แต่งคอนโดให้เหมือนอยู่โรงแรม สวยแบบมีระดับ เท่แบบมีสไตล์ ไม่เน้นเฟอร์ฯ แต่ฟังก์ชันครบ

 

คุณเคยไปพักโรงแรมสักแห่งแล้วรู้สึกว่า “ทำไมที่นี่ถึงสวยขนาดนี้” แค่ก้าวแรกที่เหยียบเข้ามาใน Lobby ก็ต้องร้อง “WOW!” ออกมา ยิ่งเดินไปตามโถงระเบียงเพื่อเข้าห้องพัก ยิ่งสัมผัสได้ถึงความละเอียดอ่อนของสถาปัตยกรรมและการออกแบบ พอได้เข้าไปในห้องพักยิ่งรู้สึกตกหลุมรักกับเฟอร์นิเจอร์ บรรยากาศ ความลงตัวของการตกแต่งและจัดวางทุกองค์ประกอบ สิ่งเหล่านี้เองที่ทำให้เราเกิดความประทับใจกับโรงแรมและห้องพักเหล่านั้น

 

 

 

 

แล้วคุณเคยไหมกับความรู้สึกเวลาไปพักที่ไหนแล้วอยากให้ห้องนอนหรือห้องของเราเป็นเหมือนกับห้องในโรงแรม ซึ่งการตกแต่งและออกแบบของแต่ละที่ก็จะมีสไตล์ที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งข้อดีของการแต่งห้องแบบนี้ คือห้องของเราไม่จำเป็นต้องใหญ่มาก แต่ฟังก์ชันครบมาก ทุกอย่างจะถูดจัดวางในพื้นที่จำกัด แต่กลับโล่ง สบาย สวยงาม และลงตัว

 

 

อย่างห้องที่โรงแรม เปิดประตูเข้าไปเจอชั้นวางรองเท้า มีตู้เสื้อผ้า มีห้องน้ำ อ่างล้างหน้า ห้องอาบน้ำกั้นด้วยกระจกนิรภัย อ่างอาบน้ำที่มองเห็นวิวผ่านกระจก มินิบาร์และตู้เย็นขนาดเล็กพร้อมให้บริการ สามารถรับประทานได้ทันที เตียงนอน ตู้ข้างเตียง โคมไฟ โซฟา ทีวี โต๊ะเครื่องแป้ง ระเบียง ทุกโซนจะจัดวางอย่างมีสัดส่วนในพื้นที่ที่เหมาะสม มีเท่านี้ก็ครบวงจรกิจกรรมในชีวิตประจำวันแล้ว

 

หากเรานำไอเดียนี้มาดัดแปลงให้เข้ากับห้องนอนของเรา ก็จะได้บรรยากาศ อารมณ์ และความรู้สึกแห่งการพักผ่อนอีกแบบ ราวกับยกสถานที่พักผ่อนมาไว้ในพื้นที่อยู่อาศัย เฟอร์นิเจอร์หรือของใช้ไม่จำเป็นต้องเยอะ แต่มีครบทุกอย่างก็เป็นอีกไอเดียที่น่าสนใจ สำหรับใครที่มองหาการแต่งห้องอยู่ ซึ่ง Kobkid.com มีห้องในโรงแรมมาให้ได้ดูเป็นตัวอย่างหลากหลายสไตล์ ที่สามารถนำมาปรับใช้กับห้องของเราได้จริง มาเปลี่ยนห้องนอนธรรมดาให้กลายเป็นห้องพักระดับ 5 ดาวกันเลย

 


 

The Eliza Jane Hotel in New Orleans

การแต่งห้องสไตล์คลาสสิก ผสมผสานทั้งความเก่าและใหม่ได้อย่างลงตัว มีพื้นที่พักผ่อนอย่างเตียงนอนขนาดใหญ่ มีมุมนั่งเล่นเล็กๆ ไว้มองบรรยากาศด้านนอกผ่านหน้าต่างบานสูง ตู้ไม้ให้อารมณ์เก่า แต่มีรสนิยม สามารถเก็บของในลิ้นชัก หรือใช้เป็นที่ตั้งทีวีได้ มีโต๊ะข้างเตียงทั้ง 2 ข้าง ใครที่คิดว่าพื้นที่ไม่พอสำหรับการเก็บของ พื้นที่ตรงตู้วางทีวี สามารถเปลี่ยนเป็นชั้นขนาดใหญ่ แบบ Built in หรือแบบธรรมดาก็ได้

