คลัง ยกร่างเก็บภาษีที่ดินแนวรถไฟฟ้า

“คลัง” ยกร่างกฎหมายเก็บภาษี ผู้ที่ได้รับประโยชน์จากโครงการลงทุนของรัฐ ระบุ แนวทางจัดเก็บ โดยเก็บบนฐานราคาที่เปลี่ยนแปลงเพียงครั้งเดียว เพื่อไม่ให้กระทบต่อราคาที่ดินหรือ สิ่งปลูกสร้างมากเกินไป ตั้งเป้ามีผลบังคับใช้ภายในปีนี้

 

นายสมชัย สัจจพงษ์ ปลัดกระทรวง การคลัง เปิดเผยว่า กระทรวงการคลัง เตรียมยกร่างกฎหมายเก็บภาษีจากเจ้าของที่ดิน และสิ่งปลูกสร้างที่ได้รับผลประโยชน์ จากโครงการลงทุนของรัฐ ที่สร้างแล้วเสร็จ หลังจากกฎหมายฉบับนี้มีผลบังคับใช้ โดยร่างกฎหมายดังกล่าว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้เร่งรัดให้เร่งดำเนินการ เพื่อให้เกิดความชัดเจนในปีนี้ ซึ่งขณะนี้ สำนักงานเศรษฐกิจการคลังอยู่ระหว่างการยกร่างกฎหมายดังกล่าว

 

เมื่อมีกฎหมายภาษีดังกล่าว โครงการลงทุนที่สร้างแล้ว เสร็จหลังจากกฎหมายนี้มีผลบังคับใช้ แล้วไปก่อให้เกิดประโยชน์ต่อเจ้าของที่ดินและสิ่งปลูกสร้างของ คนๆ นั้น โดยทำให้ราคาเพิ่มขึ้น เมื่อเทียบกับ ช่วงที่ยังไม่มีการลงทุนในโครงการของรัฐ เช่น โครงการรถไฟฟ้า โดยราคาส่วนที่ เพิ่มขึ้นนั้น จะถูกจัดเก็บภาษี

 

ทั้งนี้ แนวทางการจัดเก็บภาษีดังกล่าว จะจัดเก็บเพียงครั้งเดียว หรือ one shot เพื่อไม่ให้มีผลกระทบต่อราคาซื้อขาย ของที่ดินและสิ่งปลูกสร้างนั้นๆ มาก จนเกินไป โดยในกรณีที่เจ้าของที่ดิน และสิ่งปลูกสร้าง ที่ได้รับผลประโยชน์จาก โครงการของรัฐแต่ยังไม่ขายอสังหาริมทรัพย์นั้น ยังคงถือครอง หรืออยู่อาศัยในบ้าน หรืออาคารหลังนั้นต่อไป ก็ยังจะไม่มีภาระภาษีที่ต้องจ่าย แต่เมื่อมีการเปลี่ยนมือเมื่อไหร่ ก็จะถูกจัดเก็บภาษีทันที

 

ในรายละเอียดของร่างกฎหมายภาษี ดังกล่าว อยู่ในระหว่างการพิจารณา ของกระทรวง ไม่ว่าจะเป็นอัตราภาษี รัศมีของอสังหาริมทรัพย์ที่จะได้รับ ผลประโยชน์จากโครงการของรัฐ และ ข้อยกเว้นต่างๆ เป็นต้น โดยในเรื่อง อัตราภาษีที่ผู้ได้ประโยชน์จะต้องจ่าย ให้แก่รัฐนั้น จะใช้ราคาประเมินที่ดินและ สิ่งปลูกสร้างของผู้ที่ได้รับประโยชน์ มาเป็นฐานในการประเมิน ซึ่งจะต้อง เพิ่มเติมจากการจัดเก็บภาษีที่ดินและ สิ่งปลูกสร้างที่รัฐบาลกำลังพิจารณาออกกฎหมายดังกล่าว

 

ทั้งนี้ เจ้าของที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ยังต้องมีภาระที่ต้องจ่ายภาษีที่ดินและ สิ่งปลูกสร้าง เนื่องจาก เป็นกฎหมายภาษีคนละฉบับ และมีวัตถุประสงค์ที่แตกต่างกัน ในการจัดเก็บภาษี ปัจจุบันภาษีที่ดิน และสิ่งปลูกสร้าง ซึ่งผ่านคณะรัฐมนตรี แล้ว อยู่ในระหว่างการพิจารณาของ คณะกรรมการกฤษฎีกา เพื่อเสนอเข้า สภานิติบัญญัติต่อไป โครงการลงทุนของรัฐที่ผู้ได้ประโยชน์จากโครงการต้องจ่ายผลประโยชน์แก่รัฐนั้น จะได้กำหนดอย่างชัดเจน เช่น โครงการรถไฟฟ้าสายสีต่างๆ แต่จะต้องเป็นโครงการที่เกิดขึ้นใหม่เท่านั้น จะไม่นับรวมโครงการที่ได้ดำเนินการไปแล้ว สำหรับราคาประเมินที่ดินบริเวณ แนวรถไฟฟ้าที่กรมธนารักษ์ประกาศ ใช้ตั้งแต่ต้นปี 2559-2562 จำนวน 6 สายนั้น ราคาโดยรวมเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 31.47% เมื่อ เทียบกับราคาประเมินเฉลี่ยระหว่าง ปี 2555-2558 โดยราคาประเมินที่ปรับสูงสุด อยู่ในเส้นทางรถไฟฟ้าสายสีเขียว บริเวณถนนราชพฤกษ์ราคาประเมิน เพิ่ม 122.22% จาก 9 หมื่นบาทต่อตารางวา เป็น 2 แสนบาทต่อตารางวา

 

ที่มา : หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ

วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2560

 



 

ความคิดเห็น