image

จุฬาฯขายคอนโดฯจามจุรีเรสซิเดนซ์
condonews
โพส: 11
ทรัพย์สินจุฬาฯ เปิดขายคอนโดฯ จามจุรีเรสซิเดนซ์ 20 ห้องยูนิตละ 2 ล้าน หวังประเดิมยอดขาย 300 ล้าน หลังชะลอเปิดตัว ขณะที่ 2 โปรเจ็กต์บริเวณหมอน 41-42 มูลค่ากว่า 2,500 ล้าน เตรียมสร้างปลายปีนี้ ทั้งที่พักอาศัย อาคารพาณิชย์ และศูนย์อาหาร
รศ.น.อ.น.พ.เพิ่มยศ โกศลพันธุ์ รองอธิการบดี กำกับดูแลสำนักงานจัดการทรัพย์สิน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า หลังจากที่ได้ชะลอการเปิดขายโครงการจามจุรีเรสซิเดนซ์ แอด สามย่าน-จุฬาฯ ซึ่งเป็นส่วนที่พักอาศัยภายในโครงการจามจุรีสแควร์นั้น ในเดือนตุลาคมนี้ สำนักงานทรัพย์สินฯ มีความพร้อมที่จะเปิดขายโครงการดังกล่าวแล้ว โดยมีการจัดรายการส่งเสริมการขายด้วยการให้ส่วนลดยูนิตละ 2 ล้านบาท สำหรับผู้ที่ซื้อห้องชุดราคา 16.9- 19.9 ล้านบาท ขนาดพื้นที่ตั้งแต่ 196-244 ตารางเมตร
โครงการนี้เป็นการซื้อขายแบบสัญญาเช่าระยะยาว 30 ปี โดยแผนการตลาดเดิมกำหนดจะให้เงินคืนเป็นอินเซนทีฟกับผู้ซื้อห้องชุดที่ถือสัญญาครบ 30 ปีจะได้รับเงินคืน 4 ล้านบาท แต่เพื่อเป็นการกระตุ้นยอดขายในช่วงการเปิดตัว จึงนำเงินจำนวน 2 ล้านบาท มาเป็นส่วนลดคืนให้กับผู้ซื้อตั้งแต่ครั้งแรก สำหรับห้องชุดจำนวน 20 ยูนิต ซึ่งคิดเป็นมูลค่ายอดขายประมาณ 300 ล้านบาท นั้นมีจำนวนยูนิตรวม 126 ยูนิต ตกแต่งพร้อมอยู่ เน้นจับกลุ่มเป้าหมายผู้บริหารระดับสูง ผู้ปกครองของนักเรียน นิสิต ที่เรียนในสถาบันในพื้นที่ใกล้เคียง
ส่วนความคืบหน้าโครงการที่พักอาศัยบริเวณหมอน 41 เป็นอาคารพักอาศัย 2 อาคาร จำนวน 1,500 ยูนิต มูลค่ากว่า 1,000 ล้านบาท ซึ่งจะใช้งบประมาณภายในมหาวิทยาลัยดำเนินการ ขณะนี้อยู่ระหว่างการขออนุญาตสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) คาดว่าจะเริ่มก่อสร้างได้ในปีนี้และแล้วเสร็จในอีกประมาณกลางปี 2556 ส่วนการก่อสร้าง ขณะที่ความคืบหน้าของโครงการพัฒนาพื้นที่บริเวณหมอน 42 จะเป็นอาคารพาณิชย์ จำนวน 100 ยูนิต พร้อมศูนย์อาหารและที่จอดรถ มูลค่าโครงการกว่า 500 ล้านบาท อยู่ระหว่างการพิจารณาข้อเสนอของเอกชน 2-3 รายที่จะเข้ามาลงทุนและบริหารโครงการ
รศ.น.อ.น.พ.เพิ่มยศ กล่าวอีกว่า รายได้จากการดำเนินงานของสำนักงานในปี 2551 มีกว่า 2,273 ล้านบาท ซึ่งถือว่าเป็นสัดส่วนกว่า 50% ของรายได้ที่มหาวิทยาลัยได้รับ นับเป็นรายได้หลักที่ทางมหาวิทยาลัยใช้บริหารกิจการภายในมาตั้งแต่ปี 2548 ภายหลังจากที่ได้ลงทุนนำระบบคอมพิวเตอร์โปรแกรมออราเคิล ประมาณ 32 ล้านบาท เข้ามาใช้ในการบริหารจัดการ ที่ทำให้รายได้เพิ่มขึ้นมาเป็นหลักพันล้านบาท จากเดิมที่มีรายได้กว่า 400 ล้านบาทเท่านั้นในช่วงก่อนปี 2547 โดยรายได้หลักที่เหลือจะมาจากรัฐบาล และค่าเล่าเรียนของนิสิต
"ระบบไอทีเข้ามาช่วยการบริหารงานของสำนักงาน ทำให้สามารถจัดเก็บค่าเช่า การต่อสัญญากับผู้เช่า และการบริหารจัดการต่างๆ ได้ดีขึ้น มีความโปร่งใส ซึ่งงบประมาณที่ลงกับระบบไอทีไปถือว่าน้อยมาก ประมาณ 10% ของขนาดธุรกิจที่สำนักงานบริหารอยู่ ต่อไปเมื่อมีโครงการใหม่เกิดขึ้น ก็ยังสามารถรองรับงานได้อีก เพราะปัจจุบันการใช้งานยังถือว่าไม่เต็ม 100 % เพียงแต่บางโครงการอาจจะต้องเขียนโปรแกรมใหม่มารองรับเพิ่ม เช่น โครงการที่พักอาศัยที่จะพัฒนาเป็นโรงแรมต่อไปในอนาคต เป็นต้น"
ล่าสุด มหาวิทยาลัยได้รับรางวัล Session's Best Paper Award จากงาน "Spring 8th, International Conference on Computing, Communications and control Technologies : CCCT 2010" ด้วยการส่งผลงานจากการนำระบบคอมพิวเตอร์มาใช้กับการจัดการทรัพย์สินจุฬาฯ ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจฉบับที่ 2,574 14-16 ตุลาคม พ.ศ. 2553
ขึ้นบน