 

พื้นที่ห้องไม่ได้ใหญ่หรือกว้างขวางมากนัก แต่สามารถจุได้ถึง 2 เตียงนอนด้วยกัน ขนาดห้องสี่เหลี่ยมตอนลึกแบบนี้ หากอยู่คนเดียว เอาออกไปหนึ่งเตียง สามารถเพิ่มพื้นที่สำหรับโซนอื่นๆ ได้อีก ไม่ว่าจะเป็นโซนห้องครัว โซนนั่งเล่น หรือโซนเก็บของ

 

ถึงแม้จะอยู่ในโรงแรมเดียวกัน ห้องแต่ละห้องก็จะมีคาแรคเตอร์ที่แตกต่างกันออกไป ถึงแม้ห้องนี้จะใช้โทนสีสุภาพ แต่มีโซฟาที่เพิ่มสีสันให้กับห้องได้ ผนังอิฐเปล่าเปลือย ให้ความรู้สึกแบบดิบๆ เท่ๆ ตู้เสื้อผ้าแบบเดิมๆ ไม่มีอีกแล้ว เพราะที่นี่ใช้ตู้เสื้อผ้าแบบเปิด มีแค่โครงเหล็กกับชั้นไม้ ก็ทำให้ดูมีสไตล์ได้แบบประหยัด แถมใช้งานได้จริงและแข็งแรงด้วย

 

 

นอกจากห้องนอนจะสร้างความประทับใจให้กับแขกที่มาพักแล้ว ห้องน้ำเองก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ใครต่อใครที่ได้มา อยากจะกลับมาพักที่นี่อีกครั้ง เช่นเดียวกับห้องน้ำห้องนี้เองที่มีรายละเอียดน่าสนใจ พื้นกระเบื้องสีดำตัดกับผนังกระเบื้องสีขาว ห้องอาบน้ำมีกระจกกั้นเป็นสัดส่วน เคาน์เตอร์ล้างหน้ามีพื้นที่วางของกว้างขวาง กระจกขนาดใหญ่ มาพร้อมไฟด้านบนที่เข้าชุดกัน สีดำ ทอง และขาวเองผสมผสานเข้ากันได้อย่างลงตัว

 

ที่มา : www.dezeen.com/eliza-jane-hotel-stonehill 

 


 

Le Barn Hotel

เป็นการตกแต่งแบบร่วมสมัย มีการใช้ไม้ทั้งในส่วนของโครงสร้างและเฟอร์นิเจอร์ เนื่องจากโรงแรมอยู่ในฟาร์ม การออกแบบห้องพักจึงให้อารมณ์และความรู้สึกเหมือนได้อยู่ในฟาร์มด้วย ส่วนใหญ่โทนสีที่ใช้จะเป็น สีขาว น้ำตาล และดำ นอกจากจะอบอุ่นแล้วยังผ่อนคลายด้วย ยิ่งมีรูปวาดติดตามผนัง ยิ่งเพิ่มความสุนทรีย์ในการเสพงานศิลปะ ซึ่งรูปแต่ละห้องไม่ซ้ำกันเลย

 

จะสังเกตเห็นว่า รูปวาดส่วนใหญ่จะเป็นรูปเกี่ยวกับม้า เพราะที่นี่มีฟาร์มม้าอยู่ด้วย ดังนั้นอุปกรณ์ตกแต่งจึงเป็นรูปม้า เป็นคาแรคเตอร์ที่สร้างภาพจำให้กับแขกผู้มาเยือนได้

 

ขอบประตูสีดำตัดกับสีของไม้ได้อย่างลงตัว มีระเบียงให้ได้ออกไปรับลมชมวิว เพื่อสัมผัสกับบรรยากาศธรรมชาติด้านนอก

