• 29/03/13

    เวบไซต์ kobkid.com พัฒนาระบบค้นหาคอนโดใหม่

    เวบไซต์ kobkid.com ได้พัฒนาระบบค้นหาคอนโดใหม่ โดยปรับปรุงให้ใช้งานได้ง่ายและเร็วยิ่งขึ้น

    มีฟังก์ชัน ค้นหาคอนโดตามรายชื่อ,ค้นหาคอนโดตามทำเล,ค้นหาคอนโดใกล้รถไฟฟ้า โดยเพิ่มสถานีและเส้นทางรถไฟฟ้าใหม่ รองรับ deviceต่างๆ บนมือถือและแท็บเล็ต อย่าง ios ,android os เพื่อการใช้งานได้อย่างสะดวกและมีประสิทธิภาพ แก่เพื่อนๆสมาชิกทุกท่านค่ะ

  • 21/02/13

    อยู่คอนโดอยากได้วิธีลดเสียงรบกวนจากห้องข้างเคียง

    สำหรับผู้ที่อาศัยในคอนโด กรณีที่ห้องข้างเคียงเปิดทีวี หรือคุยกันเสียงดัง จนทำให้เกิดความรำคาญ มีวัสดุประเภทหนึ่งที่เป็นฉนวนป้องกันเสียง ที่จะใช้ในการป้องกันเสียง เข้า-ออก ได้โดยตรง ตัวอย่างวัสดุกันเสียง Cyclean ตราช้าง รุ่น Zoundblock ติดตั้งในโครงผนังเบา (อาจต้องยอมเสียพื้นที่ผนังด้านนั้นๆ เข้ามาสัก 7-10 ซม.) ซึ่งตัวนี้ เมื่อติดตั้งทั้งระบบทับบนผนังเดิมแล้ว จะป้องกันเสียงได้มากถึง 65db ซึ่งเพียงพอต่อเสียงพูดคุย หรือเสียงทีวี ที่อยู่ประมาณ 50-60db การติดตั้งจะได้ประโยชน์เมื่อมั่นใจว่า เสียงลอดมาจากผนังฝั่งนั้นจริงๆ เพราะถ้าเสียงลอดมาจากทางอื่น เช่นช่องงานระบบหรือ เสียงสะท้อนจากฝ้าเพดาน การป้องกันเสียงอาจไม่ได้ผลเต็มร้อย ตัวอย่างการติดตั้งแผ่นกันเสียงที่นี่ครับ http://www.topinsulation.com/cylence2.htm

  • 31/01/13

    สำรวจผลตอบแทนค่าเช่าคอนโด ในปีที่ผ่านมา

    แผนกวิจัย ซีบี ริชาร์ด เอลลิส ได้ทำการสำรวจระดับผลตอบแทนจากการปล่อยเช่าคอนโดมิเนียมในย่านที่เป็นที่นิยมของชาวต่างชาติที่เข้ามาทำงานในกรุงเทพมหานคร ซึ่งได้แก่ ย่านสุขุมวิท สาทร และลุมพินี การสำรวจในครั้งนี้พิจารณาจากธุรกรรมการเช่าทั้งสิ้น 230 รายการจากโครงการคอนโดมิเนียมทั้งหมด 70 แห่งในปี 2555

    โดยอัตราผลตอบแทนจากการปล่อยเช่าโดยเฉลี่ยตลอดทั้งปี 2555 ในคอนโดมิเนียมอยู่ที่ระดับ 5.16% ผลตอบแทนเบื้องต้นพิจารณาจากค่าเช่าทั้งหมดที่ได้รับในระยะเวลา 1 ปี หารด้วยราคาตลาดของคอนโดมิเนียมนั้น ๆ ซึ่งต้องรวมค่าตกแต่งและค่าเฟอร์นิเจอร์เข้าไว้ด้วย

    คอนโดมิเนียมขนาด 1 ห้องนอนมีอัตราผลตอบแทนจากการเช่าเฉลี่ยที่ระดับ 6.22% ขนาด 2 ห้องนอนอยู่ที่ระดับ 5.05% และขนาด 3 ห้องนอนอยู่ที่ระดับ 4.43% ทั้งนี้จากข้อมูลด้านการทำธุรกรรมเช่าคอนโดมิเนียมโดยแผนกให้เช่าที่พักอาศัยของซีบี ริชาร์ด เอลลิส ในปีที่ผ่านมา พบว่า มีการปล่อยเช่าคอนโดมิเนียมขนาด 2 ห้องนอนจำนวน 113 รายการ ตามมาด้วยขนาด 1 ห้องนอนจำนวน 56 รายการ และขนาด 3 ห้องนอนจำนวน 52 รายการ จากตัวเลขดังกล่าวแสดงให้เห็นว่า ชาวต่างชาตินิยมเช่าคอนโดมิเนียมที่มีขนาด 2 ห้องนอนมากที่สุด

