทธิ์เสนอชื่อบุคคลเพื่อดำรงตำแหน่งกรรมการของออริจิ้นอีก 1 คน” นายพีระพงศ์ กล่าว

 

 

 

ทั้งนี้ บริษัทจะเสนอเรื่องทั้งหมดเข้าที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นครั้งที่ 1/2560 ในวันที่ 12 กรกฎาคม 2560 เพื่อให้ที่ประชุมพิจารณาอนุมัติต่อไป

 

นายพีระพงศ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า หากการดำเนินการทั้งหมดเสร็จสิ้น บริษัทจะมีแบ็กล็อกจำนวน 2.4 หมื่นล้านบาท อยู่ในระดับท็อป 5 ของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และมีแบรนด์คอนโดมิเนียมทั้งหมด 4 แบรนด์ ได้แก่ เคนซิงตัน นอตติ้ง ฮิลล์ ไนท์บริดจ์ และ PARK สำหรับเจาะตลาดผู้บริโภคใน 4 เซ็กเมนต์ โดยตั้งเป้าจะกระจายพอร์ตการดำเนินธุรกิจในสัดส่วนเซ็กเมนต์ละ 25% ภายในช่วง 5 ปี

 

ด้านนายธงชัย บุศราพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พราวด์ เรสซิเดนซ์ จำกัด กล่าวว่า การเป็นพันธมิตรกันในครั้งนี้ ถือเป็นบิ๊กมูฟของวงการอสังหาริมทรัพย์ เพราะเป็นการผนึกกำลังกันระหว่างผู้ที่มีความเชี่ยวชาญทั้งตลาดแมสและตลาดไฮเอนด์ เพื่อส่งมอบประสบการณ์การอยู่อาศัยที่ดีที่สุดให้แก่ผู้บริโภค ขณะเดียวกัน ยังตอบโจทย์การแข่งขันธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในปัจจุบันที่ต้องมีการพัฒนาให้ครอบคลุมทุกเซ็กเมนต์ กระจายความเสี่ยงในการดำเนินธุรกิจ อีกทั้งเป็นการรองรับการขยายตัวของภาคอสังหาริมทรัพย์ และการขยายตัวของเศรษฐกิจของประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการลงทุนทางด้านสาธารณูปโภคของรัฐบาลจะทำให้เกิดความต้องการในที่อยู่อาศัย ทั้งจากตลาดในประเทศ และจากนักลงทุนต่างประเทศที่จะเข้ามาลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ของประเทศไทย

 

“ภายหลังการดำเนินการต่างๆ เสร็จสิ้น กลุ่มบริษัทพราว เรสซิเดนซ์ โดยคุณจรัสพิมพ์ ลิปตพัลลภ ก็จะส่งตัวแทนเข้าร่วมเป็นหนึ่งในคณะกรรมการของออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ และในส่วนของการบริหารงานกิจการของบริษัท พราวด์ เรสซิเดนซ์ ผมและคณะผู้บริหารของพราวด์ เรสซิเดนซ์ ทุกคนก็ยังคงรับผิดชอบในการบริหารตามปกติ ซึ่งโครงการ PARK24 ก็กำลังอยู่ในขั้นตอนการเตรียมพร้อมขั้นสุดท้ายก่อนที่จะส่งมอบให้แก่ผู้ซื้อ รวมถึงการเตรียมการโครงการใหม่ในแบรนด์ PARK ที่จะเกิดขึ้นบนสุดยอดทำเลใจกลางกรุงเทพมหานคร ในอนาคตอันใกล้” นายธงชัย กล่าว


 

 

เอกสารแนบท้ายเพื่อสร้างความชัดเจนสำหรับสื่อมวลชน

กรณีการผนึกกำลังระหว่าง บมจ.ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ และ บจ.พราวด์ เรสซิเดนซ์

 

1.การผนึกกำลังกันในครั้งนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร

ตอบ เกิดขึ้นจากการที่ผู้บริหารทั้ง 2 บริษัท คือ บมจ.ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ และ บจ.พราวด์ เรสซิเดนซ์ มีวิสัยทัศน์ในการดำเนินธุรกิจที่ตรงกัน คือ การต้องการสร้างการเติบโตของธุรกิจของทั้ง 2  องค์กร ซึ่ง การร่วมมือกันในครั้งนี้ ส่งผลให้ออริจิ้นได้มีโครงการระดับ Hi-end ในทันที ซึ่งส่งผลให้ บมจ.ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ สามารถมีสินค้าครอบคลุมทุก segment ทั้งยังขยายฐานลูกค้าซึ่งได้กลุ่มลูกค้าระดับบน และลูกค้าต่างชาติเข้ามาอยู่ใน port ด้วย ในขณะเดียวกันก็เป็นข้อดีของทางพราวด์ เรสซิเดนซ์ ที่บริษัทได้เพิ่มความเติบโตในด้านการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัย เพิ่มเติมจากตลาดไฮเอนด์ ที่บริษัทมีความชำนาญอยู่แล้ว ถือว่าความร่วมมือในครั้งนี้เป็นการต่อยอดธุรกิจของทั้ง 2 บริษัท ให้เติบโตยิ่งๆ ขึ้นไป

