image

การดูฮวงจุ้ย "ลักษณะอับโชค" ของห้องชุดคอนโด
paddy-market
โพส: 3
ลักษณะอับโชค
- ประตูห้องไม่ควรอยู่ตรงกันพอดีกับห้องฝั่งตรงข้าม
- อย่าเลือกห้องที่อยู่มุมสุดทางเดิน
- อย่าเลือกห้องที่อยู่ใกล้ช่องทางทิ้งขยะ
- ประตูห้องหันหน้ารับลิฟท์หรือบันไดถือว่าไม่ดี
- เปิดประตูเข้าไปไม่ควรเห็นห้องน้ำอยู่ทางหน้าห้อง
- ห้องครัวหรือเคาน์เตอร์ทำครัว ไม่ควรอยู่ค่อนมาทางด้านหน้าห้อง
- ประตูห้องน้ำหันชนกับประตูห้องนอนหรือปลายเตียงถือว่าไม่ดี
- ตำแหน่งที่ตั้งเครื่องเตาและกระทะไม่ควรอยู่ใกล้กับก๊อกน้ำ
- ห้องนอนไม่มีหน้าต่างไม่ได้
- อย่าเลือกห้องที่อยู่ฝั่งปีกด้านใดด้านหนึ่งของตัวอาคาร
- อย่าเลือกห้องที่ยื่นลอยอยู่ในอากาศโดยไม่ได้อยู่บนตัวอาคารที่ก่อสร้างมีฐานยึดอยู่กับพื้นดิน
- มุมทำครัวไม่ควรอยู่หน้าห้องน้ำ
- หลีกเลี่ยงห้องที่อยู่ใต้แท๊งก์น้ำขนาดใหญ่ ซึ่งตั้งอยู่ชั้นบนของห้องนั้น
- เปิดประตูห้องเข้าไปไม่ควรเห็นเตียงตั้งโดดเด่นรับตาคน ให้หาม่านหรือตู้มาตั้งบังตาเสีย

ข้อมูลมาจาก นายประกาศ
ขึ้นบน
Luna_Lina
โพส: 18
ข้อห้ามเยอะจังค่ะ
ขึ้นบน
RinRin
โพส: 9
เยอะมากเลยนะคะเนี่ย

RinRin

ขึ้นบน
samurai
โพส: 9
ดีจัง คับผม ไปเอามาจากไหนเนี่ย
ขอบคุณครับ

sumurai

ขึ้นบน
Naeng-noi
โพส: 13
น่าจะมีวิธีแก้นะคะเนี่ย
ขึ้นบน
Mojojo
โพส: 20
เจอเลยเอามาฝาก

ที่มา http://www.e-fengshuidesign.com/fengshui1.html

หลักในการเลือกที่อยู่อาศัยในแบบคอนโดมิเนียมนั้น จะมีรายละเอียดที่แตกต่างกันอยู่ หลายประเด็นกับบ้านอยู่อาศัยทั่วไป ใครที่กำลังคิดจะหาซื้อคอนโดฯ สักห้อง ลองนำหลักดังต่อไปนี้ ไปพิจารณาในการตัดสินใจซื้อ ก็จะได้ห้องที่ถูกต้องตามหลักฮวงจุ้ย
หลักในการพิจารณาคอนโดฯว่า มีฮวงจุ้ยที่ดีหรือไม่นั้น ให้พิจารณาดังนี้

1. พิจารณาที่ตัวคอนโดฯ ว่าอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ดีหรือไม่ หลายคนเข้าใจผิดคิดว่า พิจารณาแค่ห้องที่เราจะซื้อเท่านั้น อย่าลืมว่า ห้องที่เราเลือกเป็นส่วนหนึ่งของคอนโดฯทั้งหลัง ถ้าคอนโดฯทั้งหลังมีฮวงจุ้ยที่ดีแล้ว ห้องที่อยู่ภายในทั้งหมดก็จะได้รับผลดีไปด้วย แต่ถ้าคอนโดฯฮวงจุ้ยเสีย ต่อให้เลือกตำแหน่งห้องที่ดีที่สุดของคอนโดฯก็ยังได้รับผลเสียอยู่ดี คอนโดฯที่ได้ชื่อ ว่า ฮวงจุ้ยดี จะต้องเข้าข่าย ดังต่อไปนี้
- คอนโดฯอยู่ใกล้แหล่งชุมชน ไม่อยู่โดดเดียวหลังเดียว
- เส้นทางเข้าสู่คอนโดฯ ต้องไม่อยู่ห่างจากถนนใหญ่มากเกินไป
- สิ่งปลูกสร้างรอบๆคอนโดฯ ต้องไม่มีลักษณะร้าย เช่น สะพานลอย ทางด่วน ทางรถไฟ ทางยกระดับพาดผ่าน หรือมีเสาไฟฟ้าแรงสูง เสาอากาศวิทยุหรือโทรทัศน์ขนาดใหญ่อยู่ใกล้
- คอนโดฯต้องไม่มีเหลี่ยมมุมของอาคารข้างเคียงพุ่งเข้าสู่อาคาร หรือคอนโดฯอยู่ระหว่างซอกตึกของอาคารตรงข้าม
- คอนโดฯต้องไม่แวดล้อมด้วยอาคารที่สูงกว่า
- คอนโดฯอยู่ติดวัด ศาลเจ้า สุสาน ป่าช้า ถือว่าฮวงจุ้ยไม่ดี

2. การหาตำแหน่งห้องที่ดี จะต้องพิจารณาด้านทั้งสี่ของอาคารเป็นหลัก คำถามที่ผม มักเจออยู่บ่อยๆ ก็เห็นจะเป็น "จะเลือกห้องไหนถึงจะดี" หลักในการเลือกจะต้องดูด้าน ทั้ง 4 ของคอนโดฯ ดูว่าด้านไหนดีที่สุดก็เลือกด้านนั้น ด้านที่ดีส่วนใหญ่จะเป็นที่โล่ง ไม่มี อาคารอื่นปิดบังห้อง มีสวน สระน้ำ แม่น้ำ ทะเลสาบ หรือทัศนียภาพที่สวยงาม

