อยากแต่งห้องให้สวย ถูกใจ ใช้สะดวก ต้องเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ให้เป็น !?

ไม่ว่าเราจะมีที่อยู่อาศัยเป็นบ้าน คอนโด อพาร์ทเม้น หรืออะไรก็ตาม สิ่งสำคัญอย่างเลี่ยงไม่ได้ ที่จะทำให้พื้นที่พักพิงอยู่อาศัยของเรานั้นสามารถตอบโจทย์การใช้งาน สร้างพื้นที่ใช้สอยที่มีประโยชน์ รวมถึงเป็นสิ่งแต่งเติมให้ห้องของเราสวยงาม นั่นก็คือ “เฟอร์นิเจอร์” ซึ่งมีมากมาย หลากหลายแบบ แล้วเราจะเลือกถูกได้ยังไง? แบบไหนดีกว่ากันตรงไหน? ในวันนี้ kobkid.com เราจะพาคุณไปดู


 

 

ประเภทของเฟอร์นิเจอร์ สามารถแบ่งออกได้เป็นหลากหลายแบบ แล้วแต่วัตถุประสงค์ในการเลือกใช้งาน

แบบที่ 1 การแบ่งเฟอร์นิเจอร์ตามการใช้งาน

ได้แก่ เฟอร์นิเจอร์ใช้ภายใน และ เฟอร์นิเจอร์ใช้ภายนอก ส่วนใหญ่คงจะเหมาะกับคนที่อาศัยอยู่ที่บ้านส่วนตัว ที่มีพื้นที่ใช้สอยเยอะทั้งภายใน และภายนอก ส่วนสำคัญคือการพิจารณาด้านความทนทานให้เหมาะสมกับการใช้งานนั่นเอง

1. Indoor furniture เฟอร์นิเจอร์ภายในอาคาร

ด้วยชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าเหมาะสมสำหรับใช้ในอาคารเท่านั้น ดังนั้นเฟอร์นิเจอร์พวกนี้จะไม่สามารถนำมาตากฝน ตากแดด หรือทนแมลงต่าง ๆ ได้มาก กลับกันจะเน้นเรื่องความสวยงามเป็นหลัก

2. Outdoor furniture เฟอร์นิเจอร์ภายนอกอาคาร หรือเฟอร์นิเจอร์สนาม

เฟอร์นิเจอร์เหล่านี้ผลิตมาเพื่อใช้ภายนอกอาคาร มีความทนฝน ทนแดด ทนแมลง ทนลม คุณสามารถใช้มันภายในอาคารได้ แต่หน้าตาของมันค่อนข้างสมบุกสมบันไม่นิ่มนวลเท่าไร อาจจะเหมาะกับการแต่งห้องแบบดิบ ๆ ก็ได้

 

แบบที่ 2 แบ่งตามการติดตั้ง

1. เฟอร์นิเจอร์ลอยตัว (Movable furnigture หรือ Loose Funiture)

เป็นเฟอร์นิเจอร์ที่สามารถเคลือนย้ายได้ ปรับเปลี่ยนรูปแบบการวางได้ตามต้องการ เปลี่ยน หรือซื้อตัวใหม่มาวางก็ทำได้ง่าย หาซื้อได้ตามร้านขายเฟอร์นิเจอร์ทั่วไป มีขนาดมาตรฐานตายตัว ทำให้อาจต้องมีการวัดขนาดให้เหมาะสมกับแบบห้อง และรูปแบบมักซ้ำๆไม่ค่อยมีความเฉพาะตัว ส่วนใหญ่เฟอร์นิเจอร์ที่เหมาะจะซื้อแบบลอยตัว คือพวกโซฟา เตียง เก้าอี้ ต่างๆ

 

2. เฟอร์นิเจอร์บิ้วท์อิน (Built-in Furniture หรือ Fixed Furniture)

เป็นเฟอร์นิเจอร์ที่ได้รับการออกแบบมาสำหรับห้องนั้น ๆ โดยเฉพาะ ทำให้มีความลงตัวแน่นอนกับห้องทั้งในด้านขนาด และรูปแบบตามความต้องการ โดยเป็นเฟอร์นิเจอร์ที่ติดตายตัวไม่สามารถเคลื่อนย้ายได้ ราคาจะสูงเพราะเป็นงาน Custom และหากออกแบบไม่ดีก็ปรับเปลี่ยนได้ยาก แบ่งออกเป็น 2 แบบ ซึ่งมีข้อแตกต่างกันดังนี้

1.) บิวท์อินทีมีโครงคร่าว นิยมทำด้วยไม้เนื้อแข็งแล้วกรุไม้จริงหรือไม้อัดหนา 4-6 มิลลิเมตร นิยมใช้ในบ้านพักอาศัย เพราะแข็งแรงทนทาน ใช้งานได้นาน

2.) บิวท์อินที่ไม่มีโครงคร่าว โดยจะใช้วัสดุผื่นที่มีความหนารับน้ำหนักได้ในตัว อย่างเช่นแผ่น MDF, HDF,และแผ่นชิ้นไม้สับอัดหรือพาร์ทิเคิลบอร์ด เหมาะกับงานที่ต้องการความรวดเร็ว ราคาประหยัด แต่ทนทานน้อยกว้าโครงไม้ และควรหลีกเลี่ยงความชื้น

 

หลักการง่ายๆ ที่สามารถเอาไว้ใช้พิจารณาในการเลือกเฟอร์นิเจอร์ มีอยู่ 3 ข้อดังนี้

1.ประโยชน์ เปรียบเทียบข้อดีและข้อจำกัดของเฟอร์นิเจอร์ บิวท์อิน กับลอยตัว รวมทั้งพิจารณาว่าเราให้ความสำคัญกับเรื่องอะไรบ้าง เช่น เน้นเรื่องความเรียบร้อย การปรับพื้นที่ใช้งาน หรือการใช้พื้นที่ให้เกิดประโยช์สูงสุด ลองพิจารณาแต่ละจุดจะรู้ว่า ตรงไหนบ้างที่เราควรเลือกทำ บิวท์อิน หรือลอยตัว

2.สถานที่ พิจารณาว่าห้องนั้น ตำแหน่งนั้น เหมาะที่จะทำบิวท์อินหรือไม่ เช่น ห้องเด็กเล็กที่อาจมีการแปลี่ยนแปลงในอนาคตก็ควรที่จะใช้เฟอร์นิเจอร์แบบลอยตัวไปก่อน อีกอย่างคือพื้นที่นั้นอยู่ภายนอก หรือภายใน ก็ต้องเลือกให้เหมาะสม

3.งบประมาณ สุดท้ายคือ พิจารณางบประมาณที่ต้องใช้กัน ไม่ว่าจะทำเฟอร์นิเจอร์แบบบิวท์อิน หรือลอยตัว นั้นก็ต้องขึ้นอยู่กับพื้นที่ในการใช้งานภายในบ้านและงบประมาณที่เราจะต้องใช้ เพราะแต่ละแบบก็มีงบประมาณไม่เท่ากัน

ถ้าทุกข้อมีคำตอบชัดเจนแล้วก็เตรียมติดต่อช่าง หรือนักออกแบบมาช่วยปรับจูนความต้องการของเราให้เป็นจริงตามต้องการได้เลย

 

ขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก : www.baanlaesuan.com , Pinterest



 

ความคิดเห็น