    นอกจากนี้ยังเป็นที่น่าสนใจว่า อายุของอาคารไม่ได้มีผลกระทบต่อระดับผลตอบแทนมากนัก เพราะแม้ว่าค่าเช่าของอาคารเก่าอยู่ในระดับที่ต่ำกว่าอาคารใหม่เล็กน้อย แต่ต้นทุนหรือราคาคอนโดมิเนียมในขณะที่ซื้อ พบว่าในหลายกรณีอยู่ในระดับที่ต่ำกว่าคอนโดมิเนียมรุ่นใหม่ ๆ ถึง 30% - 40% ทว่าจำนวนธุรกรรมในการปล่อยเช่าในโครงการที่การก่อสร้างเพิ่งแล้วเสร็จจะมีจำนวนมากกว่า อาทิ โครงการมิลเลนเนียม เรสซิเดนซ์ ในซอยสุขุมวิท 20 บริเวณซอย 1 - 63 (เอกมัย) พบว่า ยังคงเป็นบริเวณที่ได้รับความนิยมมากที่สุด

    ข้อมูลจาก แผนกวิจัย ซีบี ริชาร์ด เอลลิส

  • 23/01/13

    ทิศทางตลาดที่อยู่อาศัย 2556

    การเปิดตัวโครงการใหม่ในปี 2555 คึกคักว่าในปี 2554 เป็นอย่างมาก นอกจากนี้หน่วยขายได้ในปี 2555 ยังมีมากกว่าหน่วยที่เปิดใหม่เสียอีก สำหรับคอนโดสถานการณ์ยังไม่น่าเป็นห่วง

    จากการสำรวจของ ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บจก. เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส ณ สิ้นปี 2555 พบว่ามีโครงการอสังหาริมทรัพย์ที่เปิดใหม่ทั้งหมด 419 โครงการ ประกอบด้วยจำนวนหน่วยขายทั้งหมด 103,481 หน่วย แยกเป็นโครงการที่อยู่อาศัยประมาณ 99% แต่หากตามมูลค่าโครงการที่อยู่อาศัยจะมีสัดส่วนประมาณ 98%

    ในจำนวนหน่วยทั้งหมดที่เสนอขายนี้เป็นห้องชุดถึง 60% หรือ 62,548 หน่วย รองลงมาคือทาวน์เฮ้าส์ 22,503 หน่วย หรือประมาณ 22% อันดับที่ 3 ได้แก่บ้านเดี่ยวจำนวน 12,720 หน่วย โดยมีสัดส่วน 12% นอกจากนั้นเป็นบ้านแฝดและอาคารพาณิชย์เพียงประมาณอย่างละ 2% เท่านั้น

    ในกรณีห้องชุดพบว่าระดับราคา 1-2 ล้านบาทมีมากที่สุดถึง 33,827 หน่วยหรือประมาณ 54% ของห้องชุดทั้งหมด และหากเทียบกับที่อยู่อาศัยทั้งหมดที่เปิดตัวก็เป็นประมาณ 1ใน 3 ของที่อยู่อาศัยทั้งหมด ห้องชุดที่เปิดในอันดับรองลงมา ห้องชุดราคา 2-3 ล้านบาท ซึ่งมีประมาณ 12124 หน่วย ถัดจากนั้นเป็นห้องชุดราคา 3-5 ล้านบาท จำนวน 7,719 หน่วย จะสังเกตได้ว่าห้องชุดราคาแพงระหว่าง 10-20 ล้านบาทมีเปิดตัวใหม่เพียง 633 หน่วย ยิ่งห้องชุดที่มีราคาตั้งแต่ 20 ล้านบาทขึ้นไป มีเปิดใหม่เพียง 58 หน่วยเท่านั้น แสดงให้เห็นว่าตลาดมีความต้องการห้องชุดราคาปานกลางค่อนข้างถูกเพื่อการอยู่อาศัยและการลงทุนเก็งกำไร