3. ดูทิศทางเพื่อเลือกตำแหน่งห้อง การดูทิศถือว่าสำคัญมาก การจะเลือกห้องอยู่ทาง ทิศไหนนั้น มีหลักให้พิจารณาง่ายๆ ดังนี้
- ด้านเหนือ อับลม
- ด้านใต้ รับลม
- ด้านตะวันออก รับแสงตอนเช้า
- ด้านตะวันตก รับแสงตอนบ่าย

จะเห็นได้ว่า ด้านใต้กับตะวันออกจะเป็นด้านที่ดี เพราะได้ประโยชน์จากลมและแสงแดด อย่าลืมว่า ห้องคอนโดฯไม่เหมือนกับบ้านเป็นหลัง เป็นเพียงห้องสี่เหลี่ยมแคบๆ มีช่องทางเข้าสู่ห้องเพียงด้านเดียว(ระเบียง) ความสมดุลในเรื่องของลมและแสงจะไม่สมดุลอยู่แล้ว ถ้าเลือกตำแหน่งห้องที่อับลมอีก ห้องนั้นจะไม่มีการหมุนเวียนของลมเลย ย่อมส่งผลเสียต่อผู้อยู่อาศัยได้ง่าย โดยเฉพาะในเรื่องของสุขภาพ
หลัก 3 ข้อที่กล่าวมานี้ เป็นเพียงปัจจัยเบื้องต้นในการสังเกตลักษณะภายนอกของคอนโดฯที่ดีและไม่ดี หลังจากนั้นค่อยไปเลือกตำแหน่งห้องภายในคอนโดฯอีกที การจะรู้ว่าห้องไหนดีกว่าห้องไหนนั้น คงต้องรออ่านตอนหน้าแล้วล่ะครับ
ผมพูดถึงหลักในการเลือกซื้อคอนโดมิเนียม โดยพิจารณาจากสภาพแวดล้อมไปแล้ว แต่คนส่วนใหญ่มักจะถามผมเสมอว่า เกิดปีนี้ราศีนี้ ควรจะอยู่คอนโดฯแบบใดทิศใดถึงจะดี ผมคงต้องบอกกันก่อนว่า การนำเรื่องของดวงชะตาบุคคลมาพิจารณานั้น เป็นปัจจัยเสริมมากกว่าจะเป็นโจทย์หลักในการใช้ตัดสิน
หลายคนเข้าใจผิดในเรื่องนี้มาก ซึ่งทำให้การวิเคราะห์ฮวงจุ้ยผิดเพี้ยนไปได้ หลักในการวิเคราะห์ว่า ฮวงจุ้ยดีหรือไม่ดี จะต้องนำเรื่องของสภาพแวดล้อม (ชัยภูมิ) มาเป็นปัจจัยหลักในการพิจารณา