 

2.รายละเอียดในการร่วมมือกันในครั้งนี้มีรายละเอียดอย่างไรบ้าง

ตอบ เรียกว่าเป็นการร่วมมือกันทางธุรกิจ เนื่องจากเป็นเงื่อนไขที่ทั้ง 2 บริษัทได้รับผลประโยชน์ และต่อยอดทางธุรกิจของทั้งคู่ โดยมีรายละเอียดดังนี้  บมจ.ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ เข้าซื้อหุ้นทั้งหมดของบริษัท พราวด์ เรสซิเดนซ์ จำกัด จำนวน 10,000,000 หุ้น  ซึ่งเป็นอัตรา ร้อยละ 100 ของ พราวด์ เรสซิเดนซ์ จากผู้ถือหุ้นเดิม ซึ่งประกอบไปด้วย

1) บริษัท พราว บีชคลับ หัวหิน จำกัด

2) บริษัทพีเอ็นแคปปิตอล จำกัด

และ 3)คุณธงชัย บุศราพันธ์

โดยมีราคาเข้าซื้อหุ้น ทั้งหมด จำนวน 4,000,000,000 บาท (“ราคาหุ้น”) ซึ่ง บมจ.ออริจิ้น ฯ จะชำระราคาหุ้น รวมเป็นมูลค่าทั้งสิ้น 4,000,000,000 บาท โดยแบ่งเป็นการชำระราคาหุ้นด้วยตั๋วสัญญา ใช้เงิน จำนวน 3,000,000,000 บาท โดยตั๋วสัญญาใช้เงินดังกล่าวมีการรับประกันการใช้เงิน ทั้งจำนวนด้วย การอาวัลโดยธนาคารพาณิชย์ในประเทศไทยและเงินสดจำนวน 1,000,000,000 บาท ในขณะเดียวกัน กลุ่มบริษัท พราวด์ เรสซิเดนซ์ ก็จะเข้าทำการซื้อหุ้นสามัญของบมจ. ออริจิ้น ฯ ในมูลค่า 1,000,000,000 บาท คิดเป็นจำนวน 5% ของทุนจดทะเบียนหลังจากการเพิ่มทุน

 

3.ดีลในครั้งนี้มีเรื่องของการเพิ่มทุนเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ขอทราบรายละเอียดเกี่ยวกับการขอเพิ่มทุน จาก 780,791,954.50 บาท เป็น 821,390,540 บาท

ตอบ เราได้ความเห็นชอบในการอนุมัติเพิ่มทุนจดทะเบียนบริษัท อีก  40,598,585.50 บาท จากเดิมบริษัทมีทุนจดทะเบียนจำนวน 780,791,954.50 บาท แบ่งออกเป็น1,561,583,909 หุ้น มูลค่าหุ้นละ 0.50 เป็นทุนจดทะเบียนจำนวน 821,390,540 บาท แบ่งออกเป็น 1,642,781,080 หุ้น มูลค่าหุ้นที่ตราไว้หุ้น ละ 0.50 บาท โดยการออกหุ้นสามัญ เพิ่มทุน จำนวน 81,197,171 หุ้น มูลค่าหุ้นที่ตราไว้หุ้น ละ 0.50 บาท

ให้ความเห็นชอบการจัดสรรหุ้น สามัญเพิ่มทุนให้แก่บุคคลในวงจำกัด (PrivatePlacement) จำนวน ทั้งหมดหมด 81,197,171 หุ้น มูลค่าหุ้นที่ตราไว้หุ้นละ 0.50 บาท ดังนี้

1)  จัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวน 56,838,020 หุ้น มูลค่าหุ้น ที่ตราไว้หุ้นละ 0.50 บาท ให้แก่ นาง จรัสพิมพ์ ลิปตพัลลภ ในราคาหุ้น ละ 12.3157 บาทรวมเป็นมูลค่าทั้งสิ้น 700,000,002.91 บาท

2)  จัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวน 12,179,576 หุ้น  มูลค่าหุ้นที่ตราไว้หุ้นละ 0.50 บาท ให้แก่ นายธงชัย บุศราพันธ์  ในราคาหุ้น ละ 12.3157 บาท รวมเป็นมูลค่าทั้งสิ้น 150,000,004.14 บาท

3)  จัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุน จำนวน 12,179,575 หุ้น  มูลค่าหุ้นที่ตราไว้หุ้นละ 0.50 บาท ให้แก่ นางนุ่น ทวีศรี ในราคาหุ้น ละ 12.3157 บาท รวมเป็นมูลค่าทั้งสิ้น 149,999,991.83 บาท

จากการเพิ่มทุนและมีผู้ถือหุ้นเข้ามาใหม่เป็นกลุ่มผู้ถือหุ้นของ บจ.พราวด์ เรสซิเดนซ์     จำนวนเงิน 1,000,000,000 ล้านบาท  คิดเป็นร้อยละ 5 ของหุ้นใน บมจ.ออริจิ้น โดยแบ่งเป็น