    สำหรับทาวน์เฮ้าส์ที่เปิดตัวในปี 2555 กลุ่มใหญ่ที่สุดเป็นระดับราคา 1-2 ล้านบาทเช่นกัน จำนวน 10,638 หน่วย อันดับสองคือระดับราคา 3-5 ล้านบาท จำนวน 5,671 หน่วย ส่วนอันดับสาม คือทาวน์เฮ้าส์ราคา 2-3 ล้านบาท จำนวน 3,766 หน่วย สำหรับกรณีบ้านเดี่ยวกลุ่มใหญ่ที่สุดเปิดขายในราคา 5-10 ล้านบาท จำนวน 4,651 หน่วย รองลงมาคือระดับราคา 3-5 ล้านบาท จำนวน 4,539 หน่วย

    มูลค่าอสังหาริมทรัพย์ที่เปิดใหม่ทั้งหมดปี พ.ศ.2555 มีจำนวน 304,629 ล้านบาท ทั้งนี้ประมาณ 48% หรือ 146,221 ล้านบาท เป็นห้องชุด และที่เป็นบ้านเดี่ยวมี 80,208 ล้าน หรือ 26% ของทั้งหมด และอันดับสามคือทาวน์เฮ้าส์ จำนวน 56,092 ล้านบาท หรือประมาณ 18% ของทั้งหมด อาจกล่าวได้ว่าการเปิดตัวโครงการในปี 2555 นี้มีเป็นจำนวนมาก ซึ่งคงเป็นผลจากการฟื้นตัวหลังน้ำท่วมในปลายปี พ.ศ.2554

    สำหรับราคาเฉลี่ยของบ้านประเภทต่าง ๆ ในปี 2555 เฉลี่ยโดยรวมเป็นเงินหน่วยละ 2.937 ล้านบาท สำหรับบ้านเดี่ยวเฉลี่ยหน่วยละ 6.306 ล้านบาท บ้านแฝดหน่วยละ 3.110 ล้านบาท ทาวน์เฮ้าส์หน่วยละ 2.493 ล้านบาท อาคารพาณิชย์หน่วยละ 5.215 ล้านบาท ห้องชุดหน่วยละ 2.338 ล้านบาท

    อาจกล่าวได้ว่าในปีพ.ศ.2555 มีที่อยู่อาศัยที่สามารถขายได้ทั้งหมด 107,412 หน่วย ซึ่งมากกว่าจำนวนหน่วยที่เปิด ณ ปีพ.ศ.2555 ที่จำนวน 102,080 หน่วย แสดงให้เห็นว่าภาวการณ์ขายค่อนข้างดี อย่างไรก็ตามหน่วยที่ขายได้ในปีพ.ศ.2555 นั้นไม่ใช่เฉพาะหน่วยที่เปิดใหม่ในปีพ.ศ.2555 แต่หมายถึงหน่วยที่เปิดตัวมาก่อนหน้านี้ด้วย

    ณ สิ้นปี พ.ศ.2555 ยังมีหน่วยขายเหลืออยู่ 128,934 หน่วย แยกเป็นห้องชุด 32% หรือ 40853 หน่วย รองลงมาเป็นบ้านเดี่ยวประมาณ 30% จำนวน 38778 หน่วย และทาวน์เฮ้าส์ 38617 หน่วย หรือ 30 % เช่นกัน นอกจากนั้นยังมีบ้านแฝดที่ยังเหลือขาย 7937 หน่วย

    จำนวนหน่วยขายที่ยังเหลือขายทั้งหมดคาดว่าจะขายหมดภายในเวลา 12 เดือน อย่างไรก็ตามในกรณีห้องชุดคาดว่าจะขายหมดภายในเวลา 7 เดือน สำหรับกรณีทาวน์เฮ้าส์จะใช้เสลา 21 เดือน ส่วนบ้านเดี่ยวและบ้านแฝดจะใช้เวลา 35 เดือนเท่ากัน ดังนั้นถึงแม้ว่าห้องชุดจะมีเหลือขายอยู่เป็นจำนวนมาก แต่ก็ไม่ต้องเป็นห่วงเพราะจะขายหมดได้ในเวลาอันรวดเร็วมาก