ที่มา http://www.e-fengshuidesign.com/fengshui1.html
ขึ้นบน
Pandara
โพส: 29

เราก็เจอมา จาก hunsa.com


หลัก ฮวงจุ้ย ในการเลือกซื้อคอนโดมิเนียม1. ตึกสูงอย่าอยู่โดดเดี่ยว จะขาดที่พึ่งพิง ไร้บารมี 2. ด้านหลังคอนโด ห่างออกไปไม่มาก มีตึกสูงอยู่ ถือว่ามีภูเขาเป็นที่พึ่งพิง 3. ด้านซ้ายและขวา มีตึกอื่นต่ำกว่าอยู่ข้างเคียง เท่ากับมีบริวารผู้ช่วยเหลือ 4. ด้านซ้ายและขวา มีตึกอื่นสูงกว่าอยู่ข้างเคียง เท่ากับมีผู้อื่นข่มเรา 5. ด้านหน้าคอนโด ควรมีเม็งตึ้งเป็นลานโล่งรับชี่เข้าอาคาร 6. หากมีหลายตึกในแนวเดียวกัน ควรเลือกตึกอาคารที่อยู่กลางๆ อาคารอยู่ริมอย่าเลือก จะยิ่งขาดผู้ช่วยเหลืออุปถัมภ์ 7. หลีกเลี่ยงอาคารที่มีรูปทรงส่วนเว้าหรือส่วนเกิน ไม่เป็นสี่เหลี่ยม จะทำให้เจ็บป่วยได้ 8. ถ้าเป็นไปได้ เลือกรูปทรงอาคารให้ถูกโฉลกกับธาตุที่ต้องการของดวงผู้อยู่อาศัย ด้วยคำนวณจากการผูกดวงจีน 1. ธาตุทอง อาคารรูปทรงกลม หรือ มน หรือทรงกระบอกสูงๆ 2. ธาตุน้ำ อาคารรูปคลื่น 3. ธาตุไม้ อาคารสี่เหลี่ยมผืนผ้าสูงๆ 4. ธาตุไฟ อาคารมีเหลี่ยมแหลมเยอะ เช่นสามเหลี่ยม 5. ธาตุดิน อาคารสี่เหลี่ยมจตุรัส หรืออาคารเตี้ยๆ9. การเลือกชั้นอาคาร อาจใช้ตามหลักแผนผังเหอถู 1. ธาตุทอง ชั้นที่ลงท้ายด้วย 4,9 2. ธาตุน้ำ ชั้นที่ลงท้ายด้วย 1,6 3. ธาตุไม้ ชั้นที่ลงท้ายด้วย 3,8 4. ธาตุไฟ ชั้นที่ลงท้ายด้วย 2,7 5. ธาตุดิน ชั้นที่ลงท้ายด้วย 5,1010. ห้องพักในคอนโดไม่ควรอยู่ตรงข้ามลิฟท์หรือบันได หรือติดก็ไม่ดี จะเก็บเงินไม่อยู่ 11. ห้องพักในคอนโด ควรอยู่ตำแหน่งกลางๆของอาคารหรือของชั้นนั้น 12. ห้องพักไม่ควรอยู่ริมอาคารซ้ายสุดหรือขวาสุด หรือห้องที่อยู่สุดทางเดิน จะไร้โชคลาภ แต่ทั้งนี้ต้องดูองค์ประกอบของสิ่งแวดล้อมด้านนอกอาคารซึ่งอาจมีผลช่วยส่งเสริมห้องนั้นก็ได้ 13. ทิศหลังห้องพัก ควรถูกโฉลกกับธาตุที่เจ้าของห้องต้องการ 1. ธาตุทอง ทิศตะวันตก 2. ธาตุน้ำ ทิศเหนือ 3. ธาตุไม้ ทิศตะวันออก 4. ธาตุไฟ ทิศใต้ 5. ธาตุดิน ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ หรือทิศตะวันตกเฉียงใต้ดังนั้น จึงได้แนะนำถึง การเลือกซื้อคอนโดฯ ที่มีเลขที่เกี่ยวข้องกับการเสริมดวง ซึ่งให้เป็นเลขลงท้ายของการเลือกชั้นคอนโดฯ ที่ถูกโฉลกกับธาตุประจำตัวของแต่ละปีเกิดเอาไว้ ดังต่อไปนี้ ผู้ที่เกิด ปีชวด ชั้นที่ถูกโฉลก ช่วยเสริมดวงให้เจริญรุ่งเรือง คือ ชั้นที่ 1, 4, 6 และ 9 ผู้ที่เกิด ปีฉลู ชั้นที่ถูกโฉลก ช่วยเสริมดวงให้เจริญรุ่งเรือง คือ ชั้นที่ 2, 5, 7 และ 10 ผู้ที่เกิด ปีขาล ชั้นที่ถูกโฉลก ช่วยเสริมดวงให้เจริญรุ่งเรือง คือ ชั้นที่ 1, 3, 6 และ 8 ผู้ที่เกิด ปีเถาะ ชั้นที่ถูกโฉลก ช่วยเสริมดวงให้เจริญรุ่งเรือง คือ ชั้นที่ 1, 3, 6 และ 8 ผู้ที่เกิด ปีมะโรง ชั้นที่ถูกโฉลก ช่วยเสริมดวงให้เจริญรุ่งเรือง คือ ชั้นที่ 2, 5, 7 และ 10 ผู้ที่เกิด ปีมะเส็ง ชั้นที่ถูกโฉลก ช่วยเสริมดวงให้เจริญรุ่งเรือง คือ ชั้นที่ 2, 3, 7 และ 8 ผู้ที่เกิด ปีมะเมีย ชั้นที่ถูกโฉลก ช่วยเสริมดวงให้เจริญรุ่งเรือง คือ ชั้นที่ 2, 3, 7 และ 8 ผู้ที่เกิด ปีมะแม ชั้นที่ถูกโฉลก ช่วยเสริมดวงให้เจริญรุ่งเรือง คือ ชั้นที่ 2, 5, 7 และ 10 ผู้ที่เกิด ปีวอก ชั้นที่ถูกโฉลก ช่วยเสริมดวงให้เจริญรุ่งเรือง คือ ชั้นที่ 4, 5, 9 และ10 ผู้ที่เกิด ปีระกา ชั้นที่ถูกโฉลก ช่วยเสริมดวงให้เจริญรุ่งเรือง คือ ชั้นที่ 4, 5, 9 และ 10 ผู้ที่เกิด ปีจอ ชั้นที่ถูกโฉลก ช่วยเสริมดวงให้เจริญรุ่งเรือง คือ ชั้นที่ 2, 5, 7 และ 10 ผู้ที่เกิด ปีกุน ชั้นที่ถูกโฉลก ช่วยเสริมดวงให้เจริญรุ่งเรือง คือ ชั้นที่ 1, 4, 6 และ 9 ข้อแนะนำในการย้ายบ้าน1. ตรวจเช็คประวัติบ้านใหม่ที่จะย้ายเข้าไปอยู่ก่อน ถ้าไม่แน่ใจหรือไม่รู้ประวัติเจ้าของเดิม ควรเตรียมล้างอาถรรพ์ก่อนย้ายเข้า 2. ถ้ามีเจ้าของอยู่เดิม รอให้เจ้าของเดิมย้ายไปก่อน อย่างน้อย 3-7 วัน เพื่อให้ปราณชี่ของเจ้าของเดิมสลายไปก่อน จากนั้นไปปัดกวาดเช็ดถูให้สะอาดก่อนขนของเข้ามา 3. การล้างอาถรรพ์ ให้กราบขอน้ำมนต์ของวัดที่เคารพจากพระ หรือพระพุทธรูป ขอนำมาปัดเป่าให้บ้านใหม่ที่จะย้ายไปอยู่สะอาด บริสุทธิ๋ นำน้ำมนต์มาประพรมทั่วบ้าน ทั้งรอบๆบ้านภายนอกและในบ้าน ทั้งผนัง ประตู และพื้นบ้าน 4. อีกวิธีคือการนำเกลือเม็ดคลุกกับข้าวสาร และเหรียญบาท สาดทั้งในและนอกบ้าน ช่วงเวลา 11:30-12:30 แต่ห้ามคนเกิดปีชวดทำ สาดแล้วทิ้งไว้สัก 1 ชม แล้วนำไม้กวาดใหม่และที่ตักผงอันใหม่ กวาดของที่สาดแล้วนำไปทิ้งห่างจากบ้าน จำนวนเกลือ ข้าวสาร เหรียญบาท ขึ้นกับขนาดพื้นที่ 5. หากเกิดปีชวดในข้อ 4 ให้ทำระหว่าง 13:30-14:30 น. 6. มีความนิยมในการจุดประทัด ในวันย้ายบ้าน สามารถทำได้ แต่ต้องมั่นใจว่าทิศหลังบ้าน และทิศที่จุดประทัด ไม่โดนทิศต้องห้ามเช่น ทิศอสูร ทิศโหงวอึ้ง (ติดตามในบทความฮวงจุ้ยอื่นๆ) 7. สื่งที่ย้ายเข้าบ้านสิ่งแรกควรเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เช่นพระพุทธรูป ย้ายแล้ววันนั้นให้จุดธูปเทียน พวงมาลัย บูชาตั้งแต่ย้าย ให้ต่อธูปและเทียนไปเรื่อยๆอย่าให้ดับจนพระอาทิตย์ตกดิน 8. หากหิ้งพระ หรือโต๊ะหมู่บูชา ยังไม่เสร็จ ให้ตั้งพระพุทธรูปสูงกว่าพื้นบนโต๊ะกลางห้องพระเป็นการชั่วคราว แล้วค่อยตั้งพระพุทธรูปในฤกษ์ยามที่เหมาะสมภายหลัง 9. ฤกษ์ยามตั้งพระ ต้องไม่ปะทะหรือชงกับ ปีเกิดเจ้าบ้าน ทิศหลังบ้าน ทิศพิงของพระพุทธรูป 10. หญิงตั้งครรถ์ควรหลีกเลี่ยงการย้ายบ้าน ถ้าจำเป็นจริงๆ ควรรอให้ปัดกวาดเช็ดถูเรียบร้อยก่อนแล้วค่อยย้ายไป 11. เลือกวันที่เป็นมงคลในการย้ายบ้าน วันต้องไม่ชงกับปีเกิดเจ้าบ้าน และทิศทางของบ้าน 12. เลือกวันตั้งเตียงที่เป็นมงคล บางทีวันตั้งเตียงไม่ตรงกับวันย้ายบ้านก็ไม่เป็นไร ย้ายเตียงมาก่อนแล้วตั้งกลางห้อง รอฤกษ์ตั้งเตียงภายหลัง 13. ทิศหัวเตียงควรส่งเสริมชะตาผู้นอน หากเป็นคู่สามีภรรยา ให้พยายามใช้ทิศกลางๆสำหรับทั้งสองคน 14. วันตั้งเตียง ต้องไม่ชงกับปีเกิด ทิศหลังบ้าน และทิศหัวเตียง 15. ประเพณีจีนโบราณ หลังตั้งเตียงแล้ว จะใช้เตาไฟเป็นครั้งแรกในการต้มน้ำชา รับประทานกัน 16. วันที่ตั้งเตียงให้นอนที่บ้านหลังนั้น คุยแต่งเรื่องดีๆ อย่าให้คนอื่นมานอนเล่นเตียงเจ้าบ้าน อาจวางส้ม 4 ผลไว้กลางเตียงหลังปูเสร็จ แล้วค่อยแกะส้มทานก่อนนอน
มีบางตำราจีน ห้ามให้คนเกิดปีขาลมาช่วยขนของย้ายบ้าน
การเลือกคอนโดฯ