 

มุมแห่งจินตนาการและความสร้างสรรค์กับพื้นที่เล็กๆ แต่เต็มไปด้วยความคิด ถ้าเป็นห้องของเราเอง อาจจะสร้างตรงนี้ให้เป็นมุมทำงานก็ได้

 

ชั้นไม้เป็นได้ทั้งโต๊ะทำงาน โต๊ะเก็บของ โต๊ะวางทีวี เฟอร์นิเจอร์เพียงชิ้นเดียว สามารถดัดแปลงให้สามารถใช้สอยได้หลากหลาย เหมาะสำหรับห้องที่มีพื้นที่จำกัด หรือใครที่ไม่ชอบเฟอร์นิเจอร์เยอะชิ้นให้รกห้อง การเลือกเฟอร์นิเจอร์แบบ Multi-Functional จะทำให้ประหยับงบและพื้นที่ได้ในเวลาเดียวกัน

 

ห้องน้ำเป็นความธรรมดาที่ใส่ใจ ด้วยการติดตั้งชั้นวางของตามผนัง หรือแม้แต่การสร้างราวไว้ตากผ้าเช็ดตัวด้านล่างอ่างล้างหน้า ผนังใช้กระเบื้องสีขาวตัดกับพื้นสีดำ ให้อารมณ์ของความคลาสสิกที่เรียบง่าย

ที่มา : www.dezeen.com/le-barn-hotel

 


 

The Olea Hotel

เป็นห้องที่ให้อารมณ์ของรีสอร์ตที่อยู่ตามชายฝั่ง มีธรรมชาติจากป่า คลื่นทะเล สายลม และหาดทราย ดังนั้นการออกแบบและตกแต่งทั้งภายนอกและภายในจึงใช้โทนสีอบอุ่น อย่างสีของทะเลทราย สีน้ำตาล มีองค์ประกอบของไม้ พืชพรรณต่างๆ และปูน ให้ผู้ที่มาพักได้อยู่ในที่ที่เชื่อมโยงและกลมกลืนกับธรรมชาติมากที่สุด

 

ห้องไม่ได้ใหญ่มาก แต่แบ่งเป็นสัดส่วนได้อย่างเรียบง่าย เตียงขนาดพอเหมาะ เข้าชุดกับโซฟาด้านข้าง ไว้นั่งเล่น นั่งชมวิวของสระว่ายน้ำขนาดใหญ่ผ่านกระจกหน้ากว้าง หรือจะเดินออกไปนอกระเบียงเพื่อสูดอากาศบริสุทธิ์ รับลม ชมพระอาทิตย์ตก จะอยู่ส่วนไหนของห้องก็สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของธรรมชาติและความอบอุ่น ทำให้เวลามาที่นี่ รู้สึกผ่อนคลายเหมือนได้มาพักผ่อนอย่างแท้จริง บอกเลยว่าหากนำไอเดียนี้ไปใช้ คุณจะได้ห้องที่ไม่น่าเบื่อ เพราะห้องแบบนี้จะไม่ตกยุค ไม่ว่าเมื่อไหร่ ฤดูไหน สมัยใด ห้องของคุณก็จะสวยงามเหนือกาลเวลา มีความเรียบง่าย คงความคลาสสิกและยังร่วมสมัยอยู่เสมอ

 

ห้องน้ำมีการแบ่งส่วนเปียกกับส่วนแห้ง ด้วยกระจก วัสดุจากไม้กลายมาเป็นเคาน์เตอร์ที่มีอ่างล้างหน้าเซรามิควางอยู่ด้านบน โทนสีของทั้งห้องถือเป็นส่วนผสมที่ลงตัว ไม่มีส่วนไหนโดดเด่นไปกว่ากัน ให้อารมณ์เวลาเราไปพักผ่อนตามที่พักแถวชายทะเลต่างๆ

ที่มา : www.dezeen.com/olea-hotel

 


 