    โดยสรุปแล้วการเปิดตัวโครงการที่อยู่อาศัยในปี 2555 เพิ่มสูงกว่าปี 2554 ถึง 17% ในแง่มูลค่า และ 19% ในแง่จำนวนหน่วย การขายในปี 2555 ก็มีสูงถึง 107,412 หน่วย และยังมีหน่วยรอขายอยู่ 128,934 หน่วย ซึ่งคาดว่าจะขายหมดในเวลา 12 เดือน โดยเฉพาะห้องชุดที่เหลืออยู่ 408,53 หน่วย จะขายหมดในเวลา 7 เดือนเท่านั้น

    ที่มา เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส — 22 มกราคม 2556

  • 03/01/13

    สรุปตลาดคอนโดในเขตกรุงเทพฯ-ปริมณฑล ในปี2555 ที่ผ่านมา

    สรุปข้อมูลตลาดคอนโด ในเขตกรุงเทพฯ-ปริมณฑล ในปี2555 ที่ผ่านมา โดยศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ธนาคารอาคารสงเคราะห์ พบว่า มีคอนโดมิเนียมเปิดขายใหม่ในเขตกรุงเทพฯ-ปริมณฑล จำนวน 6.2 หมื่นหน่วยจากประมาณ 163 โครงการ

    โดยผู้ประกอบการที่เปิดขายหน่วยในโครงการคอนโดมิเนียมใหม่มากที่สุดในปี 2555 ได้แก่ แอล.พี.เอ็น. แสนสิริ พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค ศุภาลัยและเอเชี่ยน พร็อพเพอร์ตี้

    สำหรับพื้นที่ในกรุงเทพฯ-ปริมณฑล ที่มีหน่วยคอนโดมิเนียมเปิดขายใหม่มากที่สุดในปี 2555 คือจ.นนทบุรี ประมาณ 1.07 หมื่นหน่วยเขตห้วยขวาง-จตุจักร-ดินแดง รวมกันประมาณ 1 หมื่นหน่วยสุขุมวิทตอนปลาย ประมาณ 5,700 หน่วย ทั้งนี้เมื่อบวกกับจำนวนห้องชุดที่เปิดขายใหม่ จ.สมุทรปราการ อีก 5,900 หน่วย จะพบว่าเขตรอยต่อระหว่างสุขุมวิทตอนปลายถึงสมุทรปราการมีจำนวนหน่วยห้องชุดคอนโดมิเนียมเปิดขายใหม่มากถึง1.16 หมื่นหน่วย

    ทั้งนี้ ห้องชุดเปิดใหม่จำนวนมากใน จ.นนทบุรีจะอยู่ตามแนวรถไฟฟ้าสายสีม่วง ส่วนการเปิดห้องชุดในโซนสุขุมวิทตอนปลายและสมุทรปราการ เป็นผลมาจากส่วนต่อขยายรถไฟฟ้าอ่อนนุช-แบริ่งสมุทรปราการ ส่วนโซนห้วยขวาง-จตุจักร-ดินแดงเป็นเขตที่อยู่ใกล้แนวรถไฟฟ้าใต้ดิน เพื่อเป็นการตอบสนองผู้ที่ไม่ต้องการอยู่บ้านจัดสรรในโซนน้ำท่วมใหญ่และรองรับผู้ซื้อที่ต้องการห้องชุดราคาถูกกว่าในย่านธุรกิจการค้าชั้นในและชั้นกลางของกรุงเทพฯ

    ในด้านราคาที่อยู่อาศัย ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ได้จัดทำดัชนีราคาที่อยู่อาศัยแยกประเภทเทียบครึ่งหลังปี 2555 กับครึ่งหลังปี 2554 พบว่าดัชนีราคาห้องชุดคอนโดมิเนียมปรับเพิ่มขึ้น 5.69%ในขณะที่ดัชนีราคาบ้านเดี่ยวปรับเพิ่มขึ้น 3.80%

    ที่มา ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์

  • 01/01/13

    สวัสดีปีใหม่ 2556 เพื่อนๆชาว Kobkid ทุกท่าน

    สวัสดีปีใหม่ 2556 ในวาระดิถีขึ้นปีใหม่นี้ ขออวยพรให้ เพื่อนๆชาว Kobkid ทุกท่าน มีความสุข ประสบความสำเร็จ สมหวัง และมีสุขภาพร่างกายแข็งแรง นะคะ