– นาง จรัสพิมพ์ ลิปตพัลลภ ถือหุ้นร้อยละ 3.5

– นายธงชัย บุศราพันธ์ ถือหุ้นร้อยละ 0.75

– นางนุ่น ทวีศรี ถือหุ้นร้อยละ 0.75

ดังนั้น เราจึงเรียกการผนึกกำลังในครั้งนี้ว่า การร่วมมือกันทางธุรกิจ เพื่อต่อยอดธุรกิจของทั้ง 2 บริษัท เติบโตยิ่งขึ้น

 

4.สิ่งที่ได้มาจากการผนึกกำลังกันในครั้งนี้ทางออริจิ้นและทางพราวด์ได้อะไรบ้าง

ตอบ บมจ.ออริจิ้นฯ​ จะสามารถเพิ่มขีดความสามารถในการดำเนินธุรกิจการแข่งขัน จากการขยาย เข้าสู่ตลาดคอนโดมิเนียมระดับบน ซึ่งจะช่วยสร้างการรับรู้ และความเชื่อถือของกลุ่มลูกค้าระดับบน เพิ่มขึ้น และสามารถขยายฐานลูกค้าไปยัง ลูกค้าระดับบน ลูกค้ากลุ่มนักลงทุน และลูกค้าชาวต่างชาติ ได้อย่างรวดเร็ว รวมทั้งได้สร้างสัมพันธ์กับกลุ่มพันธมิตรธุรกิจใหม่ อีกทั้งกลุ่มบริษัทฯ และบุคลากร ของกลุ่มบริษัท จะได้มีโอกาสเรียนรู้และพัฒนาโครงการระดับบนจากประสบการณ์ของผู้บริหาร และทีมงานผู้พัฒนาโครงการ ในส่วนของกลุ่มบริษัท พราวด์ เรสซิเดนซ์ ก็จะได้เพิ่มโอกาสในการขยายตัวเข้าไปสู่ตลาดแมสและตลาดในประเทศ ซึ่งจะเป็นการกระจายการลงทุนให้สอดคล้องกับทิศทางการขยายตัวทางเศรษฐกิจในอนาคต

 

5.โครงการสร้างผู้บริหารโครงการ PARK24 หลังจากมีการร่วมทุนแล้วจะเป็นอย่างไร

ตอบ ไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ สำหรับ PARK24 การบริหารงาน การดูแลลูกค้า ยังคงเป็นทีมงานเดิมของ บริษัท พราวด์ เรสซิเดนซ์ จำกัด โดยทีมงานนี้จะรับผิดชอบการดำเนินโครงการไปจนสิ้นสุดโครงการ โดยที่คุณธงชัยและทางออริจิ้น จะร่วมกันพัฒนาโครงการระดับ Hi-End ในแบรนด์ PARK ที่จะเกิดขึ้นในสุดยอด Location ใจกลาง CBD กรุงเทพมหานครซึ่งจะส่งผลทำให้ ORIGIN GROUP จะเป็นผู้นำในการพัฒนาคอนโดมิเนียมครอบคลุมทุก segment เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าทุกระดับ

 

6.ขอทราบรายละเอียดของโครงการ PARK24

ตอบ โครงการ Park 24 เป็นโครงการ คอนโดมิเนียมแนวสูง ประกอบด้วย 5 อาคาร ขนาด 29 ชั้น 2 อาคาร, 51 ชั้น 2 อาคาร และ 44 ชั้น 1 อาคาร จำนวนรวม 2,076 ยูนิต ตั้งอยู่ในซอยสุขุมวิท 24 เพียง 500 เมตรจากสถานี BTS พร้อมพงษ์และห้างสรรพสินค้า ดิ เอ็มโพเรียม มีมูลค่าโครงการประมาณ 17,000,000,000 บาท และ มีลูกค้าทำสัญญาจะซื้อ จะขายห้องชุดแล้ว (Backlog) เป็นมูลค่าประมาณ 10,500,000,000 บาท ซึ่งจะมีการรับรู้รายได้ ต่อเนื่องในช่วงปี 2017-2020

 

7.ปัจจุบันโครงการ PARK24 มีความคืบหน้าโครงการอย่างไรบ้าง

ตอบ เฟส 1 มูลค่ารวม 6,000 ล้านบาท จะเริ่มโอนในช่วงปลายปี 2017 และเฟส 2 มูลค่า 11,000 ล้านบาท ก่อสร้างแล้วเสร็จประมาณ 50% จะเริ่มโอนในช่วงปลายปี 2018

 

 

8.ปีนี้ออริจิ้นจะปรับเป้ายอดขาย หรือเป้ารับรู้รายได้เลยหรือไม่

ตอบ ยังไม่ปรับ เนื่องจากเราต้องขออนุมัติจากการประชุมผู้ถือหุ้นก่อน ซึ่งเมื่อมีการปรับตัวเลขเกี่ยวกับผลประกอบการใดๆ ของบริษัท ทางบริษัทฯ จะแจ้งกับทางตลาดหลักทรัพย์ และสื่อมวลชนอีกครั้ง

 



 

ความคิดเห็น