The Paramount House Hotel

โรงแรมแห่งนี้แต่เดิมเป็นสำนักงานใหญ่ของ Paramount Pictures ที่ตั้งอยู่ใน Sydney ปัจจุบันกลายเป็น Boutique Hotel การตกแต่งภายในโรงแรม ให้อารมณ์ดิบๆ เหมือนกับอิฐและปูนที่เปลือยเปล่า ผสมผสานกับหน้าต่างกรอบไม้สีธรรมชาติ และโครงเหล็กสีดำ ที่นำมาตัดกับความอบอุ่นของโทนสีน้ำตาล ให้ห้องพักรู้สึกสบาย ผ่อนคลาย ผู้ที่มาพักสามารถเปิดเผยอารมณ์และความรู้สึกได้เหมือนกับอิฐและปูนที่ไร้ซึ่งการปกปิด

 

ห้องน้ำเน้นสีดำ เทา ขาว ตัดกับอุปกรณ์ต่างๆ ที่เป็นสีทองเหลือง มีอ่างอาบน้ำทำจากไม้เข้ามาตัดอารมณ์ความลึกลับและน่าค้นหาของห้องน้ำเอาไว้

 

ผนังที่ไร้การแต่งแต้มใดๆ กลับขับให้เฟอร์นิเจอร์ อุปกรณ์ และสุขภัณฑ์ในห้องน้ำดูโดดเด่นขึ้น

 

ส่วนของห้องนั่งเล่นตกแต่งอย่างเรียบง่าย เพิ่มสีสันให้ห้องด้วยโซฟาสีฟ้าและเหลือง

 

ห้องน้ำติดอยู่กับห้องนอน มีพื้นที่พักผ่อน นั่งเล่นนอนเล่นนอกเหนือจากเตียงนอน ติดกับห้องนอนเป็นระเบียง มีพื้นที่ให้ได้นั่งชมวิวของเมือง พื้นที่ไม่ได้กว้างขวางมาก แต่การแบ่งห้องเป็นสัดส่วน ทำให้มีพื้นที่เหลือเฟือสำหรับการใช้ชีวิต การกั้นห้องเองก็เป็นอีกปัจจัยที่จะทำให้ห้องดูเป็นระเบียบเรียบร้อย เพราะการแบ่งห้องเป็นโซนต่างๆ จะช่วยให้การใช้สอยแต่ละพื้นที่เกิดประโยชน์สูงสุดได้

 

ไม่ว่าจะไปพักที่โรงแรมไหน สิ่งสำคัญเลย คือเป็นที่ไว้สำหรับนอนหลับพักผ่อน ดังนั้นจึงเน้นความสะดวกสบาย ให้พื้นที่ใช้สอยกับเตียงนอนและห้องนอนเป็นหลัก รองลงมาคือห้องน้ำ ตู้เสื้อผ้า ที่มีฟังก์ชัน สอดรับกับห้องน้ำ ไม่ต้องมีเยอะ แต่ใส่ของได้ครบครัน ในส่วนนั่งเล่น ผ่อนคลาย อาจจะมีเป็นโซนเล็กๆ แล้วแต่ความชอบของผู้ที่อยู่อาศัย หากใครชอบทำงาน เขียนงาน แนะนำให้มีโต๊ะทำงาน ก็ไม่ได้แกะกะห้องจนเกินไป

 

ไอเดียการแต่งห้องสไตล์โรงแรมนี้เราสามารถนำมาประยุกต์ใช้กับห้องของเราได้ ไม่ว่าจะเป็นบรรยากาศ การตกแต่ง เฟอร์นิเจอร์ หรือโทนสีของห้อง จะปรับเฉพาะห้องนอน หรือทั้งคอนโดเลยก็ยังได้ หรือมีบ้านที่อยากต่อเติมห้องใหม่ แต่ไม่รู้จะออกแบบห้องแบบไหน สามารถหาไอเดียดีๆ จากบทความนี้ หรือดูไอเดียอื่นๆ เพิ่มเติมได้ที่ www.kobkid.com

 

 

 

 

 



 

ความคิดเห็น