คอนโดรูปตัวแอล
- หากจะเลือกซื้อห้องชุดในคอนโดที่เป็นรูปตัวแอล ควรเลือกห้องที่อยู่ทางด้านฐานของตัวแอลจึง
จะดี แต่ถ้าสามารถหลีกเลี่ยงได้ก็ควรหลีกเลี่ยง เพราะอาคารรูปตัว แอลเป็นลักษณะที่ปราศจาก
พลังงานแห่งโชคลาภ


คอนโดรูปตัวยู
- คอนโดที่มีรูปทรงคล้ายตัวยู ก็ถือว่าเป็นลักษณะที่ไม่ให้คุณนัก แต่ถ้าจำเป็นต้องเข้าอยู่อาศัย
ขอให้พยายามเลือกห้องที่อยู่ทางด้านส่วนฐานของตัวยู อย่าเลือกห้องที่อยู่ทางฝั่งปีกทั้งสอง


ตึกไร้บารมี
ตึกแถวหรือคอนโดที่ตั้งอยู่โดดๆ กลางพื้นที่ว่างไม่มีตึกอาคารอื่นๆ มาตั้ง อยู่ใกล้เคียงอาจดูดี
เพราะไม่มีตึกอื่นบาบดบังทิศทางลมและทัศนียภาพ
- แต่ความจริงแล้วอาคารสูงในลักษณะดังกล่าวบ่งบอกถึงลักษณะแห่งความไร้อำนาจบารมี
ผู้เข้าอยู่อาศัยจะได้รับพลังแห่งความโดดเดี่ยว ทำสิ่งใดมักมิได้รับความสนับสนุนและร่วมมือ
อย่างที่ควร


ความสูงของตึกข้างเคียง
- ถ้ามีคอนโดหรือตึกแถวอยู่แวดล้อม ต้องสังเกตด้วยว่าความสูงของตึก อาคารในบริเวณข้างเคียง
นั้นเป็นอย่างไรบ้าง
- ตึกข้างหลังหากสูงกว่าตึกของเราถือว่าดี เพราะเปรียบเสมือนมีภูเขาสูง ด้านหลังเป็นที่พึ่งพิง
- ตึกทางด้านซ้าย-ขวาที่ขนาบตึกของเราอยู่ ควรมีความสูงเท่ากัน เพื่อเปรียบเสมือนมีผู้คุ้มกัน
เมื่อเข้าอยู่อาศัยแล้ว จะทำสิ่งใดก็ประสพความสำเร็จ ตึกทางซ้ายหากมีความสูงกว่าตึกทางขวา
ก็มิเป็นไร แต่ถ้าตึกขวามือสูงกว่าถือว่าไม่ดี


คอนโดหลายอาคาร
- คอนโดมิเนียมบางแห่งเป็นอาคารหลายหลังอยู่ในบริเวณเดียวกันและมีความสูงเท่าๆ กันหมด
การเลือกซื้อห้องชุดขอให้เลือกคอนโดหลังที่อยู่ ตรงกลาง โดยมีอาคารหลังอื่นๆ ขนาบข้างเป็น
บริวาร
- หากไม่สามารถเลือกหลังกลางได้ ให้เลือกหลังใดก็ได้ที่อาคารอื่นๆ ขนาบ ข้างเสมือนบริวาร
ควรหลีกเลี่ยงหลังแรกสุดกับท้ายสุด