  • 25/12/12

    ผลสำรวจตลาดคอนโดปี55 คอนโดริมแม่น้ำเจ้าพระยา เปิดตัว 1.9หมื่นหน่วย

    ผลสำรวจคอนโดมิเนียมริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ปี 55 พบว่า มีจำนวนยูนิตเปิดขาย หรืออุปทานสะสมเพิ่มขึ้นถึง 19,807 ยูนิตจนถึงช่วงไตรมาส3/2555 โดยเพิ่มขึ้นจากช่วงสิ้นปีที่แล้ว 18.7% โดยเป็นคอนโดมิเนียมสร้างใหม่ในระยะไตรมาสที่สามของปี 2555 ประมาณ 3,117 ยูนิต

    โดยทำเลถนนพระราม3 ครองอันดับหนึ่ง เป็นพื้นที่ที่มีคอนโดมิเนียมสร้างใหม่มากที่สุด ด้วยจำนวน 1,388 ยูนิตหรือคิดเป็น 45% ตามด้วยทำเลย่านกรุงธนบุรีและถนนนราธิวาสราชนครินทร์ที่กินส่วนแบ่ง 23% และ 20% ตามลำดับ

    กลุ่มผู้ซื้อคอนโดริมแม่น้ำเจ้าพระยา ส่วนมากเป็นลูกค้าคนไทยที่ซื้อเพื่ออยู่อาศัยหรือลงทุนต่อ และมีกลุ่มลูกค้าต่างชาติเช่น สิงคโปร์ ฮ่องกง และจีนแผ่นดินใหญ่ เป้นบางส่วน

    ขณะที่ความต้องการซื้อ หรืออุปสงค์ของคอนโดมิเนียม มีอัตราอยู่ที่ 2,404 ยูนิตในช่วงไตรมาสที่3 ของปีนี้ เพิ่มขึ้นถึง 1,633 ยูนิตจากตัวเลข 771 ยูนิตเมื่อสิ้นปี 2554 ที่ผ่านมา อุปสงค์หลักในช่วงเวลานี้ ได้แก่ คอนโดมิเนียมที่ตั้งอยู่บนถนนพระราม 3 ซึ่งมียอดขายไปแล้ว 1,085 ยูนิต โดยส่วนใหญ่เป็นโครงการที่เพิ่งเปิดตัวได้ไม่นาน อาทิ ศุภาลัย พริมา ริวา และดี คอนโด สาธุประดิษฐ์ 49 สำหรับทำเลอื่นๆ ที่มีอุปสงค์สูงในช่วงเวลาเดียวกันคือย่านกรุงธนบุรี ซึ่งมีตัวเลขการซื้อขายไปแล้ว 605 ยูนิตจากทั้งหมด 1,633 ยูนิตในตลาด

    ภาพรวมอัตราอุปสงค์ของโครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยแบบคอนโดมิเนียมย่านริมฝั่งแม่น้ำ ในระยะไตรมาส 3 ของปี 2555 พบว่าอยู่ที่ 45% เพิ่มขึ้นสูงจากตัวเลข 22% ในช่วงสิ้นปี 2554 ที่ผ่านมา โดยอัตราอุปสงค์ในทำเลย่านสาทร-สีลมมีอัตราสูงสุดคือ 91% ตามด้วยย่านกรุงธนบุรี 83%

    นอกจากนี้ ยังมีโครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยแบบคอนโดมิเนียมในย่านสาทร-สีลม อีกจำนวนไม่น้อย เนื่องจากเป็นทำเลทองทางธุรกิจและสามารถเดินทางเชื่อมต่อกับสุขุมวิท พระราม 3 และริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาได้ อีกทั้งมีการวางแผนโครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยแบบคอนโดมิเนียมย่านกรุงธนบุรีเป็นจำนวนมาก โดยได้รับอานิสงส์จากการพัฒนาส่วนต่อขยายรถไฟฟ้าข้ามแม่น้ำ ซึ่งทำให้เกิดการสัญจรไปมาจากธนบุรีไปยังเขตกรุงเทพฯ ชั้นในได้อย่างสะดวกยิ่งขึ้น

    โดยราคาขายเฉลี่ยของคอนโดมิเนียมริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ในช่วงไตรมาสที่สามของปี 2555 อยู่ที่ตารางเมตรละ 102,730 บาท ส่วนคอนโดมิเนียมย่านสาทร-สีลมมีราคาขายเฉลี่ยสูงสุดคือ 117,224 บาทต่อตารางเมตร ขณะที่ย่านถนนราธิวาสราชนครินทร์รั้งอันดับสอง ด้วยราคาขายเฉลี่ย 115,813 บาทต่อตารางเมตร

