อากาศร้อนขนาดนี้จะอยู่บนดินกันไปทำไม?!? มาสร้างเกาะลอยน้ำกับ “Oceanix City” เกาะรักษ์โลก ที่ชาวโลกต้องหลงรักกันดีกว่า

 

ในอนาคตที่อยู่อาศัยอาจจะไม่ได้อยู่แค่บนดินอีกต่อไป เมื่อนวัตกรรมและเทคโนโลยีกำลังพัฒนาให้การอาศัยอยู่ท่ามกลางมหาสมุทรมีความเป็นไปได้จริงและยั่งยืนมากยิ่งขึ้น แทนที่จะนำทราย นำดิน หรือนำขยะมาถมเป็นที่ดิน เพื่อรองรับการขยายตัวของประชากร เราหันมาสร้างบ้านลอยน้ำ เพื่อลดปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมที่เป็นภัยต่อมวลมนุษยชาติกันดีกว่า

 

 

ความน่าสนใจของหมู่เกาะลอยน้ำนี้ เป็นไอเดียของบริษัท BIG หรือ Bjarke Ingels Group ก่อตั้งโดย Bjarke Bundgaard Ingels สถาปนิกชาวเดนมาร์กที่ออกแบบ “Oceanix City” หมู่เกาะลอยน้ำรูปทรงหกเหลี่ยมจำนวน 6 เกาะที่สามารถเชื่อมต่อกันได้ มีที่อยู่อาศัยทั้งหมด 1,650 หลัง หรือจุประชากรได้ราว 10,000 คน ทุกเกาะจะมีพื้นที่ 3,000 ตารางเมตรสำหรับทำการเกษตรกรรมด้วย

 

 

หมู่เกาะลอยน้ำนี้ออกแบบมาให้มีความปลอดภัยแม้จะเจอกับเฮอริเคนที่มีความแรงระดับ 5 ก็ไม่เป็นไร เพราะแต่ละเกาะจะมีความยืดหยุ่น สามารถเคลื่อนย้ายหรือเคลื่อนตัวไปตามที่ต่างๆ ได้

 

นอกจากนี้ BIG ยังได้คำนึงถึงนโยบาย Zero-waste ดังนั้นทุกสิ่งทุกอย่างที่ใช้บนเกาะสามารถหมุนเวียนทรัพยากรต่างๆ กลับมาใช้ใหม่ได้และลดปริมาณของเสียให้เกิดน้อยที่สุด ทั้งในด้านพลังงาน มีการใช้พลังงานลมและพลังงานน้ำ มีกังหันลมและแผงโซลาร์เซลล์ รวมไปถึงการผลิตอาหาร สามารถปลูกพืชผักสวนครัวทำทานเองได้ เรียกได้ว่ายั่งยืนทั้งที่อยู่อาศัยและการใช้ชีวิต

 

 

ไฮไลต์ของการอยู่อาศัยอย่างยั่งยืนบนหมู่เกาะลอยน้ำนี้ มีอยู่ 4 อย่างด้วยกัน คือ

 

– Affordable And Clean Energy

มีการสร้างพลังงานทดแทนที่สะอาดและราคาถูก จากพลังงานแสงอาทิตย์และคลื่นทะเล การออกแบบและแนวคิดของเมืองรองรับพลังงานสะอาดเหล่านี้อยู่แล้ว ที่สำคัญคือทางผู้พัฒนาโครงการ ไม่ได้มีความต้องการให้เกาะเหล่านี้ถูกจับจองเฉพาะคนรวยเท่านั้น คนธรรมดาก็สามารถเอื้อมถึงได้เหมือนกัน ดังนั้นความจำเป็นพื้นฐานบนเกาะนี้จึงราคาไม่แพง

 

 

– Clean Water And Sanitation

เนื่องจากใช้ชีวิตท่ามกลางมหาสมุทร ด้วยความเค็มของน้ำทำให้ต้องใช้เทคโนโลยีสร้างเครื่องกลั่นน้ำจืดที่มีประสิทธิภาพ ผู้อยู่อาศัยสามารถใช้น้ำกลั่นเหล่านี้ได้ราวกับอยู่ที่บ้าน ทั้งยังมีเครื่องสร้างบรรยากาศและระบบเก็บน้ำฝน เรียกได้ว่ามีแผนการต่างๆ พร้อมรับมืออยู่ตลอดเวลา

 

 

– Zero Hunger

แต่ละเกาะจะมีพื้นที่ทำการเกษตรกรรมของตัวเองอยู่แล้ว ซึ่งเพาะปลูกด้วยวิธีธรรมชาติ 100% แน่นอนว่าจะไม่มีสารเคมีสังเคราะห์มาปนเปื้อนในพืช ผัก หรือผลไม้ของเราแน่นอน ทำให้ผู้ที่อยู่อาศัยนอกจากจะมีสุขภาพจิตดีแล้ว ยังมีสุขภาพกายที่แข็งแรงด้วย

 

 

– Responsible Consumption And Production

มีการแปรรูปเปลี่ยนของเสียให้เป็นพลังงาน เป็นวัตถุดิบทางการเกษตรกรรม อย่างปุ๋ยอินทรีย์ หรือนำไปรีไซเคิลเพื่อลดการใช้ทรัพยากร เรียกได้ว่าการใช้ชีวิตบนเกาะแห่งนี้ จะมีแต่คำว่า “พอเพียง” ใช้ชีวิตแบบธรรมดาท่ามกลางธรรมชาติ

 

 

ไม่แน่ว่าในอนาคตข้างหน้า เราจะได้เห็นผู้คนใช้ชีวิตท่ามกลางมหาสมุทรกันมากขึ้น เป็นอีกวิธีหนึ่งในการปรับตัว เพื่อเรียนรู้ที่จะอยู่กับธรรมชาติ และเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ที่สำคัญคือการอยู่อาศัยนี้จะไม่ทำลายระบบนิเวศน์ในทะเลด้วย เราจะใช้ชีวิตบนเกาะกันอย่างเรียบง่าย ธรรมดา และยั่งยืนที่สุด ขัดกับความแปรปรวนของท้องมหาสมุทรที่มีคลื่นซัดสาดรุนแรงและไม่เคยหลับใหล 

 

 

 

ที่มา : www.oceanix.org

อ้างอิง : www.dezeen.com

 



 

ความคิดเห็น