รูปทรงคอนโด
- ถ้าไม่สามารถหารูปทรงคอนโดที่เหมาะสมกับธาตุกำเนิดได้ก็ขอให้เลือกคอนโดรูปสี่เหลี่ยม
ผืนผ้า ซึ่งเป็นรูปทรงของอาคารสูงทั่วๆ ไป นั้นเอง
- ข้อสำคัญคือ อย่าเลือกคอนโดรูปทรงแปลกๆ แม้ว่าจะดูสวยหรือทันสมัยเพียงใดก็ตามแต่
รูปทรงแปลกๆนั้นล้วนแต่มิใช่ลักษณะที่ให้โชคลาภแต่ อย่างใด
- หลีกเลี่ยงรูปทรงเว้าๆ แหว่งๆ รูปทรง 6 เหลี่ยม 8 เหลี่ยม เหมาะกับ สถานที่ราชการหรือ
โรงแรม ตัวอาคารควรเต็มทุกเหลี่ยมทุกมุม เพื่อให้ เกิดความมั่นคงและสงบสุขในการอยู่อาศัย


ห้องเสียเงิน
- หลีกเลี่ยงการเลือกซื้อหรือเข้าอยู่อาศัยในห้องที่อยู่ในแนวหันหน้าเข้ารับ ลิฟท์หรือบันไดขึ้น-ลง
ห้องในลักษณะนั้นจะส่งผลให้ผู้อยู่อาศัยมีแต่เรื่อง เสียเงินทอง แม้ว่าจะหาได้มากก็หมดเปลือง
มากตามไปด้วย


ห้องมั่นคง
- ถ้าเลือกห้องที่อยู่ตำแหน่งกลางตัวอาคารได้จะเป็นมงคลดีในด้านความมั่นคงต่อเรื่องเงินทอง
อาชีพการงานและสภาพความเป็นอยู่ หากแถวหนึ่งมีห้องจำนวน 10 ห้อง ก็ควรเลือกอยู่ห้องที่ 5
และ 6 ถ้ามี 8 ห้องใน 1 แถว ห้องที่ดีคือ ห้องที่4 >และ 5 เป็นต้น


ห้องมงคล
- ห้องที่อยู่อาศัยแล้วจะมีแต่ความสุขความเจริญยิ่งขึ้น คือ ห้องที่หันหน้า ออกไปทางด้านหน้า
อาคาร คือประตูของห้องตั้งอยู่ในแนวทางเดียวกับประตูทางเข้าอาคารนั่นเอง
- ผู้ที่เลือกห้องซึ่งมีประตูหันไปด้านหลังอาคารหรือทางด้านข้างจะไม่ได้รับโชคลาภและความสุข
สงบนักในการอยู่อาศัย เพราะมิได้รับพลังงานที่ดี ซึ่งจะเข้ามาทางด้านหน้า


ห้องอับโชค
- หลายท่านชอบเลือกห้องมุมซึ่งดูสงบและเป็นส่วนตัวดี ไม่มีผู้คนเดิน ผ่านหน้าห้องมากมาย
ให้รำคาญใจ แต่ที่แท้แล้วห้องมุมสุดของช่องทาง เดินเป็นห้องที่มิได้ให้โชคลาภใดๆ เลย เข้าอยู่
อาศัยแล้วมีแต่จะพบอุปสรรค และอาภัพโชคร่ำไป (หากมีช่องหน้าต่างใหญ่ๆ อยู่ที่ผนังสุดทางเดินก็พอช่วยบรรเทาอุปสรรคได้ แต ่ก็ยังไม่ดีนัก )
การดูฮวงจุ้ยภายในห้องชุด

ลักษณะอับโชค
- ประตูห้องไม่ควรอยู่ตรงกันพอดีกับห้องฝั่งตรงข้าม
- อย่าเลือกห้องที่อยู่มุมสุดทางเดิน
- อย่าเลือกห้องที่อยู่ใกล้ช่องทางทิ้งขยะ
- ประตูห้องหันหน้ารับลิฟท์หรือบันไดถือว่าไม่ดี
- เปิดประตูเข้าไปไม่ควรเห็นห้องน้ำอยู่ทางหน้าห้อง
- ห้องครัวหรือเคาน์เตอร์ทำครัว ไม่ควรอยู่ค่อนมาทางด้านหน้าห้อง
- ประตูห้องน้ำหันชนกับประตูห้องนอนหรือปลายเตียงถือว่าไม่ดี
- ตำแหน่งที่ตั้งเครื่องเตาและกระทะไม่ควรอยู่ใกล้กับก๊อกน้ำ
- ห้องนอนไม่มีหน้าต่างไม่ได้
- อย่าเลือกห้องที่อยู่ฝั่งปีกด้านใดด้านหนึ่งของตัวอาคาร
- อย่าเลือกห้องที่ยื่นลอยอยู่ในอากาศโดยไม่ได้อยู่บนตัวอาคารที่ก่อสร้างมีฐานยึดอยู่กับพื้นดิน
- มุมทำครัวไม่ควรอยู่หน้าห้องน้ำ
- หลีกเลี่ยงห้องที่อยู่ใต้แท๊งก์น้ำขนาดใหญ่ ซึ่งตั้งอยู่ชั้นบนของห้องนั้น
- เปิดประตูห้องเข้าไปไม่ควรเห็นเตียงตั้งโดดเด่นรับตาคน ให้หาม่านหรือตู้มาตั้งบังตาเสีย

