ทัศนคติการเลือก “บ้านมือสอง” ของคนไทย

หากพูดถึงสินค้ามือสอง อาจไม่ได้รับความสนใจมากเท่าไหร่ในประเทศไทย เพราะสินค้ามือสองถือว่าเป็นสินค้าเก่าที่เคยผ่านการใช้งานมาแล้ว “บ้านมือสอง” ก็เช่นกัน ทำให้บ้านมือสองยังไม่เป็นเป้าหมายหลักของผู้ที่กำลังหาที่อาศัย โดยอาจเป็นเพราะคนไทยส่วนใหญ่มักจะชอบเลือกสิ่งของใหม่ๆให้กับตัวเอง รวมไปถึงที่อยู่อาศัยด้วยเช่นกัน

แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังคงมีผู้คนที่ยังคงต้องการซื้อบ้านมือสองอยู่ ไม่ว่าจะเป็นเพราะต้องการทำเลที่อยู่ใกล้ใจกลางเมือง ย่านธุรกิจการค้า หรืออาจเป็นทำเลที่ตรงตามความต้องการของผู้อยู่อาศัย รวมไปถึงงบประมาณทางการเงินที่มีจำกัดของผู้ซื้อ ผู้ที่ต้องการซื้อบ้านมือสองต่างมองว่าบ้านมือสองนั้นมีราคาที่ถูกกว่าบ้านที่สร้างเสร็จใหม่ ทำให้ธุรกิจบ้านมือสองยังคงเป็นที่ต้องการของกลุ่มคนบางส่วน โดยส่วนใหญ่ต้องการซื้อบ้านที่มีอายุการใช้งานประมาณ 3-5 ปี โดยรูปแบบบ้านที่ต้องการมากที่สุดเป็นบ้านเดี่ยว และทาวน์เฮาส์ 

 

จากการสำรวจของศูนย์วิจัยกสิกรไทย พบว่าปัจจัยสำคัญในพิจารณาการเลือกซื้อบ้านมือสองคือสภาพของตัวบ้านหรืออาคาร โดยคิดเป็น 22.5% ซึ่งสภาพของตัวบ้านหรืออาคารนั้นเป็นปัจจัยสำคัญในการเลือกซื้อบ้าน ไม่ว่าจะเป็นวัสดุ หรือระบบโครงสร้างต่างๆ เพราะอาจเกิดปัญหาตามมาในภายหลัง ง่ายๆก็คือถึงแม้บ้านมือสองอยู่ในทำเลที่ดีมากแค่ไหน แต่ถ้าหากสภาพบ้านไม่ผ่านก็ไม่เอาแน่นอน ทั้งยังส่งผลให้คนมีทัศนคติไม่ดีต่อการซื้อบ้านมือสองไปด้วย 

ดังนั้นหากใครที่กำลังตัดสินใจซื้อบ้านมือสอง ควรตรวจสอบบ้านมือสองที่ต้องการให้ดี เพื่อที่จะได้ไม่ต้องมาน้ำตาตกในภายหลังในการซื้อบ้านมือสองโดยประเด็นแรกที่ควรตรวจสอบมีดังนี้ ตรวจสอบทำเลที่ต้องการ ซึ่งควรมองหาทำเลที่ดีตลอดจนอนาคตระยะยาว ที่คาดจะมีการพัฒนาเรื่อยๆ เพื่อรองรับการขยายตัวของทำเล รวมไปถึงสิ่งอำนวยความสะดวกด้วยเช่นกัน

 

ประเด็นที่สองคือตรวจสอบข้อมูลและความถูกต้องของทำเล กล่าวคือก่อนที่จะตัดสินใจซื้อบ้านมือสองในทำเลที่ต้องการ ควรตรวจสอบว่าบ้านมือสองหลังนั้นในอนาคตนั้นตั้งอยู่ในทำเลจะมีการเวนคืนหรือไม่  และเพื่อป้องกันความยุ่งยากในอนาคตควรตรวจสอบเรื่องความถูกต้องของการก่อสร้างบ้านด้วย  อีกทั้งควรตรวจสอบเรื่องค่าสาธารณูปโภคต่างๆ เพื่อป้องกันปัญหาการปรับและจ่ายย้อนหลัง

ต่อด้วยประเด็นที่สาม คือ ตรวจสอบสภาพบ้าน ซึ่งถือว่าเป็นประเด็นที่สำคัญมาก เพราะเป็นปัจจัยหลักในการตัดสินใจเลือกซื้อบ้าน โดยการตรวจสอบโครงสร้างหลักของบ้านมือสองที่ต้องการ ได้แก่ โครงสร้างเสาและคานรับน้ำหนัก ซึ่งเป็นเหมือนเสาหลักที่ค้ำจุนบ้าน

 

ประเด็นสุดท้ายที่ควรตรวจสอบนั่นก็คือ ตรวจสอบและเปรียบเทียบราคาก่อนตัดสินใจ เพื่อต่อรองหาราคาที่เหมาะสมกับเจ้าของบ้านเดิม และเพื่อเริ่มติดต่อขอสินเชื่อกับธนาคาร ซึ่งจะมีเจ้าหน้าที่ธนาคารเข้ามาประเมินราคาอีกครั้ง เพื่อให้แน่ใจว่าเป็นราคาขายที่เหมาะสมหรือไม่

ทั้งนี้พฤติกรรมการใช้ชีวิตของคนไทยก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญต่อการเลือกซื้อบ้านมือสองเช่นกัน ด้วยความแตกต่างจากประเทศที่มีอัตราการซื้อขายที่อยู่อาศัยบ้านมือสองที่สูง เช่น สหรัฐอเมริกา อังกฤษ หรือ ออสเตรเลีย เป็นต้น เนื่องจากประเทศเหล่านี้มีการวางผังและจัดระเบียบได้ดีกว่าเมืองไทยทำให้การขยายโครงการที่อยู่อาศัยใหม่ๆในบางทำเลเป็นไปได้ยากเพราะถูกบังคับด้วยกฎหมายต่างๆ ศูนย์กลางธุรกิจ เศรษฐกิจที่สำคัญๆยังกระจายตัวไปตามเมืองต่างๆ ทำให้เกิดการย้ายถิ่นฐานการทำงานและเป็นผลให้ต้องย้ายที่อยู่อาศัยตามไปด้วย

แต่สำหรับประเทศไทยนั้น แหล่งเศรษฐกิจส่วนใหญ่ยังคงกระจุกตัวอยู่ในเฉพาะกรุงเทพฯและปริมณฑลเท่านั้น ผู้มีบ้านส่วนใหญ่จึงมีการเคลื่อนย้ายถิ่นฐานเปลี่ยนที่อยู่อาศัยไม่มากนัก จึงทำให้การซื้อบ้านมือสองยังไม่เป็นที่นิยมในไทย อีกทั้งยังมีโครงการใหม่ๆเกิดขึ้นมากมาย ที่มาพร้อมโปรโมชั่นที่น่าดึงดูดมากกว่าการซื้อบ้านมือสอง

 

 

ที่มา : ศูนย์วิจัยกสิกรไทย



 

ความคิดเห็น