    ส่วนการคาดการณ์ราคาขายคอนโดมิเนียม ทำเลริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา มีแนวโน้มราคาปรับสูงขึ้น เนื่องจากการขาดแคลนที่ดินสำหรับการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยใหม่ ราคาขายคอนโดมิเนียมในเขตใจกลางเมือง ก็มีแนวโน้มเพิ่งสูงขึ้นเช่นกันจากข้อจำกัดเรื่องที่ดิน ประกอบกับบริษัทผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ เริ่มให้ความสำคัญกับมาตรฐานการก่อสร้างด้วยการเลือกใช้วัสดุที่มีคุณภาพ

    ข้อมูลจาก ฝ่ายวิจัยและประเมินมูลค่าทรัพย์สิน บริษัท ไนท์แฟรงค์ ชาร์เตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด

  • 07/12/12

    ข้อดี-ข้อเสีย พื้นไม้ลามิเนต วัสดุปูพื้นยอดนิยมในคอนโด

    พื้นไม้ลามิเนต เป็นวัสุปูพื้นโดยการนำไม้อัดที่ทำเป็นแผ่นโดยวิธีทางวิทยาศาสตร์ ซึ่งดูจะได้ไม้ที่ดูคล้ายไม้ธรรมชาติแต่มีความแข็งแรงและยืดหดตัวน้อยกว่าไม้จริงหลายเท่า (HDF หรือ High Density Fiber) มาปิดตกแต่งด้วยลายไม้(Decorative Layer)แล้วเคลือบเรซิ่นกันรวยขีดข่วนชั้นบนสุด

    โดยข้อดี-ข้อเสียของพื้นไม้ลามิเนต มีดังนี้

    ข้อดี
    1.ติดตั้งง่ายและรวดเร็ว
    2.พื้นผิวทนทานต่อการเกิดรอยต่างๆ
    3.สวยเสมอกันทุกแผ่น ถ้าเป็นไม้จริงอาจมีบางแผ่นไม่สวยเนื่องจากเป็นวัสดุธรรมชาติ
    4.ทำความสะอาดง่าย ด้วยการกวาดหรือใช้เครื่องดูดฝุ่น หรือผ้าชุบน้ำหมาดๆ
    5.ราคาถูกกว่าพื้นไม้จริง

    ข้อเสีย
    1.ไม่เหมาะสำหรับห้องที่มีความชื้นสูง เช่นห้องน้ำ ห้องครัว ระเบียงภายนอก รวมทั้งการถูพื้นแบบเปียก
    2.อายุการใช้งานราว 10-15 ปี สั้นกว่าไม้จริง
    3.ไม่ให้ความรู้สึกเหมือนไม้เวลาเดินเหยียบสัมผัส

    การดูแลรักษาพื้นควรทำให้ถูกวิธี พื้นจะได้อยู่กับเราไปนานๆนะค่ะ

  • 30/11/12

    คอนโดแถบชานเมืองรถไฟฟ้าสีม่วงช่วงติวานนท์ในความเห็นคิดว่าโซนนี้เป็นอย่างไร

    ในโซนสถานีรถไฟฟ้าสายสีม่วงช่วงแยกติวานนท์ ทำเลนี้มีการเดินทางสะดวก สามารถเดินทางไปยังศูนย์ราชการนนทบุรีได้ไม่ไกล เชื่อมกับถนนงามวงศ์วานและถนนรัตนาธิเบศร์ โดยในอนาคตจะมีโครงการคอนโด รวมทั้งบ้านจัดสรร ในเส้นทางรถไฟฟ้าสายสีม่วงตามขึ้นมาอีกเป็นจำนวนมาก และจะมีห้างสรรพสินค้าหรือคอมมูนิตี้มอลล์ตามมา เพื่อรองรับจำนวนผู้อยู่อาศัยที่เพิ่มขึ้น ซึ่งรถไฟฟ้าสายสีม่วงจะเริ่มวิ่งประมาณปี58 โดยทำเลนี้ค่อนข้างน่าสนใจ หากจะเลือกที่พักในโซนรถไฟฟ้าสายสีม่วง เพราะโซนนี้อยู่ไม่ห่างจากจุดเชื่อมต่อไปยังรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินตรงบางซื่อมากนัก และเดินทางไปยังศูนย์ราชการหรือเดินทางด้วยรถยนต์ก็สะดวก ที่สามารถเชื่อมไปถนนหลักได้หลากหลายเส้นทาง