ลักษณะส่งเสริมโชคลาภ
- ประตูห้องหันหน้าออกไปในทิศทางเดียวกับประตูใหญ่เข้าตัวอาคาร
- ห้องน้ำอยู่ทางส่วนด้านหลังของห้อง
- เป็นห้องที่อยู่กลางๆ ของแถวเดียวกัน มีห้องบริวารซ้ายขวาขนาบด้วย
- มีม่านหรือฉากหรือตู้-ชั้น กั้นบริเวณต่างๆ ให้เป็นสัดส่วน ในกรณีที่ เป็นห้องเดียวมิใช่ห้องชุด
- กั้นส่วนที่เป็นมุมครัวและเตียง อย่าให้มองเห็น ได้ถนัดชัดเจนทุกๆ มุมในห้อง
- ปลูกต้นไม้ใส่กระถางไว้ที่ระเบียง
- มีส่วนของหน้าต่างอยู่พอเพียงและสมดุลกับขนาดของห้อง
- บริเวณหรือมุมทำครัวอยู่ส่วนด้านหลังของห้อง มิใช่ด้านหน้า
- มองจากหน้าต่างออกไปเห็นวิว ทิวทํสน์ที่ดี มิใช่มองเห็นทุ่งรกร้าง สุสาน วัด หรือโรงพยาบาล
ห้องครัว
- มุมที่จัดแต่งเป็นมุมทำครัวควรอยู่ด้านหลังของห้อง อย่าจัดวางในส่วน ด้านหน้าห้อง เมื่อเปิด
ประตูเข้ามาแล้วเห็นมุมครัวเลยถือว่าไม่ดี ทำให้สุขภาพอ่อนแอ เงินทองรั่วไหลได้ง่าย
- หากไม่สามารถโยกย้ายได้จริงๆ ก็อาจหาฉากหรือชั้นมาตั้งเพื่อกั้นบังตาไว้เป็นการแก้เคล็ด
- ตั้งวางเครื่องใช้ไฟฟ้าต่าง ไว้ชิดผนังด้านใดด้านหนึ่ง เพื่อให้เกิดความมั่นคงในฐานะการเงิน
และอาชีพการงาน อย่าตั้งเครื่องใช้ไฟฟ้าต่าง ไว้บนโต๊ะที่โล่งว่าง
- มุมที่จัดวางเตาและกระทะต่างๆ ไม่ควรชิดผนังห้องน้ำ ลักษณะเช่นนั้นจะบั่นทอนสุขภาพ
และมีผลกระทบต่อเรื่องเงินทองด้วยเช่นกัน
- ซิงก์ล้างจานอย่าจัดวางให้ชิดกับเตาไฟหรือที่ปรุงอาหารซึ่งเป็นไฟ จะทำให้ทรัพย์สินเงินทอง
มีปัญหา ความสัมพันธ์ระหว่างคู่รักสามี-ภรรยาก็จะกระทบกระทั่งกันจนร้าวฉานได้ในที่สุด
เลือกคอนโดชั้นไหนดีให้ถูกฮวงจุ้ย....ใหม่ภาวะน้ำมันแพงขึ้นทุกวัน ช่วงนี้จึงมีคอนโดใหม่ๆเกิดขึ้นกันมากมายโดยเฉพาะโซนที่ติดแนวรถไฟฟ้า และรถไฟใต้ดิน ทำให้ผู้คนที่เคยคิดจะมีบ้านที่มีบริเวณ มีเนื้อที่เยอะๆซึ่งส่วนใหญ่บ้านเหล่านี้ก็มักจะอยู่แถบชานเมือง ทำให้เสียค่าเดินทางมาก จึงต้องเปลี่ยนใจคิดหาบ้านในเมืองแทน แต่ก็เป็นเพราะราคาที่ดินกลางเมืองก็แพงเสียหลือเกิน คอนโดจึงเป็นทางเลือกที่ไม่ไกลเกินเอื้อมและตอบโจทย์ในกระเป๋า โครงการคอนโดมิเนียมต่างๆก็เลยบูมขึ้นมาเหมือนดอกเห็ด

ผู้ที่สนใจเรื่องฮวงจุ้ยก็มักจะหาเลือกชั้นยอดฮิต อาทิเช่น ชั้น 9 หมายถึงความก้าวหน้าชั้น 8 ซึ่งเป็นเลขมงคลในทางจีน หรือ ชั้น 27 เนื่องจาก 2 7 ได้ 9 เป็นต้น ในทางตรงกันข้ามชั้นที่คนกลัวที่สุดก็คงไม่พ้น ชั้น 13 เลขอาถรรพ์ของฝรั่ง ซึ่งคอนโดหลายแห่งมักเรียกว่าชั้น 12A แต่ก็มีชั้นที่กึ่งดีกึ่งร้ายก็คือ ชั้น 6 ซึ่งคนจีนบอกว่าดี เพราะไปคล้องกับคำว่า “ฮก” ที่มาจากเทพเจ้า ฮก ลก ซิ่ว แต่คนไทยบอกว่าไม่ดี เพราะเหมือน “หก” คะเมนตีลังกา แล้วจะเชื่อคนจีนหรือคนไทยดีแท้ที่จริงแล้ววิธีการที่พูดถึงไปทั้งหมดนี้ ล้วนแล้วแต่ไม่ใช่ถูกต้องตามหลักวิชาฮวงจุ้ย แต่เป็นเรื่องของความเชื่อของคนโบราณหลายๆอย่างมาปะปนกัน เช่น ประเภทคำพ้องรูปพ้องเสียงเสียมากกว่า ไม่มีหลักวิชาการรองรับ เพราะวิชาฮวงจุ้ยที่แท้จริงแล้วเป็นเรื่องของเทคนิคการสร้างสัมพันธ์พลังงานที่ถูกส่งมาจากจักรวาล (พลังฟ้า) และพลังของสิ่งแวดล้อม (พลังดิน) ให้เชื่อมโยงส่งเสริมกับพลังในตัวของคน

หลักการของฮวงจุ้ยที่ถูกต้องซึ่งปรากฏอยู่ในคัมภีร์โบราณนั้น เป็นวิชาที่ว่าด้วยสูตรลับในการคำนวณกระแสพลัง เพื่อหาหนทางที่จะเหนี่ยวนำพลังงานของสิ่งแวดล้อมที่อยู่รอบๆตัวให้มาเสริมคน ซึ่งกระแสพลังเหล่านี้ ก็คือพลังงานของแม่เหล็กโลกที่ห่อหุ้มโลกทั้งใบไว้ เนื่องจากมนุษย์ทุกคนก็ล้วนแล้วแต่ดำรงชีวิตอยู่ท่ามกลางสนามพลังของแม่เหล็กโลกอยู่ตลอดเวลา 24 ชั่วโมงทั้งชีวิตของเรา ไม่ได้มีส่วนใดในคัมภีร์ที่กล่าวเอาไว้เกี่ยวกับความเชื่อหรือไสยศาสตร์เลย สิ่งเหล่านี้ล้วนแล้วแต่เป็นส่วนที่ซินแสรุ่นหลังที่อยากโปรโมทขายสินค้าและอุปกรณ์แก้ฮวงจุ้ยของตนเองเป็นผู้อุปโลกน์ขึ้นมาภายหลัง

ซึ่งในทางวิทยาศาสตร์นั้น มีการค้นพบว่าในตัวมนุษย์มีกระแสแม่เหล็กและไฟฟ้าอ่อนๆอยู่ภายในร่างกายทุกคน โดยในเลือดจะมีธาตุเหล็กเป็นองค์ประกอบหลัก เพราะพลังของแม่เหล็กของโลกจะกระตุ้นให้ธาตุเหล็กในเม็ดเลือดเปลี่ยนสภาพให้เป็นแม่เหล็กอ่อนๆ ที่มีลักษณะเป็นทั้งขั้วบวกและขั้วลบในตัว โดยใช้เป็นกลไกในการส่งผ่านสารอาหาร ออกซิเจน ข้อมูลคำสั่งไปยังเซลและอวัยวะทุกส่วน ถ้าประจุไฟฟ้านี้มีการจัดเรียงเป็นระเบียบ ก็จะทำให้โลหิตมีการหมุนเวียนดี สามารถนำสารอาหารและออกซิเจนไปหล่อเลี้ยงเซลได้ดีขึ้น จึงทำให้สุขภาพแข็งแรงสมบูรณ์ แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่ประจุมีการเรียงตัวที่สับสนก็จะทำให้เกิดความเจ็บป่วยต่างๆนานา

เพราะเหตุที่บ้านของเราทุกคน ต่างก็สร้างอยู่ท่ามกลางสนามพลังของแม่เหล็กโลก โดยที่บ้านแต่ละหลังก็จะหันทำมุมกับเส้นแรงของแม่เหล็กไม่เท่ากัน จึงได้รับพลังงานที่แตกต่างกันเข้ามาอยู่ในบ้าน ซึ่งการที่พวกเราใช้ชีวิตอยู่ในบ้านวันละ 8 -10 ชั่วโมงทุกวัน พลังของแม่เหล็กโลกที่สะสมตัวในบ้านจึงได้มีอิทธิพลต่อชีวิตของคนค่อนข้างมาก

เช่นเดียวกับอาคารสูงที่มีหลายๆชั้น ซึ่งแต่ละชั้นก็จะกั้นสนามแม่เหล็กที่แผ่ออกมาจากใจกลางของโลก ให้เกิดรูปแบบทางพลังงานที่แตกต่างกัน เป็นที่มาให้เรารู้ได้ว่าชั้นไหนเป็นพลังธาตุอะไร แล้วส่งเสริมเข้ากับพลังในตัวของเราหรือไม่วิธีการจะดูว่าคอนโดชั้นไหนดีนั้นจะต้องขึ้นอยู่กับรหัสพลังของบุคคล ว่าไปสอดคล้องกับชั้นต่างๆของคอนโดหรือไม่ โดยรหัสพลังของชั้นคอนโดจะมีทั้งหมด 9 ชนิดด้วยกัน คือ

ชั้นที่ลงท้ายด้วย 1 เป็นธาตุน้ำ
ชั้นเลข 2 - 5 – 8 - 0 ธาตุดิน
ชั้นเลข 3 – 4 ธาตุไม้
ชั้น 6 – 7 ธาตุทอง
ชั้น 9 ธาตุไฟ

วิธีการนับชั้นคอนโดจะต้องนับชั้นจอดรถด้วย แต่จะไม่นับชั้นใต้ดิน ไม่นับชั้นลอย หากเป็นชั้นสูงๆ เช่น ชั้นที่ 24 ให้ถือเอาเลขหลังสุดก็คือ 4 มาใช้ในการเปรียบเทียบ
ส่วนรหัสพลังของบุคคลจะคำนวณจากปีเกิด วิธีการหารหัสประจำปีเกิด

***ผู้หญิง ให้เอาตัวเลข พ.ศ.ทั้ง 4 หลักบวกกัน ให้เหลือเลขตัวเดียว บวกด้วย 1 จะเป็นรหัสประจำปีเกิดนั้น

เช่น เกิด พ.ศ. . 2550 วิธีคำนวณ คือ 2 5 5 0 ได้ 12 เลขตัวเดียวคือ 1 2 = 3 บวกด้วย 1 เป็น 4 จะเป็นรหัสประจำปีเกิด

***ผู้ชาย ให้เอาตัวเลข พ.ศ.ทั้ง 4 หลักบวกกัน ให้เหลือเลขตัวเดียว บวกด้วย 1 แล้วนำไปลบออกจาก 15 จะเป็นรหัสประจำปีเกิดนั้น ( ถ้าผล เกิน9 ให้จับบวกกัน เหลือเลขตัวเดียว )
เช่น เกิด พ.ศ. . 2550 วิธีคำนวณ คือ 2 5 5 0 ได้ 12 เลขตัวเดียวคือ 1 2 = 3 บวกด้วย 1 แล้วนำไปลบออกจาก 15 เป็น 11
ให้จับบวกกัน เหลือเลขตัวเดียว คือ 1 1 = 2 เป็นรหัสประจำปีเกิด

หมายเหตุ เรานับปีใหม่กันวันที่ 4 กุมภาพันธ์ ของทุกปีนะครับ ใครเกิดก่อนวันที่ 4 กพ. ยังให้นับเป็นปีเก่า
เช่น พ.ศ.2511 คือ ผู้ชายคือรหัส 5 ผู้หญิงคือรหัส 1

เมื่อเราทราบแล้วว่าเราเป็นบุคคลรหัสใด ก็ให้มาเทียบกับตารางด้านล่าง รวมทั้งปฏิกิริยาธาตุดังต่อไปนี้ครับ

คนรหัส 1 เป็นธาตุน้ำ ควรเลือกชั้น 9 – 4 – 3 – 1 รองลงมาคือ 6 – 7
คนรหัส 2 - 5 – 8 - 0 ธาตุดิน ควรเลือกชั้น 6 – 8 – 7 – 2 – 5 รองลงมาคือ 9
คนรหัส 3 – 4 ธาตุไม้ ควรเลือกชั้น 1 – 3 – 4 – 9
คนรหัส 6 – 7 ธาตุทอง ควรเลือกชั้น 2 – 5 – 6 – 7 – 8
คนรหัส 9 ธาตุไฟ ควรเลือกชั้น 3 – 4 – 1 – 9

หากท่านใดคำนวณออกมาแล้วผลลัพธ์เป็นในทางร้ายก็ไม่ต้องตกใจ เพราะเป็นหลักการข้อแรกในการเลือกเท่านั้น เรายังสามารถใช้วิธีการจัดฮวงจุ้ยภายในการแก้ไขได้ครับ เนื้อหาวิชายังมีที่ลึกซึ้งไปกว่านี้อีกมาก เรียกว่าถ้าจะเอากันจริงๆก็ต้องเรียนกันเป็นปี แต่คิดว่าหลักการเบื้องต้นนี้ก็คงเป็นประโยชน์กับหลายๆท่านมิใช่น้อยในการเลือกซื้อคอนโดครั้งต่อไปถ้าใครสนใจจะอ่านเรื่องอื่นก็ลองเข้าไปดูหน้าอื่นๆได้ในเวป www.100fs.comผมพูดถึงหลักในการเลือกซื้อคอนโดมิเนียม โดยพิจารณาจากสภาพแวดล้อมไปแล้ว แต่คนส่วนใหญ่มักจะถามผมเสมอว่า เกิดปีนี้ราศีนี้ ควรจะอยู่คอนโดฯแบบใดทิศใดถึงจะดี ผมคงต้องบอกกันก่อนว่า การนำเรื่องของดวงชะตาบุคคลมาพิจารณานั้น เป็นปัจจัยเสริมมากกว่าจะเป็นโจทย์หลักในการใช้ตัดสิน
หลายคนเข้าใจผิดในเรื่องนี้มาก ซึ่งทำให้การวิเคราะห์ฮวงจุ้ยผิดเพี้ยนไปได้ หลักในการวิเคราะห์ว่า ฮวงจุ้ยดีหรือไม่ดี จะต้องนำเรื่องของสภาพแวดล้อม (ชัยภูมิ) มาเป็นปัจจัยหลักในการพิจารณา
ตามหลักฮวงจุ้ย จะกำหนดปีเกิดกับทิศทางที่สมพงศ์กัน การเลือกตำแหน่งห้องในคอนโดฯ จึงพิจารณาทิศที่ถูกโฉลกกับเจ้าของห้องเป็นหลัก ใครเกิดปีใดควรจะอยู่ทิศใด เพื่อให้ง่ายเข้าผมจะสรุปออกมาให้ดูว่า ใครเกิดปีอะไรควรจะเลือกคอนโดฯอยู่ทางทิศใด

ปีกุนและปีชวด คนเกิด 2 ปีนี้ในทางฮวงจุ้ยจะจัดเป็นคนธาตุน้ำ ทิศทางที่ถูกโฉลกจะเป็นทิศเหนือ ตะวันตก และตะวันตกเฉียงเหนือ ส่วนทิศต้องห้ามจะเป็นทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ตะวันตกเฉียงใต้
ปีขาลกับปีเถาะเป็นบุคคลธาตุไม้ ทิศดีจะต้องเป็นทิศตะวันออก ตะวันออกเฉียงใต้ และทิศเหนือ ส่วนทิศร้ายจะเป็นทิศตะวันตก และตะวันตกเฉียงเหนือ
ปีมะเส็งกับปีมะเมีย เป็นคนธาตุไฟ ทิศที่ถูกโฉลกคือ ทิศใต้ ตะวันออก และตะวันออกเฉียงใต้ หลีกเลี่ยงทิศเหนือ เพราะเป็นทิศปะทะโดยตรง
ปีวอกกับปีระกา เป็นคนธาตุทอง ทิศที่เหมาะกับคนธาตุทองคือ ตะวันตก ตะวันตกเฉียงใต้ และตะวันออกเฉียงเหนือ ส่วนที่ทิศไม่เหมาะก็คือทิศใต้
ปีฉลู มะโรง มะแม จอ จัดเป็นคนธาตุดิน จะถูกโฉลกกับทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ตะวันตกเฉียงใต้ และทิศใต้ ส่วนทิศต้องห้ามจะเป็นทิศตะวันออก กับตะวันออกเฉียงใต้
เมื่อรู้ตำแหน่งทิศที่ถูกโฉลกกับปีเกิดแล้ว วิธีเลือกห้องคอนโดฯ ก็ไม่ใช่เรื่องยากอะไร วิธีหาตำแหน่งก็พิจารณาทิศจริงของคอนโดฯ โดยหาจุดกึ่งกลางของคอนโดฯแล้วแบ่งทิศออกเป็น 8 ทิศหลัก
ใครควรจะเลือกตำแหน่งห้องอยู่ด้านไหน มุมไหนของคอนโดฯ ก็รู้ได้ทันที ถ้าไม่สามารถเลือกทิศที่ถูกโฉลกได้ (กรณีมีคนเลือกไปแล้ว) ก็สามารถเลือกตำแหน่งห้องที่อยู่ในทิศทางอื่นได้ ยกเว้นทิศที่ไม่ถูกโฉลกเท่านั้น
ยกตัวอย่างเช่น คนเกิดปีเถาะ ธาตุไม้ ถ้าไม่สามารถเลือกทิศตะวันออก ตะวันออกเฉียงใต้ หรือทิศเหนือซึ่งเป็นทิศถูกโฉลกได้ ก็สามารถที่จะเลือกห้องทางทิศใต้ ตะวันออกเฉียงเหนือ หรือตะวันตกเฉียงใต้ แทนก็ได้ ยกเว้นทิศตะวันตก กับทิศตะวันตกเฉียงเหนือเท่านั้น เพราะเป็นทิศไม่ถูกโฉลก
ขึ้นบน
lovemybf
โพส: 12
อ่านแล้วตาลายเรย สรุปง่ายๆ เอาหมอดูมาดูด้วยตอนเลือกห้องอ่ะ 5555
ขึ้นบน
R-The-Star
โพส: 9
ตาลายจิงๆคับ เยอะมาก
ขึ้นบน
iamisis
โพส: 89
ตาลายยยยยยยยยยย

***บ้านสวยก็เหมือนคนสวยอยากอยู่ด้วยใกล้ๆ***

ขึ้นบน